โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ศึกษาพบกินอาหาร ‘ไขมัน-น้ำตาลสูง’ ส่งผลเสียต่อ ‘ความจำ’

Xinhua

อัพเดต 24 เม.ย. 2568 เวลา 01.02 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. 2568 เวลา 18.02 น. • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

(แฟ้มภาพซินหัว : เชฟเมียนมากำลังปรุงเมนูหมาล่าที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองย่างกุ้งของเมียนมา วันที่ 10 พ.ค. 2023)

ซิดนีย์, 23 เม.ย. (ซินหัว) — การศึกษาจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ของออสเตรเลียเผยว่าการกินอาหารไขมันและน้ำตาลสูงอาจทำให้ความจำเชิงพื้นที่ (spatial memory) บกพร่อง นับเป็นงานวิจัยชิ้นแรกที่เชื่อมโยงอาหารดังกล่าวกับขีดความสามารถความจำเชิงพื้นที่ที่ลดลงของมนุษย์ ซึ่งเป็นหน้าที่สำคัญของสมองส่วนฮิปโปแคมปัสที่เชื่อกันว่าเป็นศูนย์กลางของอารมณ์และความทรงจำ

โดมินิค ทราน ผู้เชี่ยวชาญจากคณะจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยฯ กล่าวว่าการศึกษาครั้งนี้มีนักศึกษามหาวิทยาลัยจำนวน 55 คน อายุระหว่าง 18-38 ปี ร่วมตอบแบบสอบถามทางโภชนาการ แบบทดสอบความจำในการทำงาน และดัชนีมวลกาย ก่อนการสำรวจเขาวงกตในโลกเสมือนจริง

หลังจากการทดลองหลายครั้ง พบว่าผู้บริโภคน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์และไขมันอิ่มตัวในระดับสูงมีความสามารถการจดจำตำแหน่งของวัตถุที่ซ่อนอยู่ในเขาวงกตได้แย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นว่าการกินอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูงสามารถส่งผลให้การทำงานของฮิปโปแคมปัสบกพร่อง แม้แต่ในผู้ใหญ่ตอนต้น ทว่าข่าวดีคือผลกระทบเหล่านี้สามารถกลับคืนสู่สภาวะปกติได้ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

การปรับเปลี่ยนโภชนาการสามารถปรับปรุงสุขภาพของฮิปโปแคมปัสได้ และทำให้ความสามารถในการนำทางภายใต้สภาพแวดล้อมอย่างเช่นการสำรวจเมืองใหม่ หรือเรียนรู้เส้นทางกลับบ้านใหม่ดีขึ้น

ทรานชี้ว่าผลการวิจัยครั้งนี้ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้หลักฐานที่บ่งชี้ว่าการกินอาหารไม่ดีต่อสุขภาพนั้นไม่เพียงแต่เพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพกาย แต่ยังส่งผลเสียต่อการทำงานของสมองด้วย แม้กระทั่งในวัยผู้ใหญ่ตอนต้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการทํางานของสมองจะยังดีอยู่ พร้อมย้ำความสำคัญของการเลือกกินอาหารเพื่อรักษาสุขภาพสมอง และป้องกันภาวะที่การทํางานของสมองเสื่อมถอยลง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...