โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“วอริกซ์” สปีดธุรกิจ ผนึกพันธมิตรเสริมแกร่งตลาดภูธร

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 มี.ค. 2568 เวลา 05.30 น. • เผยแพร่ 08 มี.ค. 2568 เวลา 05.30 น.

“วอริกซ์” หนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ของวงการสินค้ากีฬาไทย เร่งสปีดธุรกิจตั้งแต่ต้นปี 2568 ทั้งผนึกพันธมิตรผู้ค้าปลีกสินค้ากีฬาเก่าแก่อายุกว่า 40 ปี ตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ เสริมแกร่งแผนรุกตลาดภูธร รวมไปถึงดึงการบริหารคลังสินค้ากลับมาดูแลเอง เพื่ออุดช่องโหว่ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2567 และรองรับการเติบโตระยะยาว

โดย “วอริกซ์” ส่งหนังสือถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 แจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท อนุมัติการเข้าร่วมลงทุนตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ ร่วมกับบริษัท เคเอสแอล สปอร์ต จำกัด หรือ KSL ด้วยทุนจดทะเบียน 76 ล้านบาท เพื่อเป็นฮับสำหรับดำเนินธุรกิจในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้ วอริกซ์จะถือหุ้น 51% ในบริษัทใหม่

เสริมแกร่งรุกอีสาน

วอริกซ์ สปอร์ต อธิบายว่า เคเอสแอล สปอร์ต เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้ากีฬาและอุปกรณ์กีฬาแบบมัลติแบรนด์ อาทิ Warrix, Grand Sport, Cadenza, FBT, Ego Sport, Eureka, Versus และแบรนด์ท้องถิ่นอื่น ๆ ประกอบกิจการมานานกว่า 40 ปี และเป็นผู้บริหารร้านค้าปลีกสินค้ากีฬา “KSL SPORTSHOP” ในจังหวัดขอนแก่น รวมถึงมีการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น TikTok และแพลตฟอร์มต่าง ๆ อาทิ Shopee, Lazada

“ด้วยช่องทางจำหน่ายต่าง ๆ และการเป็นตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ ทำให้ KSL เป็นที่ยอมรับในวงการกีฬาท้องถิ่น และมีบทบาทในการส่งเสริมการกีฬาในระดับภูมิภาค”

ทั้งนี้ ยักษ์สินค้ากีฬาหวังว่า การร่วมลงทุนกับ KSL จะช่วยขยายช่องทางจัดจำหน่ายสินค้า โดยเฉพาะในจังหวัดภาคอีสาน พร้อมหนุนการรุกเข้าสู่เซ็กเมนต์งานโครงการหรือการจำหน่ายให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ รวมถึงหนุนการสร้างรายได้ผ่านทางออนไลน์ และลดต้นทุนการกระจายสินค้า

โดยวอริกซ์ระบุว่า ความร่วมมือนี้จะช่วยขยายช่องทางจัดจำหน่ายในหลายจังหวัด เช่น ขอนแก่น, อุดรธานี และร้อยเอ็ด รวมไปถึงการจำหน่ายให้กับโรงเรียน, สโมสรฟุตบอล และหน่วยงานอื่น ๆ ในพื้นที่ อีกทั้ง KSL ยังสามารถเป็นศูนย์กระจายสินค้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุน-เพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้า สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้สูงขึ้น

นอกจากนี้ การที่ KSL เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้ากีฬาของแท้หลากหลายแบรนด์ ทำให้บริษัทสามารถเพิ่มยอดขายผ่านช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ โดยเฉพาะ TikTok Live, Shopee และ Lazada ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงได้อีกด้วย

ดึงคลังสินค้ามาดูแลเอง

นอกจากนี้ วอริกซ์ยังปรับแนวทางการบริหารคลังสินค้าใหม่ โดยดึงการบริหารกลับมาดูแลเอง หลังก่อนหน้านี้อาศัยบริการของผู้ประกอบการภายนอก

วอริกซ์อธิบายการตัดสินใจครั้งนี้ว่า เมื่อช่วงไตรมาส 4 ปี 2567 บริษัทจะมีรายได้จากการขายและบริการ 447.01 ล้านบาท แม้ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้น 13.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2566 แต่ในความเป็นจริง บริษัทสามารถขายสินค้าได้มากกว่ารายได้ที่ปรากฏในงบการเงิน

เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ที่ผู้ให้บริการคลังสินค้ารายใหม่ไม่สามารถจัดส่งสินค้าได้ทันตามกำหนด ส่งผลกระทบต่อรายได้บางส่วนในช่องทางโมเดิร์นเทรด, ร้านค้า และออนไลน์

ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงตัดสินใจเริ่มดำเนินการบริหารคลังสินค้าเอง โดยอาศัยทีมงานที่มีประสบการณ์บริหารคลังกว่า 20 ปี พร้อมกับอัพเกรดสถานที่เป็นคลังที่มีพื้นที่มากขึ้น ช่วยให้สามารถรองรับการเติบโตระยะยาว

ฟุตบอล-คอลแลบส์ดันรายได้ปี’67

สำหรับผลประกอบการปี 2567 นั้น วอริกซ์มีรายได้จากการขายในไตรมาส 4 ปี 2567 อยู่ที่ 447.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.67% และมีกำไรสุทธิ 57.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.06% ส่วนรายได้รวมทั้งปี 2567 อยู่ที่ 1,553.48 ล้านบาท เติบโตขึ้น 26.86% และมีกำไรสุทธิ 148.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.88%

ทั้งนี้ วอริกซ์ระบุว่า สาเหตุหลัก ๆ ที่ผลักดันการเติบโตของรายได้มาจากการเติบโตของสินค้ากลุ่ม Nonlicensed เช่น สินค้าคลาสสิก และสินค้าคอลเล็กชั่น รวมถึงการรุกเข้าสู่ตลาดใหม่ ๆ ผ่านความร่วมมือกับศิลปิน นักดนตรี และนักกีฬา ในการออกแบบสินค้าคอลเล็กชั่นต่าง ๆ เช่นเดียวกับแรงหนุนจากกระแสความนิยมฟุตบอล และฟุตซอลทีมชาติไทยที่มีการแข่งขันตลอดทั้งปี หนุนให้ยอดขายสินค้าทีมชาติเติบโต เช่นเดียวกับการที่ภาครัฐสนับสนุนให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ประชาชนสวมเสื้อเหลืองตราสัญลักษณ์ โดยสามารถใส่แทนชุดยูนิฟอร์มของหน่วยงานได้ ช่วยสร้างดีมานด์สินค้า

ส่วนสินค้า Licensed หรือสินค้าลิขสิทธิ์ เติบโตขึ้นเช่นกัน หลังบริษัทให้การสนับสนุนสโมสรฟุตบอลมากขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมถึงได้รับสิทธิผลิตและจัดจำหน่ายเสื้องาน “ฟุตบอลสานสัมพันธ์ จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ 2024”

ด้านช่องทางจำหน่ายนั้น ร้านค้าทั่วไปมีการเติบโตสูงสุด เนื่องจากร้านค้ามีการสั่งซื้อสินค้าเพื่อรองรับการขายตลอดทั้งปีมากขึ้น จากการกระตุ้นด้วยโปรโมชั่น รวมถึงการเพิ่มจุดจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าท้องถิ่นและต่างจังหวัด ขณะที่ยอดขายจากช่องทางออนไลน์ฟื้นตัว

ในส่วนของต้นทุนการขายและการบริการนั้นสามารถควบคุมได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้น เช่นเดียวกับการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ดีขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ ต้องจับตาดูความเคลื่อนไหวต่อไปของวอริกซ์ ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 ที่จะถึงนี้ว่าจะมีทิศทางอย่างไรต่อไป ?

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “วอริกซ์” สปีดธุรกิจ ผนึกพันธมิตรเสริมแกร่งตลาดภูธร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...