QH แม้ผลงานชะลอ แต่ปันผลเด่น จับตาทั้งปี 67 แจกผลตอบแทนถึง 8.4%
แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังเผชิญกับแรงกดดันจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ปรับตัวลดลง รวมถึงสถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น แต่ในแง่ของนักลงทุน แม้ภาพรวมผลประกอบการระยะสั้นของหุ้นอสังหาฯ ยังอ่อนแอ แต่ยังสามารถคาดหวังผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ดีจากหุ้นบางบริษัทได้
โดย QH หรือ บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในหุ้นอสังหาฯ ที่มักติดโผหุ้นปันผลดีของนักวิเคราะห์อยู่เสมอ อีกทั้งยังติดอันดับในดัชนี SETHDหรือ SET High Dividend 30 Indexซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนความเคลื่อนไหวราคาของกลุ่มหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูง (Market Capitalization)มีสภาพคล่องสูงอย่างสม่ำเสมอ และมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงและต่อเนื่อง อีกด้วย
สำหรับนโยบายเงินปันผลของ QHจะจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นจากกำไรสะสมหรือกำไรสำหรับปี โดยข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ฯ พบว่า จากปี 2561 จนถึงปัจจุบัน (5 ก.ย. 67) QH มีประวัติจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ เฉลี่ยปีละ 2 ครั้ง โดยปี 2566 บริษัทจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.15 บาท หรือคิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลประมาณ 64% ของกำไรสุทธิจากผลประกอบการปี 2566
ล่าสุดงวดผลประกอบการ 6 เดือน ปี 2567 บริษัทประกาศจ่ายปันผลในอัตราหุ้นละ 0.03บาท และจ่ายให้กับผู้ถือหุ้นไปแล้วในวันที่ 5 ก.ย. ที่ผ่านมา
ส่วนภาพรวมเงินปันผลทั้งปี 2567 ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2568 นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดการณ์ว่าในปีนี้ QH จะจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.14บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่ระดับ 8.4% และในปีหน้าคาดว่าจะจ่ายปันผลในอัตราหุ้นละ 0.15บาท หรือคิดเป็น Dividend Yieldที่ 9.2%
นอกจากนี้นักวิเคราะห์ยังคงคำแนะนำ “เก็งกำไร”และให้ราคาเป้าหมายหุ้น QH สิ้นปี 2567 ที่ 2.14 บาท โดยมองว่าเหมาะสำหรับนักลงทุนระยะยาวที่ต้องการเก็งกำไรผลตอบแทนจากเงินปันผล
ขณะที่แนวโน้มการดำเนินงานช่วงที่เหลือของปีนี้ คาดกำไรปกติในไตรมาส 3/67จะลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าและช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากไม่มีการเปิดโครงการใหม่ และพึ่งพาการระบายสินค้าคงคลังเป็นหลัก อย่างไรก็ดีประเมินกำไรปกติจะเร่งตัวขึ้นในไตรมาส 4/67 โดยเติบโตเมื่อเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/67จากแผนเปิดโครงการใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวมราว 6.0 พันล้านบาท การใช้กลยุทธ์ทางด้านราคาปลายปีมากขึ้น รวมถึงการรีบโอนก่อนมาตรการส่วนลดการโอนจะสิ้นสุดลง
ในระยะสั้นผลประกอบการของ QH ยังไม่น่าสนใจ เนื่องจากแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/67 ชะลอตัว และการดำเนินงานในธุรกิจอสังหาฯ เป็นไปในทิศทางอนุรักษ์นิยม ซึ่งส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมจะเป็นตัวแปรสำคัญของการเติบโต