โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดสูตร “50-30-20” ใช้เงินอย่างไรให้ “มีเก็บ” หลุดกับดักเดือนชนเดือน

Thairath Money

อัพเดต 18 ก.ย 2567 เวลา 08.45 น. • เผยแพร่ 18 ก.ย 2567 เวลา 08.45 น.
ภาพไฮไลต์

เคยไหม? เงินเดือนแทบไม่พอใช้ หรือต้องใช้แบบเดือนชนเดือนตลอดเวลา หากคุณกำลังเจอปัญหานี้อยู่ ลองมารู้จักสูตรการบริหารเงินแบบง่าย ๆ ที่อาจช่วยให้หลุดพ้นจากวงจรนี้ได้ เพื่อให้มี #การเงินดีชีวิตดี

ในครั้งนี้ “Thairath Money” จะพาไปรู้จักกับสูตร “50-30-20” โดย สมาคมนักวางแผนการเงินไทย เพื่อช่วยให้คุณสามารถควบคุมการใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ วางแผนได้อย่างเหมาะสม มีเงินเหลือเก็บ และนำพาคุณสู่ความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลุดพ้นจากกับดัก “เดือนชนเดือน”

รู้จักสูตร “50-30-20” ตัวช่วยหลุดกับดัก “เดือนชนเดือน”

สมาคมนักวางแผนการเงินไทย เผยแพร่บทความ เรื่องสูตรการใช้เงินแบบ 50-30-20 ไว้ว่า เป็นวิธีการบริหารจัดการเงินแบบแบ่งสัดส่วนรายได้ตามที่วางแผนเอาไว้ เพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อการใช้จ่ายในแต่ละเดือน ซึ่งรายได้ที่นำมาคิดจะต้องเป็นรายได้สุทธิหลังหักภาษี เงินสมทบเข้าในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และหักเข้ากองทุนประกันสังคม จากนั้นจึงนำมาจัดแบ่งเป็น 3 ก้อน

ก้อนแรก 50% คือ ค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เงินก้อนนี้จะนำมาใช้จ่ายเพื่อความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต เป็นค่าใช้จ่ายประจำในแต่ละเดือน เช่น ค่ากิน ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ ค่าเดินทาง ค่าน้ำมัน ค่าดูแลสุขภาพ จ่ายหนี้บัตรเครดิต รวมถึงโอนเงินให้พ่อแม่ ดังนั้น ก่อนตัดสินใจต้องแน่ใจว่าจ่ายเพื่อความจำเป็นจริง ๆ

ก้อนที่สอง 30% คือ ค่าใช้จ่ายตามความต้องการ เป็นเงินใช้จ่ายเพื่อความสุขส่วนตัวหรือสิ่งที่ต้องการ เช่น กินข้าวนอกบ้าน ช้อปปิ้ง ท่องเที่ยว สมาชิกบริการสตรีมมิ่ง อย่างไรก็ตาม ถึงแม้เงินก้อนนี้จะเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสร้างความสุขแต่ควรตัดสินใจให้รอบคอบว่าควรจ่ายจริง ๆ หรือไม่ ซึ่งเงื่อนไขสำคัญของเงินก้อนนี้ คือ ใช้จ่ายในงบประมาณ และเดือนไหนเหลือก็นำไปเก็บออม

ก้อนที่สาม 20% คือ เก็บออมและลงทุน เงินก้อนนี้ คือ เงินเก็บออมและลงทุน โดยให้แบ่งออกเป็นส่วน ๆ ตามความเหมาะสมของตัวเอง ก้อนแรกให้นำไปเก็บออมเอาไว้เผื่อฉุกเฉิน ก้อนถัดมาเก็บออมเพื่อเป้าหมายอื่น ๆ เช่น ดาวน์บ้าน ซื้อรถ จ่ายค่าเทอมลูก จ่ายเบี้ยประกัน ก้อนสุดท้ายนำไปลงทุนเพื่อเตรียมไว้ใช้หลังเกษียณ

สำหรับประโยชน์ที่ได้จากการใช้สูตรการใช้เงิน 50-30-20 จะช่วยให้มีความรับผิดชอบต่อการใช้จ่ายของตัวเอง เพราะจะรู้ว่าเงินที่จ่ายออกไปเพราะ “ความจำเป็น” หรือ “ความต้องการ” ซึ่งจะทำให้มีมุมมองการใช้จ่ายเงินที่ชัดเจนขึ้น รวมถึงเห็นข้อผิดพลาดการใช้เงิน จากนั้นก็นำมาปรับปรุงให้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการแบ่งเงิน 50-30-20 ก็สามารถเริ่มต้นด้วยการจดบันทึกรายรับ รายจ่าย เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมการใช้จ่ายของตัวเองให้ดีขึ้น จากนั้นก็วิเคราะห์เพื่อดูว่าการใช้จ่ายเป็นไปตามการแบ่ง 50-30-20 ได้ดีแค่ไหน ซึ่งอาจใช้เวลา 1-2 เดือนกับการติดตามค่าใช้จ่าย และเมื่อทุกอย่างลงตัวก็จะพบว่าในแต่ละเดือนมีรายรับเท่าไร เงินออมมากน้อยแค่ไหน ที่สำคัญรู้ว่าเงินที่หามาได้หมดไปกับการใช้จ่ายอะไรบ้าง

และการแบ่งเงินด้วยสูตร 50-30-20 อาจไม่เหมาะสำหรับบางคน จึงควรเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับตัวเองเพื่อช่วยให้แผนการควบคุมค่าใช้จ่ายดียิ่งขึ้น พูดง่าย ๆ ปรับสูตรได้ตามความเหมาะสมของรายได้ ค่าใช้จ่าย ภาระหนี้สิน อายุ หรือเป้าหมายการเงินได้

อ่านข่าวการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...