“ฟู้ดโมเม้นท์” หรือ FM ผู้นำนวัตกรรมผลิตและแปรรูปเนื้อไก่ปรุงสุก เตรียมเข้าระดมทุนในตลาดหุ้นไทย
“เนื้อไก่” เป็นเนื้อสัตว์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั่วโลก เพราะเป็นแหล่งโปรตีนที่ดี ย่อยง่าย มีไขมันน้อย อีกทั้งยังราคาไม่แพง รวมถึงมีรสชาติอร่อย นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่าได้มากมาย ทำให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้หลากหลาย
จากความครบถ้วนด้านคุณค่าสารอาหารและรสชาติที่อร่อย ทำให้ความต้องการบริโภคเนื้อไก่ทั่วโลกมีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้น สอดคล้องกับบทวิจัยกรุงศรี ซึ่งประเมินว่าในปี 2566-2568ปริมาณการผลิตเนื้อไก่ทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4 – 5%ต่อปี ขณะที่ปริมาณการผลิตไก่แช่เย็น แช่แข็งและแปรรูปของไทยจะขยายตัวเฉลี่ย 2.50-3.50%ต่อปี จากความต้องการของตลาดในประเทศและตลาดส่งออกที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะญี่ปุ่น จีน สหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร รวมถึงตลาดใหม่ อย่าง ซาอุดิอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ด้วยแนวโน้มความต้องการที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการที่อยู่ในอุตสาหกรรมย่อมได้รับผลบวกตามไปด้วย ซึ่ง “บริษัท ฟู้ดโมเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ FM” ถือเป็นผู้นำการผลิตและพัฒนานวัตกรรมเนื้อไก่แปรรูปปรุงสุก และเร็วๆ นี้ กำลังจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ธุรกิจของ FM จะน่าสนใจแค่ไหน รายละเอียดการระดมทุนจะเป็นอย่างไร Wealthy Thai จะพาไปหาคำตอบ
“ฟู้ดโมเม้นท์” หรือ FM ประกอบธุรกิจลงทุนถือหุ้นบริษัทอื่น (Holding Company)ปัจจุบันมีการลงทุนเฉพาะธุรกิจหลักคือ ผลิตและจำหน่ายไก่ชำแหละ และธุรกิจผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนไก่แปรรูปปรุงสุก ซึ่งแบ่งเป็น 3 ธุรกิจหลักได้ ดังนี้
บริษัท เอฟแอนด์เอฟฟู้ด จำกัด ธุรกิจโรงเชือด และชำแหละไก่ เพื่อจำหน่ายชิ้นส่วนไก่สด ชิ้นส่วนไก่สดแช่เย็นและแช่แข็ง
บริษัท สปริงคิทเช่น จำกัด ธุรกิจโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ปรุงสุก รับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์ให้บริษัทที่จะนำไปจำหน่ายภายใต้แบรนด์ของตนเอง (OEM) ซึ่งรวมถึงการร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์
และ บริษัท เอฟแอนด์เอฟเพ็ทฟู้ด จำกัด ธุรกิจโรงงานผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยง ปัจจุบันยังไม่ได้มีการดำเนินธุรกิจ
ปัจจุบันบริษัทมีกลุ่มลูกค้าซึ่งเป็นผู้ประกอบการธุรกิจอาหาร ธุรกิจแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเนื้อไก่ ผู้ประกอบการในต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มพรีเมียมโกลบอลแบรนด์ ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง และผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารที่มีโครงข่ายขนาดใหญ่ (Restaurant Chain)ทั้งในประเทศและต่างประเทศรวมกว่า 30ราย
โดยมีการส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น อังกฤษ แคนาดา จีน สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และประเทศในทวีปยุโรป รวมถึงมีแผนจะขยายไปยังตลาดใหม่เพิ่มเติม เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และในปี 2568 คาดจะขยายการส่งออกไปยังประเทศฟิลิปปินส์และซาอุดิอาระเบีย ส่งผลให้คาดว่าสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศจะขยับขึ้นไปอยู่ที่ 65% จากปัจจุบันที่ระดับ 53%ภายใน 3 ปีข้างหน้า (2567-2569)
สำหรับจุดแข็งที่ทำให้ FM แตกต่างจากผู้ประกอบการอื่นๆ ในอุตสาหกรรม คือ บริษัทให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D)เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและทำให้ผลิตภัณฑ์ไก่แปรรูปปรุงสุก สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ อีกทั้งยังสร้างกำไรที่มั่นคงและต่อเนื่องให้กับบริษัท สะท้อนจากอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจไก่แปรรูปปรุงสุกส่งออกที่อยู่ในระดับสูงถึง 15%-20% เมื่อเทียบกับธุรกิจเนื้อไก่ชำแหละที่มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ระดับ 4-8% เท่านั้น
ด้านนายณัฐพล ดุษฎีโหนด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FMกล่าวว่า ไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพ โดยเป็นผู้ส่งออกไก่แปรรูปปรุงสุกเป็นอันดับ 1 ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 28% ของกลุ่มผู้ส่งออกไก่ทั่วโลก ปัจจุบันไทยปลดล็อคข้อจำกัดในการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศตะวันออกกลางแล้ว ดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่บริษัทจะขยายตลาดเพื่อสร้างการเติบโต โดยคาดว่าจะสามารถส่งออกไก่ไปยัง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ในไตรมาส 4/67
“ปัจจุบันสัดส่วนการขายไก่แปรรูปปรุงสุกส่งออกของบริษัทอยู่ที่ 38% ซึ่งภายใน 3 ปีข้างหน้า (2567-2569) ตั้งเป้าหมายจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 60% ให้ได้ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนความสามารถในการทำกำไรให้สูงขึ้น”
นอกจากนี้ เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดจากทุกชิ้นส่วนของไก่ บริษัทจึงวางแผนขยายไปยังธุรกิจที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์พลอยได้จากไก่ อย่าง ธุรกิจผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษา เบื้องต้นคาดว่าจะเป็นการลงทุนกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงจากเนื้อไก่ เนื่องจากมีฐานลูกค้าอยู่แล้ว โดยเน้นกลุ่มพรีเมียมและตลาดส่งออก
จากเป้าหมายขยายธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและต่อเนื่อง บริษัทจึงมีแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยจะเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 376ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกิน 38.16%ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการ IPO และมี บริษัท ออพท์เอเชีย แคปิตอล จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
ส่วนเงินที่จะได้จากการระดมทุนในครั้งนี้บริษัทจะนำเงินที่ได้ไปลงทุนเพื่อปรับปรุงสายการผลิตเดิมและขยายกำลังการผลิตของโรงเชือดและชำแหละไก่ ซึ่งคาดจะทำให้กำลังการผลิตเพิ่มเป็น 180,000 ตัวต่อวัน จากปัจจุบัน 144,000 ตัวต่อวัน และปรับปรุงสายการผลิตเดิม โดยนำระบบ Automation มาใช้มากขึ้น รวมถึงขยายกำลังการผลิตของโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ โดยคาดว่ากำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นเป็น 36,000ตันต่อปี จากปัจจุบันที่ 27,000 ตันต่อปี
อีกทั้งบริษัทจะนำไปลงทุนในธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงหรือธุรกิจที่สร้างมูลค่าเพิ่มจากผลิตภัณฑ์พลอยได้ของกลุ่มบริษัท รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการเพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจ และคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน โดยคาดว่าภายหลังการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) จะปรับลงมาอยู่ในระดับต่ำกว่า 0.5 เท่า จากปัจจุบันที่ 0.7 เท่า
ขณะเดียวกันภาพรวมผลประกอบการย้อนหลัง 3 ปี บริษัทยังสามารถรักษาระดับการเติบโตได้ต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญกับวิกฤติ Covid-19และสงครามรัสเซียยูเครน โดยปี 2564-2566 มีรายได้รวม 4,166.42 ล้านบาท 5,825.72 ล้านบาท และ 5,782.16 ล้านบาท ตามลำดับ และมีกำไรสุทธิ 183.72 ล้านบาท 840.67 ล้านบาท และ 254.69 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตราส่วนกำไรสุทธิ 4.43%, 14.48% และ 4.42% ของรายได้จากการขาย
ในส่วนเป้าหมายการเติบโตในระยะยาว หรือช่วง 3-5 ปีข้างหน้า นายณัฐพล กล่าวว่า บริษัทจะมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจไก่แปรรูปปรุงสุกเป็นหลัก ผ่านการเติบโตไปกับกลุ่มลูกค้าซึ่งเป็นพรีเมียมโกลบอลแบรนด์ และการขยายไปยังกลุ่มประเทศใหม่ๆ ต่อเนื่อง พร้อมตั้งเป้าหมายเป็นผู้ผลิตไก่แปรรูปปรุงสุกส่งออก Top 5 ภายใน 3-5 ปี จากปัจจุบันบริษัทอยู่ใน Top 10 ผู้ผลิตไก่แปรรูปปรุงสุกส่งออก
สุดท้ายนี้ อยากให้นักลงทุนมอง “หุ้น FM” เป็นทั้งหุ้นเติบโต (Growth Stock)และหุ้นปันผล (Dividend Stock) สะท้อนจากการเติบโตของผลประกอบการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ยอดขายเติบโตเฉลี่ย 18% แม้เผชิญกับวิกฤติ Covid-19 และสงครามรัสเซียยูเครน ในขณะที่กำไรสุทธิยังรักษาการเติบโตได้เช่นเดียวกัน โดยมีการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 18% ในช่วง 2564-2566 ที่ผ่านมา
นอกเหนือจากนี้ บริษัทยังมีนโยบายการจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการ หลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและหักทุนสำรองต่างๆ ทุกประเภท ดังนั้นนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในหุ้น FM นอกจากจะเห็นการเติบโตต่อเนื่องแล้ว ยังได้ผลตอบแทนในรูปแบบของเงินปันผลด้วย
“FMหรือ บริษัท ฟู้ดโมเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เราเป็นผู้ผลิตและพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์จากไก่ และด้วยกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่ชัดเจน จึงมั่นใจได้ว่าเราจะสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง”นายณัฐพล กล่าวปิดท้าย