โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ฟู้ดโมเม้นท์” หรือ FM ผู้นำนวัตกรรมผลิตและแปรรูปเนื้อไก่ปรุงสุก เตรียมเข้าระดมทุนในตลาดหุ้นไทย

Wealthy Thai

อัพเดต 16 ต.ค. 2567 เวลา 06.53 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2567 เวลา 03.27 น.

“เนื้อไก่” เป็นเนื้อสัตว์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั่วโลก เพราะเป็นแหล่งโปรตีนที่ดี ย่อยง่าย มีไขมันน้อย อีกทั้งยังราคาไม่แพง รวมถึงมีรสชาติอร่อย นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่าได้มากมาย ทำให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้หลากหลาย
จากความครบถ้วนด้านคุณค่าสารอาหารและรสชาติที่อร่อย ทำให้ความต้องการบริโภคเนื้อไก่ทั่วโลกมีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้น สอดคล้องกับบทวิจัยกรุงศรี ซึ่งประเมินว่าในปี 2566-2568ปริมาณการผลิตเนื้อไก่ทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4 – 5%ต่อปี ขณะที่ปริมาณการผลิตไก่แช่เย็น แช่แข็งและแปรรูปของไทยจะขยายตัวเฉลี่ย 2.50-3.50%ต่อปี จากความต้องการของตลาดในประเทศและตลาดส่งออกที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะญี่ปุ่น จีน สหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร รวมถึงตลาดใหม่ อย่าง ซาอุดิอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ด้วยแนวโน้มความต้องการที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการที่อยู่ในอุตสาหกรรมย่อมได้รับผลบวกตามไปด้วย ซึ่ง “บริษัท ฟู้ดโมเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ FM” ถือเป็นผู้นำการผลิตและพัฒนานวัตกรรมเนื้อไก่แปรรูปปรุงสุก และเร็วๆ นี้ กำลังจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ธุรกิจของ FM จะน่าสนใจแค่ไหน รายละเอียดการระดมทุนจะเป็นอย่างไร Wealthy Thai จะพาไปหาคำตอบ
“ฟู้ดโมเม้นท์” หรือ FM ประกอบธุรกิจลงทุนถือหุ้นบริษัทอื่น (Holding Company)ปัจจุบันมีการลงทุนเฉพาะธุรกิจหลักคือ ผลิตและจำหน่ายไก่ชำแหละ และธุรกิจผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนไก่แปรรูปปรุงสุก ซึ่งแบ่งเป็น 3 ธุรกิจหลักได้ ดังนี้
บริษัท เอฟแอนด์เอฟฟู้ด จำกัด ธุรกิจโรงเชือด และชำแหละไก่ เพื่อจำหน่ายชิ้นส่วนไก่สด ชิ้นส่วนไก่สดแช่เย็นและแช่แข็ง
บริษัท สปริงคิทเช่น จำกัด ธุรกิจโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ปรุงสุก รับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์ให้บริษัทที่จะนำไปจำหน่ายภายใต้แบรนด์ของตนเอง (OEM) ซึ่งรวมถึงการร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์
และ บริษัท เอฟแอนด์เอฟเพ็ทฟู้ด จำกัด ธุรกิจโรงงานผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยง ปัจจุบันยังไม่ได้มีการดำเนินธุรกิจ
ปัจจุบันบริษัทมีกลุ่มลูกค้าซึ่งเป็นผู้ประกอบการธุรกิจอาหาร ธุรกิจแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเนื้อไก่ ผู้ประกอบการในต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มพรีเมียมโกลบอลแบรนด์ ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง และผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารที่มีโครงข่ายขนาดใหญ่ (Restaurant Chain)ทั้งในประเทศและต่างประเทศรวมกว่า 30ราย
โดยมีการส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น อังกฤษ แคนาดา จีน สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และประเทศในทวีปยุโรป รวมถึงมีแผนจะขยายไปยังตลาดใหม่เพิ่มเติม เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และในปี 2568 คาดจะขยายการส่งออกไปยังประเทศฟิลิปปินส์และซาอุดิอาระเบีย ส่งผลให้คาดว่าสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศจะขยับขึ้นไปอยู่ที่ 65% จากปัจจุบันที่ระดับ 53%ภายใน 3 ปีข้างหน้า (2567-2569)
สำหรับจุดแข็งที่ทำให้ FM แตกต่างจากผู้ประกอบการอื่นๆ ในอุตสาหกรรม คือ บริษัทให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D)เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและทำให้ผลิตภัณฑ์ไก่แปรรูปปรุงสุก สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ อีกทั้งยังสร้างกำไรที่มั่นคงและต่อเนื่องให้กับบริษัท สะท้อนจากอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจไก่แปรรูปปรุงสุกส่งออกที่อยู่ในระดับสูงถึง 15%-20% เมื่อเทียบกับธุรกิจเนื้อไก่ชำแหละที่มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ระดับ 4-8% เท่านั้น
ด้านนายณัฐพล ดุษฎีโหนด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FMกล่าวว่า ไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพ โดยเป็นผู้ส่งออกไก่แปรรูปปรุงสุกเป็นอันดับ 1 ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 28% ของกลุ่มผู้ส่งออกไก่ทั่วโลก ปัจจุบันไทยปลดล็อคข้อจำกัดในการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศตะวันออกกลางแล้ว ดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่บริษัทจะขยายตลาดเพื่อสร้างการเติบโต โดยคาดว่าจะสามารถส่งออกไก่ไปยัง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ในไตรมาส 4/67
“ปัจจุบันสัดส่วนการขายไก่แปรรูปปรุงสุกส่งออกของบริษัทอยู่ที่ 38% ซึ่งภายใน 3 ปีข้างหน้า (2567-2569) ตั้งเป้าหมายจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 60% ให้ได้ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนความสามารถในการทำกำไรให้สูงขึ้น”
นอกจากนี้ เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดจากทุกชิ้นส่วนของไก่ บริษัทจึงวางแผนขยายไปยังธุรกิจที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์พลอยได้จากไก่ อย่าง ธุรกิจผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษา เบื้องต้นคาดว่าจะเป็นการลงทุนกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงจากเนื้อไก่ เนื่องจากมีฐานลูกค้าอยู่แล้ว โดยเน้นกลุ่มพรีเมียมและตลาดส่งออก
จากเป้าหมายขยายธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและต่อเนื่อง บริษัทจึงมีแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยจะเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 376ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกิน 38.16%ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการ IPO และมี บริษัท ออพท์เอเชีย แคปิตอล จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
ส่วนเงินที่จะได้จากการระดมทุนในครั้งนี้บริษัทจะนำเงินที่ได้ไปลงทุนเพื่อปรับปรุงสายการผลิตเดิมและขยายกำลังการผลิตของโรงเชือดและชำแหละไก่ ซึ่งคาดจะทำให้กำลังการผลิตเพิ่มเป็น 180,000 ตัวต่อวัน จากปัจจุบัน 144,000 ตัวต่อวัน และปรับปรุงสายการผลิตเดิม โดยนำระบบ Automation มาใช้มากขึ้น รวมถึงขยายกำลังการผลิตของโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ โดยคาดว่ากำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นเป็น 36,000ตันต่อปี จากปัจจุบันที่ 27,000 ตันต่อปี
อีกทั้งบริษัทจะนำไปลงทุนในธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงหรือธุรกิจที่สร้างมูลค่าเพิ่มจากผลิตภัณฑ์พลอยได้ของกลุ่มบริษัท รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการเพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจ และคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน โดยคาดว่าภายหลังการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) จะปรับลงมาอยู่ในระดับต่ำกว่า 0.5 เท่า จากปัจจุบันที่ 0.7 เท่า
ขณะเดียวกันภาพรวมผลประกอบการย้อนหลัง 3 ปี บริษัทยังสามารถรักษาระดับการเติบโตได้ต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญกับวิกฤติ Covid-19และสงครามรัสเซียยูเครน โดยปี 2564-2566 มีรายได้รวม 4,166.42 ล้านบาท 5,825.72 ล้านบาท และ 5,782.16 ล้านบาท ตามลำดับ และมีกำไรสุทธิ 183.72 ล้านบาท 840.67 ล้านบาท และ 254.69 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตราส่วนกำไรสุทธิ 4.43%, 14.48% และ 4.42% ของรายได้จากการขาย
ในส่วนเป้าหมายการเติบโตในระยะยาว หรือช่วง 3-5 ปีข้างหน้า นายณัฐพล กล่าวว่า บริษัทจะมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจไก่แปรรูปปรุงสุกเป็นหลัก ผ่านการเติบโตไปกับกลุ่มลูกค้าซึ่งเป็นพรีเมียมโกลบอลแบรนด์ และการขยายไปยังกลุ่มประเทศใหม่ๆ ต่อเนื่อง พร้อมตั้งเป้าหมายเป็นผู้ผลิตไก่แปรรูปปรุงสุกส่งออก Top 5 ภายใน 3-5 ปี จากปัจจุบันบริษัทอยู่ใน Top 10 ผู้ผลิตไก่แปรรูปปรุงสุกส่งออก
สุดท้ายนี้ อยากให้นักลงทุนมอง “หุ้น FM” เป็นทั้งหุ้นเติบโต (Growth Stock)และหุ้นปันผล (Dividend Stock) สะท้อนจากการเติบโตของผลประกอบการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ยอดขายเติบโตเฉลี่ย 18% แม้เผชิญกับวิกฤติ Covid-19 และสงครามรัสเซียยูเครน ในขณะที่กำไรสุทธิยังรักษาการเติบโตได้เช่นเดียวกัน โดยมีการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 18% ในช่วง 2564-2566 ที่ผ่านมา
นอกเหนือจากนี้ บริษัทยังมีนโยบายการจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการ หลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและหักทุนสำรองต่างๆ ทุกประเภท ดังนั้นนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในหุ้น FM นอกจากจะเห็นการเติบโตต่อเนื่องแล้ว ยังได้ผลตอบแทนในรูปแบบของเงินปันผลด้วย
“FMหรือ บริษัท ฟู้ดโมเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เราเป็นผู้ผลิตและพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์จากไก่ และด้วยกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่ชัดเจน จึงมั่นใจได้ว่าเราจะสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง”นายณัฐพล กล่าวปิดท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...