โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หรือระบบทหาร-ชายเป็นใหญ่ คือต้นตออคติทางเพศของเกาหลีใต้? กรณีเสียงวิพากษ์สมรสเท่าเทียมไทย

The MATTER

อัพเดต 20 มิ.ย. 2567 เวลา 09.11 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2567 เวลา 09.10 น. • Brief

ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน ‘ความไม่เท่าเทียมทางเพศ’ ก็มักจะกลายเป็นประเด็นร้อนในสังคมเกาหลีใต้อยู่เสมอ โดยเฉพาะเพศ ‘อื่นๆ’ ที่ไม่ใช่เพศชาย ไม่ว่าจะเป็นข่าวคราวเรื่องการเกลียดกลัวเฟมมินิสต์ ไปจนถึงล่าสุดกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์กฎหมายสมรสเท่าเทียมในประเทศไทย เช่น สมรสเท่าเทียมคืออาการเจ็บป่วยทางจิต พวกเขากำลังพังพินาศ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บ้าไปแล้ว.. สิ่งเหล่านี้สามารถสะท้อนอะไรในสังคมเกาหลีใต้ได้บ้าง?

พื้นที่ของชายเป็นใหญ่และเอนไทเฟม

หลายคนน่าจะเคยเห็นหรืออ่านข่าวความไม่เท่าเทียมทางเพศ และเหตุการณ์การต่อต้านเฟมมินิสต์ในเกาหลีใต้มาบ้าง ว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อย หลายครั้งก็มักจบลงด้วยความรุนแรงและความสูญเสีย ยืนยันด้วยอัตราการก่ออาชญากรรมทางร่างกายและดิจิทัลต่อผู้หญิงในระดับสูง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากแรงขับเคลื่อนของผู้ชายมีการศึกษาที่มักกล่าวโทษว่าผู้หญิงและเหล่าเฟมินิสต์เป็นปัญหาสังคม

ในปี 2016 มีแรงงานอย่างน้อย 43 คน ถูกปฏิบัติอย่างโหดร้ายในที่ทำงาน จากการเป็นนักเคลื่อนไหวเฟมินิสต์ และในปีเดียวกันนักพากย์เสียงคนหนึ่งถูกไล่ออกจากงานเนื่องจากอัปโหลดภาพใส่เสื้อยืดที่มีข้อความว่า ‘ผู้หญิงไม่ได้ต้องการเจ้าชาย’ และในปี 2023 บริษัทแห่งหนึ่งไล่พนักงานหญิงรายหนึ่งออก เพราะเธอสนับสนุนการทำแท้งถูกกฎหมายและการจัดการอาชญากรรมกล้องแอบถ่ายที่กำลังเป็นประเด็นในประเทศ

ระบบทหารที่ก่อร่างความเป็นชาย

จีมิน นัม (JiMin Num) นักมานุษยวิทยาสังคมของเกาหลีใต้ กล่าวว่า ผู้ต่อต้านเฟมินิสต์และผู้ชายหลายคนที่มีทัศนะคติกดขี่เพศหญิงและอื่นๆ เกิดขึ้นได้เนื่องจากการทหารและสังคมปิตาธิปไตยที่หล่อหลอมสังคมเกาหลีใต้มาอย่างช้านาน การเข้าร่วมกับกองทัพซึ่งเป็นสถานที่ที่บังคับให้ผู้ชายในเกาหลีใต้เรียนรู้อัตลักษณ์ทางเพศในรูปแบบปิตาธิปไตย ผูกกับวัฒนธรรมสมัยนิยมที่ปลูกฝังศีลธรรมให้เหล่าชายชาติทหารต้องเป็นลูกกตัญญู แฟนหนุ่มที่เป็นลูกผู้ชาย และเป็นผู้พิทักษ์ที่เข้มแข็งของชาติ โดยไม่ได้คำนึงถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการบังคับเกณฑ์ทหาร

อุดมคติแห่งความสุข สู่บรรทัดฐานทางเพศ

เมื่อทหารกลายเป็นแกนหลักความเป็นชายของชาวเกาหลีใต้ การที่ผู้หญิงจะลุกขึ้นมาวิพากษณ์วิจารณ์ระบบเหล่านี้จึงเป็นเรื่องยาก และมักเจอกับกระแสโต้กลับที่รุนแรงตามมา

จีมินกล่าวต่อว่า ปิตาธิปไตยเองก็ได้ก่อให้เกิดบรรทัดฐานทางเพศมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1960 และ 1970 ที่สมัยนั้นเกาหลีใต้กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาหลังสงคราม และมีการรวมวัฒนธรรมเข้าด้วยกันโดยคนชนชั้นกลาง ทำให้เกิดภาพที่ว่าผู้ชายต้องทำงานหนัก ต้องมีหน้าที่การงานที่มั่นคง ส่วนภรรยาอยู่บ้านเต็มเวลา มีหน้าที่ทำงานบ้าน และเลี้ยงดูลูกๆ 3 คน สิ่งเหล่านี้กลายเป็นอุดมคติแห่ง ‘ความสุข’ ของคนในยุคสมัยนั้น

แต่สุดท้ายก็เป็นได้เพียงภาพในอุดมคติ เพราะในปี 1960 - 1980 ผู้หญิงจำนวนมากถูกผลักดันให้มาเป็นแรงงานในโรงงานต่างๆ จนกระทั่งเกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินในเอเชียปี 1997 ที่แม้ว่าจะมีการเลิกจ้างพนักงานหญิงจำนวนมาก แต่สังคมกลับให้ความสนใจเพียงแรงงานชายที่เหลือ ซึ่งต้องทำงานหนัก และถูกยกย่องให้เป็นวีระบุรุษ

รายงานของ Global Gender Gap ปี 2018 แสดงให้เห็นความแตกต่างอย่างมากในความเท่าเทียมของค่าจ้างและรายได้ของผู้หญิงและผู้ชายในประเทศ ขณะที่การสำรวจของ Realmeter ในปีเดียวกัน ของผู้ใหญ่มากกว่า 1,000 คน พบว่า 76% ของผู้ชายช่วงอายุ 20 ปี และ 66% ของผู้ชายอายุ 30 ปี ต่อต้านเฟมินิสต์ อีกทั้งเกือบ 60% ของผู้เข้าร่วมการสำรวจช่วงอายุ 20 ปี คิดว่าปัญหาทางเพศเป็นสาเหตุของความขัดแย้งที่ร้ายแรงที่สุดในประเทศอีกด้วย

แม้ปัจจุบันเกาหลีใต้จะก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจในด้านวัฒนธรรมและเทคโนโลยี แต่ปัญหาการคุกคามทางเพศก็ยังคงมีให้พบเห็นอย่างแพร่หลาย ทว่ารัฐบาลเกาหลีใต้ที่นำโดย ยุน ซ็อกยอล (Yoon Suk Yeol) กลับบอกว่า ‘ปัญหาการเหยียดเพศที่ฝังรากลึกในระบบต่างๆ ของเกาหลีใต้นั้นเป็นเพียงเรื่องในอดีต’

ระบบชายเป็นใหญ่สู่กำแพงอคติทางเพศของคนในสังคม

ล่าสุดกรณีที่เว็บไซต์ Naver สื่อสังคมออนไลน์ใหญ่ของเกาหลีใต้ โพสต์ข่าวเกี่ยวกับการประชุมสภาของประเทศไทยที่มีมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่…) พ.ศ. …. หรือร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม วาระที่ 2-3 ข่าวดังกล่าวเต็มไปด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกือบ 500 คอมเม้นท์ ที่แสดงความไม่เห็นด้วยต่อกรณีสมรสเท่าเทียม มากไปจนถึงไม่อยากให้เกิดในประเทศตัวเอง

บนเว็บไซต์ดังกล่าวได้มีการจัดทำสถิติผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยพบว่าผู้ที่มาแสดงความคิดเห็นกว่า 77% เป็นผู้ชาย และ 23% เป็นผู้หญิง ขณะที่ส่วนใหญ่กว่า 37% อยู่ในช่วงวัยประมาณ 40 ปี ซึ่งคอมเมนท์ส่วนใหญ่ไปในทางเชิงลบ โดยมองว่าเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ และไม่ต้องการเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้นในบ้านของตัวเอง

ขณะที่รายงานของ Human Rights Watch ที่เผยแพร่เมื่อปี 2021 ระบุว่ากลุ่มผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIA+) ในเกาหลีใต้ต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยว และการปฏิบัติอย่างโหดร้ายในโรงเรียน โดยต้องประสบกับการกลั่นแกล้งและคุกคาม รวมถึงขาดการสนับสนุนด้านสุขภาพจิตด้วย

สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า เกาหลีใต้ ยังไม่สามารถก้าวออกจากระบบที่ฝังลากลึกมาอย่างยาวนานได้อย่างสมบูรณ์ ผู้คนจำนวนมากยังคงถกเถียงกันเรื่องความเท่าเทียมทางเพศจนแล้วจนเล่าก็ยังคงไม่มีข้อสรุป คงต้องรอดูกันต่อไปว่าอะไรจะเข้ามาทลายกำแพงทัศนคติ อคติทางเพศเหล่านี้ของเกาหลีใต้ได้

อ้างอิงจาก

n.news.naver.com

9dashline.com

edition.cnn.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...