โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ตราตรึงกลางใจ(มีe-bookจบในเล่ม)

นิยาย Dek-D

อัพเดต 08 ต.ค. 2566 เวลา 02.31 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. 2566 เวลา 02.31 น. • เชอราเอม
ซิ่วอิงหญิงสาวอายุ18ปี เป็นลูกคุณหนูตระกูลดังถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี เธอกับไม่มีความสำคัญของคนในครอบครัวเเต่เเล้ววันหนึ่งโชคชะตากำหนดให้เธอมาพบกับท่านอ๋องผู้หล่อเหลาที่อยู่คนละยุคสมัย

ข้อมูลเบื้องต้น

สวัสดีค่ะ

เรื่อง ตราตรึงกลางใจ เป็นนิยายที่อ่านไม่เครียด ไม่มีดร่าม่าเเน่นอนจ้า ออกเเนวรักโรเเมนติมากกว่า ฝากนิยายเรื่องนี้ ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะค่ะ

อ่านฟรีทุกวัน

อัพทุกวันวันละ1ตอน เวลา10.00น.

………………………………………….

ซิ่วอิงหญิงสาวอายุ19ปี หญิงสาวเป็นลูกหลานตระกูลดังในประเทศจีนพ่อเเละเเม่ต้องเเต่งงานกันโดยปราศจากความรัก

ทั้งสองถูกหมั้นหมายกันเพราะธุรกิจซิ่วอิงเป็นลูกคนที่สามการที่ซิ่วอิงเกิดมาจึงไม่เป็นที่สำคัญกับคนในตระกูลมากนักเพราะพวกเขานั่นให้ความสำคัญกับพี่ชายทั้งสองมากกว่าลูกสาว

พ่อเเม่ของซิ่วอิงก็ยังเลี้ยงดูอย่างดีด้วยเงินทองที่มีมากมายซิ่วอิงถูกเลี้ยงดูด้วยเเม่นมจนกระทั้งไม่กี่เดือนก่อนเเม่นมได้จากไปเพราะโรคร้าย

ซิ่วอิงรู้สึกโดดเดี่ยวตั้งเเต่เเม่นมจากไปถึงเเม้ว่าครอบครัวจะเลี้ยงดูอย่างดี ทุกอย่างที่ต้องเรียนรู้ซิ่วอิงก็ทำมันได้ดี หากเเต่ไม่เคยได้รับอิสระการใช้ชีวิตในแบบของตัวเองเหมือนกับเด็กวัยรุ่นทั่วไป นั่นก็เพราะคำว่า คุณหนูตระกูลใหญ่

ซิ่วอิงกลับไม่มีความรู้สึกผูกพันกับครอบครัวสักนิดนั่นก็เพราะว่าในเวลาเดือนหนึ่งจะเจอหน้าครอบครัวไม่กี่ครั้ง

พี่ชายทั้งสองคนซิ่วอิงก็มีเเค่พูดคุยกันบ้างเพราะตั้งเเต่เกิดมาด้วยภาระทายาทตระกูลดังมักจะถูกฝึกเป็นผู้นำตั้งเเต่เด็ก

ซิ่วอิงจึงไม่ค่อยได้พบหน้าพี่ชายบ่อยหนักอาจจะความรับผิดชอบทั้งหลายที่พ่อเเละเเม่ได้ส่งต่องานให้พี่ชายทั้งสองคน

ส่วนซิ่วอิงก็ถูกจะเตรียมหมั้นหมายกับตระกูลที่สามารถส่งผลดีต่อตระกูลเช่นกัน

วันนี้วันหยุดเรียนซิ่วอิงจึงจะไปทำบุญหาเเม่นมที่เลี้ยงดูมาตลอด

ซิ่วอิงเดินทางมาทำบุญที่บ้านเกิดของเเม่นมซึ่งต้องค้างคืนเพราะบ้านของเเม่นมห่างไกลจากตัวเมือง

ใช้เวลาเกือบครึ่งวันที่ซิ่วอิงเดินทางมาถึงโดยเหมารถให้มาส่งที่นี่เเละได้มองหาที่พักไม่ไกลจากวัด

ด้านหน้าทางเข้าวัดมีร้านขายเครื่องประดับที่เป็นเครื่องรางนำโชคมากมาย

"ยัยหนูช่วยยายซื้อหน่อยได้ไหม ยายยังไม่ได้กินข้าวเลยเพราะยังไม่ได้ขายสักชิ้น"

ซิ่วอิงหยุดหันมามองหญิงชราที่เรียกนัยน์ตาสวยมองของที่ว่างขายที่มีเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั่น มีกำไลหยกเนื้อนวลสวยสองสามวงที่ว่างอยู่

มือเรียวหยิบกำไลมาหนึ่งวงที่ตัวเองสนใจเเละจ่ายเงินให้หญิงชราทันที

"ยายขอให้หนูโชคดี"

โชคชะตาที่รอค่อยได้มาถึงเเล้วนะยัยหนู…..

"ขอบคุณค่ะ"ซิ่วอิงตอบรับหญิงชราด้วยความยินดีก่อนจะเดินจากมา

หลังจากที่ทำบุญหาเเม่นมเสร็จซิ่วอิงก็เดินทางกลับมาถึงที่พักด้วยความเหนื่อยล้าทั้งวันจึงนอนหลับสนิท

ซิ่วอิงไม่คิดว่าการที่เธอนอนหลับไปนั่นจะทำให้ตัวตนของเธอได้หายไปตลอดกาล

บทนำ

ซิ่วอิงหญิงสาวอายุ18ปี หญิงสาวเป็นลูกหลานตระกูลดังในประเทศจีนพ่อเเละเเม่ต้องเเต่งงานกันโดยปราศจากความรัก

ทั้งสองถูกหมั้นหมายกันเพราะธุรกิจซิ่วอิงเป็นลูกคนที่สามการที่ซิ่วอิงเกิดมาจึงไม่เป็นที่สำคัญกับคนในตระกูลมากนักเพราะพวกเขานั่นให้ความสำคัญกับพี่ชายทั้งสองมากกว่าลูกสาว

พ่อเเม่ของซิ่วอิงก็ยังเลี้ยงดูอย่างดีด้วยเงินทองที่มีมากมายซิ่วอิงถูกเลี้ยงดูด้วยเเม่นมจนกระทั้งไม่กี่เดือนก่อนเเม่นมได้จากไปเพราะโรคร้าย

ซิ่วอิงรู้สึกโดดเดี่ยวตั้งเเต่เเม่นมจากไปถึงเเม้ว่าครอบครัวจะเลี้ยงดูอย่างดี ทุกอย่างที่ต้องเรียนรู้ซิ่วอิงก็ทำมันได้ดี หากเเต่ไม่เคยได้รับอิสระการใช้ชีวิตในแบบของตัวเองเหมือนกับเด็กวัยรุ่นทั่วไป นั่นก็เพราะคำว่า คุณหนูตระกูลใหญ่

ซิ่วอิงกลับไม่มีความรู้สึกผูกพันกับครอบครัวสักนิดนั่นก็เพราะว่าในเวลาเดือนหนึ่งจะเจอหน้าครอบครัวไม่กี่ครั้ง

พี่ชายทั้งสองคนซิ่วอิงก็มีเเค่พูดคุยกันบ้างเพราะตั้งเเต่เกิดมาด้วยภาระทายาทตระกูลดังมักจะถูกฝึกเป็นผู้นำตั้งเเต่เด็ก

ซิ่วอิงจึงไม่ค่อยได้พบหน้าพี่ชายบ่อยหนักอาจจะความรับผิดชอบทั้งหลายที่พ่อเเละเเม่ได้ส่งต่องานให้พี่ชายทั้งสองคน

ส่วนซิ่วอิงก็ถูกจะเตรียมหมั้นหมายกับตระกูลที่สามารถส่งผลดีต่อตระกูลเช่นกัน

วันนี้วันหยุดเรียนซิ่วอิงจึงจะไปทำบุญหาเเม่นมที่เลี้ยงดูมาตลอด

ซิ่วอิงเดินทางมาทำบุญที่บ้านเกิดของเเม่นมซึ่งต้องค้างคืนเพราะบ้านของเเม่นมห่างไกลจากตัวเมือง

ใช้เวลาเกือบครึ่งวันที่ซิ่วอิงเดินทางมาถึงโดยเหมารถให้มาส่งที่นี่เเละได้มองหาที่พักไม่ไกลจากวัด

ด้านหน้าทางเข้าวัดมีร้านขายเครื่องประดับที่เป็นเครื่องรางนำโชคมากมาย

"ยัยหนูช่วยยายซื้อหน่อยได้ไหม ยายยังไม่ได้กินข้าวเลยเพราะยังไม่ได้ขายสักชิ้น"

ซิ่วอิงหยุดหันมามองหญิงชราที่เรียกนัยน์ตาสวยมองของที่ว่างขายที่มีเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั่น มีกำไลหยกเนื้อนวลสวยสองสามวงที่ว่างอยู่

มือเรียวหยิบกำไลมาหนึ่งวงที่ตัวเองสนใจเเละจ่ายเงินให้หญิงชราทันที

"ยายขอให้หนูโชคดี"

โชคชะตาที่รอค่อยได้มาถึงเเล้วนะยัยหนู…..

"ขอบคุณค่ะ"ซิ่วอิงตอบรับหญิงชราด้วยความยินดีก่อนจะเดินจากมา

หลังจากที่ทำบุญหาเเม่นมเสร็จซิ่วอิงก็เดินทางกลับมาถึงที่พักด้วยความเหนื่อยล้าทั้งวันจึงนอนหลับสนิท

ซิ่วอิงไม่คิดว่าการที่เธอนอนหลับไปนั่นจะทำให้ตัวตนของเธอได้หายไปตลอดกาล

ที่นี่ที่ไหน

'หนาวจัง'

หญิงสาวนอนขดตัวกอดตัวเองด้วยความหนาวเย็นมือเรียวสวยพยายามคว้าหาผ้าห่ม ซิ่วอิงลืมตาขึ้นมาและพยายามลุกนั่งขึ้นมา ดวงตาคู่งามมองไปรอบด้านด้วยความมึนงง

ที่ไหนกัน!

สมองน้อยๆพยายามที่จะนึกว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกันในเมื่อเธอนอนหลับอยู่บนเตียงนอนหลังจากที่กลับมาจากเที่ยวที่วัดขอพร

ซิ่วอิงหันมองรอบๆที่เธอตื่นขึ้นมาตอนนี้เธออยู่ท่ามกลางป่ามีเพียงต้นไม้มองไปทางไหนก็มีเเต่ต้นไม้เต็มไปหมดทุกพื้นที่

นี่มันป่าที่ไหนกัน!

ตอนนี้ซิ่วอิงงุนงงกับสถานการณ์ตรงหน้าเป็นอย่างมาก ซิ่วอิงลุกขึ้นยืนพร้อมทั้งพยายามมองหาอย่างอื่นรอบๆตัวเเต่ไม่เจออะไรเธอสวมเเค่ชุดที่ใส่กลับมาจากวัดพร้อมกับเครื่องประดับไม่กี่ชิ้นที่เธอสวมอยู่เท่านั่น

ซิ่วอิงตัดสินใจเดินไปข้างหน้าต่ออย่างไรจุดหมายเผื่อเจอคนจะได้สอบถามทาง เดินมาได้สักพักก็ได้ยินเสียงน้ำไหลเลยเดินไปตามริมเเม่น้ำเลื่อยๆซิ่วอิงเชื่อว่าถ้าเราเดินตามสายน้ำไปจะต้องเจอบ้านคนเเน่นอน

ซิ่วอิงเดินมาได้สักพักถึงกับสังเกตเห็นว่าน้ำที่นี่ใสมากกลิ่นอายของธรรมชาติที่เธอไม่เคยพบเจอ อากาศที่นี่บริสุทธิ์จนเธอเคลิบเคลิ้มไปกับบรรยากาศของที่นี่

มือเรียวสวยเผลอลูบกำไลที่ส่วมใส่อยู่บนข้อมืออย่างลืมตัว เเต่เเล้วกับทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปทันที

ซิ่วอิงหันมองรอบๆด้านที่เเตกต่างไปจากเดิมเเต่สายตากับสะดุดเจอกระท่อมหนึ่งหลัง ตั้งอยู่ด้านหน้า ด้านข้างเป็นสระน้ำขนาดกลาง ถัดไปเป็นทุ่งหญ้า ภูเขา ต้นไม้ไกลสุดลูกหูลูกตา

"นายหญิงท่านมาเเล้ว"

เสียงหนึ่งดังขึ้นที่ด้านหลัง ซิ่วอิงหันกลับไปมองเห็นเพียงสุนัขจิ้งจอกตัวเล็กสีขาว

'คงไม่ใช่เจ้าตัวเล็กนี่คุยกับฉันใช่ไหม '

"ใช่ข้าพูดกับท่าน"

จิ้งจอกตนนั่นกล่าวตอบ ซิ่วอิงเมื่อพบเจอเเบบนี้ถึงกับตกใจเป็นอย่างมากที่เจ้าตัวเล็กสามารถอ่านความคิดของเธอได้

"ขอรับ ข้าอ่านความคิดของท่านออกเพราะข้าเป็นสัตว์ในพันธะสัญญากับท่านมาทั้งเเต่หลายร้อยปีเเล้วขอรับ"

จากคำพูดของจิ้งจอกน้อยนั่น ซิ่วอิงยิ่งแปลกใจว่าทำไมถึงได้มาเจอสถานการณ์อะไรเเบบนี้กันเเน่

"เรื่องที่ท่านมาที่เเห่งนี้ได้นั้นเป็นเรื่องของลิขิตฟ้าข้าไม่สามารถตอบได้ขอรับ ข้าเพียงมีหน้าที่เฝ้ารอเเละดูเเลมิติเเห่งนี้เท่านั่น"

จิ้งจอกน้อยตอบเเทนความสงสัยของผู้เป็นนายด้วยความยินดี

"ถ้าอย่างนั่น เจ้าตัวเล็กชื่ออะไร"

"ข้าชื่อไป๋ฉี ขอรับ"

"เจ้าสามารถเล่าให้ฟังได้ไหมว่าที่นี่ที่ไหน"

"ได้ขอรับ ที่นี่คือมิติในกำไลของนายหญิงขอรับ ซึ่งในนี้นายหญิงสามารถเข้าออกได้ตลอดเวลาขอรับ ในมิตินายหญิงสามารถกำหนดเวลาได้ขอรับ ส่วนด้านนอกนั่นเป็นป่าที่อยู่นอกเมืองติดกับเเคว้นเย่ว ทวีปนี้มีทั้งหมดห้าเเคว้น ที่เราอยู่ตอนนี้คือเเคว้นเย่ว ที่เหลือจะเป็นเเคว้นฉี แคว้นป่าย เเคว้นถัง เเคว้นเว่ย ขอรับเเละที่นี่วัดกันด้วยความเเข็งเเกร่งของด้านพลังยุทธ์เท่านั่นขอรับ"

ซิ่วอิงตื่นตกใจตั้งเเต่ที่รู้ว่าที่นี่ไม่ใช่ประเทศจีนที่ตนเคยอยู่ เเต่กลับเป็นเเคว้นที่ไม่เคยได้ยินชื่อหรือรับรู้มาก่อนว่ามีนั่นเเปลว่าตัวเองต้องทะลุมิติเหมือนพวกนิยายที่เคยหยิบมาอ่านบ้างในบางครั้งเพียงเเต่ที่นี่ไม่ได้มีพลังปรานอะไรเเบบนั่นหรือสัตว์อสูรเหมือนที่อ่าน

"ใช่ขอรับที่นี่ไม่ได้มีสัตว์อสูรดังเช่นที่นายหญิงสงสัยยกเว้นเพียงข้าเท่านั่นที่ถูกส่งมารับใช้นายหญิงขอรับ"

ไป๋ฉีตอบข้อสงสัยเเก่นายของตน

"เเปลว่ามีเพียงเเค่ไป๋ฉีที่เป็นสัตว์อสูรเเล้วไป๋ฉียังสามารถออกไปด้านนอกได้ใช่ไหม"

"ได้ขอรับ"

"เเล้วที่ฉันจากมายังสามารถกลับไปได้ไหม"ซิ่วอิงถามออกมาอย่างไม่คาดคิดว่าเธอจะกลับไปได้ไหมเพียงเเค่นึกถึงคนที่นั่นเธอคงไม่ได้สำคัญมากมายพวกเขาคงจะลืมเธอไปสักวัน

"ที่นั่นนายหญิงคงกลับไปไม่ได้เเล้วขอรับ พร้อมทั้งตัวตนของนายหญิงถูกลบออกไปหมดเเล้วขอรับ"

ไป๋ฉีตอบนายหญิงของตนด้วยความสงสารที่นายของตนจะต้องมีครอบครัวเเบบนั่น

"ดีเเล้ว…ดีจริงๆสินะ"

ซิ่วอิงกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกเหมือนได้ยกก้อนหินออกจากอกหากเเต่คิดถึงเพียงเเค่เเม่นมที่เลี้ยงดูมาเท่านั่นต่อไปนี้คงต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี่ ทำทุกอย่างตามใจตนเองสักครั้ง

"นายหญิงยังมีข้าอยู่นะขอรับไป๋ฉีจะอยู่เคียงข้างนายหญิงไม่จากไปไหน"

ไป๋ฉีกลัวว่านายหญิงของตนเศร้าเเละรู้สึกโดดเดี่ยวเจ้าตัวจึงรีบตอบไป

"ขอบคุณนะไป๋ฉี ที่นี่เราจะเริ่มจากอะไรกันก่อนดี"

ซิ่วอิงยิ้มรับทันทีที่ไป๋ฉีพูดอย่างน้อยเธอก็ยังมีไป๋ฉีอยู่เป็นเพื่อน

"ก่อนอื่นนายหญิงต้องศึกษาทุกอย่างภายในมิติก่อนขอรับ"

ซิ่วอิงพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่ไป๋ฉีบอกพร้อมทั้งเดินมุ่งหน้าสู่กระท่อมหลังน้อยทันทีด้านหลังมีจิ้งจอกน้อยไปฉีเดินตามไม่ห่าง

เรียนรู้

"ก่อนอื่นนายหญิงดื่มน้ำนี้ก่อนขอรับ มันจะช่วยล้างสิ่งสปกภายในร่างกายที่สะสมมาขอรับ" ไป๋ฉีนำเเก้วน้ำชาว่างตรงหน้าซิ่วอิง

ซิ่วอิงไม่สงสัยอะไรมากมือเรียวหยิบเเก้วน้ำชาขึ้นดื่มทันที ทันใดนั่นกับพบว่าร่างกายได้ถูกขับของเสียสระสมเป็นคราบดำๆเต็มไปหมดพร้อมทั้งส่งกลิ่นเหม็น จนทนไม่ได้ต่อกลิ่นที่ไม่พึ่งประสงค์นี้

ซิ่วอิงต้องการที่จะอาบน้ำชำระคราบดำจึงมุ่งหน้าเดินไปที่สระน้ำที่พบเห็นก่อนหน้าทันทีร่างบางลงเเช่น้ำด้วยความสบายใจ

ไป๋ฉีเห็นว่านายหญิงกำลังเเช่น้ำเจ้าตัวก็รีบไปจัดเตรียมชุดใหม่ให้เเก่นายสาวของตนอย่างไม่ลังเล

"นายหญิงข้าได้เตรียมชุดไว้เรียบร้อยเเล้วขอรับ นายหญิงเข้าไปเปลี่ยนที่ห้องนะขอรับไป๋ฉีจะไปจัดเตรียมหนังสือรอนายหญิง"

"ได้ขอบใจมากนะไป๋ฉี"ซิ่วอิงกล่าวตอบทันที

ในเวลาต่อมาซิ่วอิงขึ้นจากสระน้ำก็ได้เดินเข้าไปเปลี่ยนชุดภายในห้องที่ไป๋ฉีจัดเตรียมไว้ให้โดยที่เจ้าตัวไม่ได้สังเกตตนเลยว่าร่างกายของตนนั่นเปลี่ยนไป

ซิ่วอิงเปลี่ยนชุดเสร็จเป็นชุดผู้หญิงสมัยโบราณที่เคยพบเห็นผ่านซีรี่ย์มันอาจจะรู้สึกลุ่มลามบ้างเเต่เดี่ยวก็คงชินไปเองร่างบางเดินออกมาจากห้องทันทีพร้อมกับมองหาไป๋ฉี

"มาเเล้วนายหญิง…ท่านน งดงามนัก นายหญิงถ้าออกไปข้างนอกคงเป็นหญิงงามล่มเเคว้น ท่านต้องมีเรื่องเดือดร้อนเป็นเเน่"ไป๋ฉีอุทานออกมาอย่างเมอลอย

ซิ่วอิงไม่ได้รับรู้ว่ารูปร่างของตนได้เเปลกไปมากเพราะปกติเจ้าตัวถือว่าเป็นคนที่มีรูปลักษณ์ที่สวยอยู่เเล้วนั่นเพราะพ่อเเละเเม่ผู้ให้กำเนิดมีหน้าตาดี พร้อมทั้งมีรูปร่างดีสัดส่วนอันไหนที่ไม่ควรมีกับมีมากเพียงเเต่ชอบเเต่งตัวพร่างหุ่น

เส้นผมสีคาราเมลที่ยาวสลวยสีผมนั่นได้มาจากผู้เป็นพ่อเพราะพ่อมีสายเลือดลูกครึ่งนั่นเอง สีดวงตาเป็นสีน้ำตาลอ่อนเหมือนเเม่ ชีวิตก่อนซิ่วอิงสามารถเป็นดาราได้เลยเพียงเเต่ไม่ได้สนใจ

เเต่หลังจากที่ได้ดื่มกินน้ำที่ไป๋ฉีนำมาให้รูปร่างของซิ่วอิงกับเปลี่ยนไปดีมากกว่าเดิม พร้อมสัดส่วนดูโตขึ้นผิวที่ขาวอยู่เเล้วยิ่งขาวขึ้นไปอีก หน้าตายิ่งมีเสน่ห์หากใครได้พบเจอหรือเเค่มองนั่นถึงกลับเมอมอง หลงใหลเป็นเเน่

ยิ่งรูปลักษณ์ของนายหญิงไม่เหมือนกับคนที่นี่ มันยิ่งเป็นจุดเด่นอยากที่จะห้ามว่าเรื่องที่จะตามมานั่นหากนายหญิงของตนปรากฏตัวที่ด้านนอกเเล้วจะเป็นอย่างไร

"ไป๋ฉีไหนหนังสือที่เจ้าจะให้ข้าศึกษากัน"

ซิ่วอิงเอ่ยขึ้นก่อนที่เจ้าจิ้งจอกน้อยจะคิดไปไกลกว่านี้ ส่วนรูปลักษณ์นั่นหากออกไปข้างนอกคงจะระวังตัวเองเป็นอย่างดี

"อ่า…นี่ขอรับหนังสือพวกนี้นายหญิงสามารถศึกษาได้ทั้งหมดเลยขอรับ" ไป๋ฉีนำหนังสือมากมายให้กับนายหญิงของตนทันที

"ไป๋ฉีหากว่าด้านนอกนั่นวัดกันด้วยความเเข็งเเกร่งข้าจะต้องเรียนรู้วรยุทธ์เพื่อที่จะได้ปกป้องตนเองยามมีภัย"

"นายหญิงไป๋ฉีจะสอนท่านเอง…อ่ะ!จริงสิไป๋ฉีลืมบอกนายหญิงว่าท่านเองก็มีพลังที่ติดตัวมาตั้งเเต่ชาติก่อนเพียงเเต่นายหญิงต้องปลุกพลังที่หลับใหลนี่เสียก่อนขอรับ"

ซิ่วอิงถึงกับเเปลกใจในสิ่งที่ไป๋ฉีบอกเเปลว่าตนเองก็มีพลังเหนือธรรมชาติโดยที่ไม่รู้มาก่อนเช่นนั่น

ไป๋ฉีนำลูกเเก้ววัดพลังออกมาให้นายของตนตรวจสอบดูทันที ซิ่วอิงมองดูลูกเเก้วที่เจ้าไป๋ฉีนำออกมามันมีขนาดเท่าลูกบอลเลยก็ว่าได้

"ท่านว่ามือไว้ที่ลูกเเก้วเเล้วตั้งจิตให้มั่น ห้ามคิดสิ่งใดนะขอรับ" เมื่อไป๋ฉีบอกกล่าวเสร็จซิ่วอิงก็ทำตามทันที

ซิวอิงใช้เวลาไม่ถึงฉิบชาด้วยช้ำก็เกิดการเปลี่ยนเเปลงขึ้น ไป๋ฉีที่มองดูอยู่ตลอดเวลาถึงกับเบิกตาโตด้วยความเหลือเชื่อ นี้มัน…พลังเเห่งเยียวยาเป็นพลังที่หายสาบสูญไปนานมากเเล้วมันไม่คิดว่านายหญิงของมันจะเป็นผู้สืบทอด หากมีใครรับรู้ถึงสิ่งที่นายหญิงของมันมีคงจะสะเทือนฟ้า สะเทือนแผ่นดินทวีปนี้เป็นเเน่

"ไป๋ฉีเป็นอะไรไปสรุปข้ามีพลังอะไร"

ซิ่วอิงเอ่ยถามออกมาเพราะนางไม่รู้ความหมายของเจ้าสิ่งที่ลูกเเก้ววัดออกมาเพราะเมื่อวางมือลงไปไม่นานกลับมีเเสงสีทองพุ่งออกมาจากลูกเเก้วนั่น

"นายหญิงท่านรู้สึกอย่างไรบ้างขอรับ"ไป๋ฉีเมื่อตั้งสติได้ก็รีบถามนายของมัน

"รู้สึกเหมือนได้ปลดล็อกอะไรสักอย่างจนข้าคิดว่าร่างกายเบาสบาย" ซิ่วอิงตอบตามจริงเพราะนางรู้สึกดีจริงๆ

"ถ้าเช่นนั่น นายหญิงต้องศึกษาหนังสือตำราพวกนี้ก่อนนะขอรับส่วนเรื่องพลังของท่านนั่นเป็นพลังที่ไม่มีมานานมากเเล้วหรือจะให้พูดตามตรงคือมันหายสาบสูญไปหลายพันปี ข้าคงต้องไปค้นหาตำรามาให้ท่านได้เรียนรู้เเละศึกษาก่อน"

"พลังของข้าคือพลังอะไรทำไมมันดูลึกลับซับซ้อนปานนั่น" ซิ่วอิงกล่าวถามด้วยความตื่นตะลึง

"พลังเเห่งการเยียวยาขอรับ..มันเป็นพลังที่ข้าเองยังนึกไม่ถึง พลังนี้คนที่ครอบครองนั่นสามารถรักษาเยียวยาอาการบาดเจ็บหรือโรคภัยได้เพียงเเค่สัมผัสเเละถ่ายเเทพลังลงไปต่อผู้ที่จะรักษาโดยผู้เป็นเจ้าของพลังจะต้องเต็มใจมอบให้เท่านั่นพลังถึงจะส่งผลเเม้เเต่คนทีเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ เเต่ถ้ากรณีไม่มีชีพจรเต้นเเล้วนั่นไม่สามารถช่วยได้ หรือเเม้เเต่สัตว์เช่นกัน ขอรับ"

ซิ่วอิงเมื่อได้ยินคำอธิบายจากไป๋ฉีเเล้วถึงกับตื่นตะลึงอย่างเหลือเชื่อ

นี่มันกลายเป็นเทพเซียนเลยนะ!

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...