โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ปลัด ศธ.ตรวจการบ้านสำนักงาน สั่งเข้มตรวจทุจริตแป๊ะเจี๊ยะ-อาหารกลางวันเด็ก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 10 ต.ค. 2566 เวลา 08.14 น. • เผยแพร่ 10 ต.ค. 2566 เวลา 08.06 น.

‘สุเทพ’ ตรวจการบ้านสำนักงานปลัด ศธ สั่งเข้มตรวจทุจริตแป๊ะเจี๊ยะ-อาหารกลางวันเด็ก

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ได้หารือร่วมกับผู้บริหารหน่วยงานในกำกับของสำนักงานปลัด ศธ. ซึ่งเป็นหน่วยสนับสนุนการทำงานของรัฐมนตรีว่าการ ศธ. และเป็นหน่วยสนับสนุนการทำงานขององค์กรหลักต่างๆ เพื่อทบทวนภารกิจเดิมที่มีอยู่และภาระงานใหม่ที่จะต้องสนองการทำงานตามนโยบายของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชินชอบ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. และจุดเน้นที่รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ได้วางไว้ เช่น นโยบายการขับเคลื่อนการจัดทำแพลตฟอร์ม เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา หรือ Anywhere Anytime การสนับสนุนโยบายรัฐบาล การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งจะต้องมีผู้ดูแลที่ชัดเจน รวมถึงมาดูเรื่องกลไกการทำงานให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐมนตรีว่าการ ศธ. ที่เน้นในเรื่องการใช้เทคโนโลยี บริหารจัดการ ก็ขอให้แต่ละหน่วยงานไปปรับวิธีการทำงานให้สอดคล้องกัน เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนการทำงานได้อย่างเป็นรูปธรรม

นายสุเทพกล่าวต่อว่า ส่วนนโยบายป้องกันการทุจริตนั้น รัฐมนตรีว่าการ ศธ.มอบหมายให้สำนักงานปลัด ศธ.เป็นหน่วยงานในการรวบรวมข้อมูลแต่ละองค์กร รายงานผลทุกสัปดาห์ ส่วนตัวเลขการร้องเรียน และผลการแก้ปัญหาทุจริตนั้นยังไม่ได้มีการรายงานความคืบหน้าเข้ามา โดยการประชุมครั้งนี้เป็นการหารือวิธีการทำงานเบื้องต้นก่อน ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต ศธ.ก็รายงานเข้ามาว่าปี 2566 มีเรื่องทุจริตที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลเข้ามาเพิ่มเพียง 1 เรื่อง แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าเป็นเรื่องอะไร คงต้องไปดูสถิติย้อนหลัง

นายสุเทพกล่าวด้วยว่า ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) ก็ให้ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต ศธ.ดูแลปัญหาเรื่องการทุจริตเรียกรับเงินแป๊ะเจี๊ยะ เพื่อแลกที่นั่งเรียนและการทุจริตเงินอาหารกลางวันเด็กด้วย ซึ่งตนก็ได้รับฟังแนวทางการทำงาน และขอให้แต่ละหน่วยงานไปบูรณาการแนวทางการทำงานรัฐมนตรีว่าการ ศธ.และตนเพื่อขับเคลื่อนการทำงานให้สอดคล้องกัน

“ขณะเดียวกัน ยังดูรายละเอียดการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ในสังกัดสำนักงานปลัด ศธ. ได้แก่ กองบริหารทรัพยากรบุคคล (กบค.) กองบริหารการคลัง (กค.) และกองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ (กผป.) ว่าสอดคล้องกับภารกิจ มีกฎหมายรองรับ และมีการมอบหมายงานต่างกฎหมายได้ถูกต้องหรือไม่ ทั้งนี้ การตั้งหน่วยงานภายในสามารถดำเนินการได้ แต่ตั้งมาแล้วต้องมีกฎหมายรองรับและมีการมอบอำนาจให้แต่ละหน่วยงานสามารถดำเนินงานได้ครบถ้วน เพื่อไม่ให้เป็นประเด็นในข้อกฎหมาย ซึ่งเท่าที่ดูการจัดตั้งไม่ได้ขัดกฎหมาย แต่มาดูเรื่องการมอบอำนาจ ซึ่งถ้าไม่ครบถ้วนก็จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพื่อให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพ” นายสุเทพกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...