โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เผยความคืบหน้าสร้างมอเตอร์เวย์ ตามแผนแม่บท 20 ปี เร่ง 3 เส้นทาง เช็กที่นี่!!

The Bangkok Insight

อัพเดต 08 เม.ย. 2566 เวลา 15.36 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. 2566 เวลา 01.00 น. • The Bangkok Insight

กรมทางหลวง เดินหน้าเร่งพัฒนามอเตอร์เวย์ เชื่อมโยงโครงข่ายแบบไร้รอยต่อ ยกระดับการเดินทางระหว่างภูมิภาค สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กรมทางหลวง (ทล.) เร่งดำเนินโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) ตามแผนแม่บทการพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ระยะ 20 ปี (ปี 2560-2579) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคมนาคม ระหว่างกรุงเทพมหานครและปริมณฑลสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ

มอเตอร์เวย์

ทั้งนี้ ในระยะเร่งด่วน ทล. เร่งผลักดันทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายใหม่อีก 3 เส้นทาง ได้แก่

1. ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 (M9) สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ช่วงบางขุนเทียน-บางบัวทอง-บางปะอิน ระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร โดยแบ่งการพัฒนาเป็น 2 ช่วง ได้แก่

  • ช่วงบางขุนเทียน-บางบัวทอง เป็นการก่อสร้างเป็นทางยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร ตามแนวถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก หรือถนนกาญจนาภิเษก

ทั้งนี้ มีจุดเริ่มต้นโครงการเชื่อมต่อโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 วงแหวนกาญจนาภิเษก ด้านทิศใต้ โครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 (M82) สายบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว และโครงการทางพิเศษพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก บริเวณทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน และมีจุดสิ้นสุดโครงการบริเวณจุดตัดทางแยกต่างระดับบางบัวทอง เชื่อมต่อโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ช่วงบางบัวทอง-บางปะอิน รวมระยะทางประมาณ 35.9 กิโลเมตร วงเงินลงทุนก่อสร้าง 56,035 ล้านบาท

โครงการดังกล่าว ดำเนินการในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (Public Private Partnership: PPP) ในรูปแบบ PPP Net Cost โดยเอกชนลงทุนก่อสร้างงานโยธา และงาน Operation and Maintenance (O&M) โดยเอกชนรับรายได้จากค่าธรรมเนียมผ่านทาง

ปัจจุบัน คณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (บอร์ด PPP) เห็นชอบในหลักการโครงการแล้ว คาดว่ากระทรวงคมนาคมจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติการดำเนินโครงการภายในปี 2566 ดำเนินการคัดเลือกเอกชนในปี 2567 ก่อสร้างโครงการในปี 2568-2570 และเปิดบริการในปี 2571

  • ช่วงบางบัวทอง-บางปะอิน เป็นการดำเนินการปรับปรุงถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตกเดิม ให้เป็นทางหลวงพิเศษระดับพื้นดินขนาด 6 ช่องจราจร

โครงการนี้ มีจุดเริ่มต้นบริเวณ กม. ที่ 36 (ปัจจุบัน คือ ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 ประมาณ กม. ที่ 50) บริเวณทางแยกต่างระดับบางบัวทอง เชื่อมต่อกับทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ช่วงบางขุนเทียน-บางบัวทอง ไปสิ้นสุดที่บริเวณทางแยกต่างระดับบางปะอิน สามารถเชื่อมต่อไปยังทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 ได้ ระยะทางรวมประมาณ 34.1 กิโลเมตร วงเงินลงทุนก่อสร้าง 15,260 ล้านบาท

ปัจจุบัน ทล.อยู่ระหว่างเสนอแผนความต้องการเงินกู้ระยะปานกลาง 5 ปี (ปี 2567-2571) หากได้รับการอนุมัติจาก ครม. คาดว่าสามารถเริ่มการก่อสร้างในปี 2568

เมื่อโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตกแล้วเสร็จ จะเป็นโครงข่ายสำคัญที่เชื่อมโยงการเดินทางและการขนส่ง ระหว่างพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลโดยสมบูรณ์ รวมถึงเชื่อมต่อกับทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 (M81) สายบางใหญ่-กาญจนบุรี และทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 (M6) สายบางปะอิน-นครราชสีมา อย่างไร้รอยต่อ

2. ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 5 สายทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต-บางปะอิน (M5)

เป็นการก่อสร้างทางยกระดับช่วงรังสิต - บางปะอิน บนเกาะกลางถนนพหลโยธิน ขนาด 6 ช่องจราจร โดยมีการควบคุมการเข้าออกอย่างสมบูรณ์ มีจุดเริ่มต้นที่ปลายทางยกระดับอุตราภิมุขปัจจุบัน ประมาณ กม. ที่ 34 ของถนนพหลโยธิน และสิ้นสุดที่ประมาณ กม. ที่ 52 ของถนนพหลโยธิน บริเวณทางแยกต่างระดับบางปะอิน รวมถึงก่อสร้างทางยกระดับเชื่อมโยงทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 สายบางปะอิน - นครราชสีมา ระยะทางรวมทั้งสิ้นประมาณ 22 กิโลเมตร วงเงินค่าลงทุนก่อสร้าง 31,358 ล้านบาท

โครงการนี้ ดำเนินการในรูปแบบ PPP Gross Cost โดยเอกชนลงทุนในส่วนก่อสร้างงานโยธาและงาน O&M โดยรัฐเป็นผู้ได้รับรายได้ค่าผ่านทาง และจ่ายค่าตอบแทนการให้บริการให้แก่เอกชน

ปัจจุบันบอร์ด PPP เห็นชอบในหลักการโครงการแล้ว คาดว่ากระทรวงคมนาคมจะเสนอ ครม. พิจารณาอนุมัติการดำเนินโครงการภายในปี 2566 ดำเนินการคัดเลือกเอกชนในปี 2567 ก่อสร้างโครงการในปี 2568 - 2570 และเปิดบริการในปี 2571

เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในถนนพหลโยธิน และถนนวิภาวดีรังสิต โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วนและเติมเต็มโครงข่ายถนนสายหลัก (Missing Link) ตอนบนของกรุงเทพมหานครกับจังหวัดใกล้เคียง และเชื่อมโยงโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง M6 และ M9 เพิ่มศักยภาพในการรองรับและเชื่อมต่อการเดินทางจากใจกลางกรุงเทพมหานครสู่ภาคกลางตอนบน ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างสมบูรณ์

3. โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 8 (M8) สายนครปฐม-ชะอำ ระยะทางรวมประมาณ 109 กิโลเมตร

สำหรับโครงการนี้ แบ่งการก่อสร้างเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงนครปฐม-ปากท่อ และช่วงปากท่อ-ชะอำ โดยจะดำเนินการก่อสร้าง ช่วงนครปฐม-ปากท่อ ก่อน มีจุดเริ่มต้นโครงการต่อเชื่อมกับ M81 สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ที่บริเวณทางแยกต่างระดับนครชัยศรี รวมถึงมีเส้นทางเชื่อมต่อกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 338 (ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี) บริเวณจุดตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) แนวเส้นทางโครงการมุ่งหน้าไปทางทิศใต้ไปสิ้นสุดบริเวณ กม. ที่ 73 ทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนธนบุรี - ปากท่อ) ระยะทางประมาณ 61 กิโลเมตร

ลักษณะโครงการเป็นการก่อสร้างทางหลวงพิเศษขนาด 4 ช่องจราจร วงเงินลงทุนก่อสร้างรวม 29,156 ล้านบาท ปัจจุบัน ทล. อยู่ระหว่างเสนอแผนความต้องการเงินกู้ระยะปานกลาง 5 ปี (ปี 2567 - 2571)

เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จจะรองรับการเดินทางและขนส่งสินค้าระหว่างกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และจังหวัดต่าง ๆ ในพื้นที่ภาคตะวันตกและภาคใต้ของประเทศ สามารถแบ่งเบาการจราจรจากทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) และทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2) และเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเดินทางสู่ภาคใต้ รองรับการคมนาคมและขนส่งสินค้าเชื่อมต่อจากจังหวัดต่าง ๆ ในแถบภาคเหนือและภาคกลางตอนบนไปยังจังหวัดภาคใต้

ทล. ยังเร่งเดินหน้าพัฒนาโครงการที่พักริมทาง (Rest Area) บนมอเตอร์เวย์ 3 เส้นทาง ได้แก่ M6 M7 และ M81 ซึ่งที่พักริมทางถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง เพื่อให้ผู้ใช้ทางได้แวะพักผ่อน ทำธุระส่วนตัว ผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการเดินทาง ช่วยลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุจากความเหนื่อยล้าหรือหลับใน เป็นการยกระดับมาตรฐานและการให้บริการของระบบทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสู่มาตรฐานสากล โดยจะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนในการดำเนินโครงการ ในรูปแบบ PPP Net Cost

ทล. คาดหวังว่า เอกชนผู้มีศักยภาพ จะนำความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ รวมถึงนวัตกรรม และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เข้ามาออกแบบ ก่อสร้าง ดูแล บำรุงรักษาที่พักริมทาง ตลอดจนอำนวยความสะดวกและการบริการที่มีคุณภาพ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนผู้ใช้ทางต่อไป

ปัจจุบัน ทล. มีโครงการที่พักริมทางที่อยู่ระหว่างดำเนินการ 4 โครงการ ได้แก่ โครงการศูนย์บริการทางหลวงศรีราชา และโครงการสถานที่บริการทางหลวงบางละมุง บนมอเตอร์เวย์ M7 ซึ่งทั้ง 2 โครงการ อยู่ระหว่างขั้นตอนการคัดเลือกเอกชน ตาม พรบ. การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนฯ พ.ศ. 2562 คาดว่าจะจะประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุนได้กลางปี 2566 เริ่มก่อสร้างได้ภายในปี 2567 เปิดให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกบางส่วนในปี 2568 และเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2569

ส่วนโครงการที่พักริมทางบนมอเตอร์เวย์ M6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา และโครงการที่พักริมทางบนมอเตอร์เวย์ M81 สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ปัจจุบันอยู่ระหว่าง ทล. จัดทำร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน เพื่อเสนอคณะกรรมการคัดเลือกตามขั้นตอนการคัดเลือกเอกชนต่อไป

โครงการที่พักริมทางบนมอเตอร์เวย์ M6 จะเป็นการพัฒนาและบริหารจัดการที่พักริมทางจำนวน 15 แห่ง แบ่งการบริหารเป็น 2 สัญญา ส่วนโครงการพักริมทางบนมอเตอร์เวย์ M81 จะเป็นการบริหารที่พักริมทางจำนวน 6 แห่ง แบบสัญญาเดียว ด้านแผนการดำเนินการของทั้ง 2 โครงการ คาดว่าจะประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุนได้ปลายปี 2566 และเริ่มก่อสร้างได้ภายในปี 2567 เปิดให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกบางส่วนในปี 2568 เพื่อรองรับการเปิดให้บริการมอเตอร์เวย์ M6 และ M81 และเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2569

นอกเหนือไปจากการพัฒนาทางหลวงสายหลักของประเทศแล้ว ทล. มุ่งให้ความสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่มีมาตรฐานสูง เช่น ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง และองค์ประกอบทางหลวงอย่างที่พักริมทางอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นทางเลือกในการเดินทางและขนส่งที่มีประสิทธิภาพสูง

นอกจากนี้ ยังเป็นการยกระดับการให้บริการ และคุณภาพชีวิตของผู้ใช้ทาง รองรับปริมาณการเดินทางและขนส่งที่เพิ่มขึ้นจากขยายตัวทางเศรษฐกิจและการเปิดประเทศ ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สนับสนุนเป้าหมายการให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์และการคมนาคมขนส่งในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เป็นอย่างดี

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...