“ภราดร” ยัน ภูมิใจไทย พร้อมเป็นฝ่ายค้าน ลั่น เราทำได้ดีกว่า “ประชาชน”
วันที่ 19 มิถุนายน 2568 ที่โรงแรมเซ็นทาราไลฟ์ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ นายภราดร ปริศนานันทกุล อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง สส.จังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย กล่าวตอนหนึ่งระหว่างร่วมเสวนาวิชาการในหัวข้อ “การเมืองในโลกยุคใหม่กับการท้าทายและโอกาส” ว่า การทำหน้าที่ของพรรคภูมิใจไทยในฐานะฝ่ายค้าน ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ และในฐานะของผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหาร แน่นอนที่สุดว่าไม่มีซูเอี๋ย และบอกได้เลยว่าถ้าพรรคภูมิใจไทยเป็นฝ่ายค้าน เราทำได้ดีกว่าพรรคประชาชนอย่างแน่นอน
ส่วนแนวทางในการทำงานร่วมกันในความคิดของตน ถ้าเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วยกัน ก็ควรที่จะต้องทำงานร่วมกัน และประสานกัน แต่เมื่อวานได้ฟังคำพูดของหัวหน้าพรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ก็รู้สึกแปลก ๆ ที่บอกว่า คนที่มาเป็นฝ่ายค้าน ถูกเตะมาทั้งนั้น ฟังแล้วไม่มีมิตรภาพกันเลย อย่างนั้นต่างคนต่างทำงาน ต่างตรวจสอบก็ได้ แต่ตนก็ไม่ขัดข้องที่จะทำงานร่วมกัน
เมื่อถามถึงกรณีว่าหากมียุบสภาเกิดขึ้น พรรคภูมิใจไทยพร้อมในการเลือกตั้งหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บอกพร้อมตั้งแต่เดือนที่แล้ว ฉะนั้น เรื่องเลือกตั้งไม่ใช่ปัญหาของพรรคภูมิใจไทย เราเป็นนักการเมืองก็ต้องเตรียมพร้อมสถานการณ์ตั้งแต่วันแรกที่เป็นผู้แทน ต้องนับถอยหลังแล้ว
เพราะอย่างสถานการณ์เมื่อวานเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคิด แต่ถามว่าการเรียกร้องให้ยุบสภาของพรรคประชาชน มีวาระซ่อนเร้นหรือไม่ ก็ต้องดูว่านายกรัฐมนตรีจะตัดสินใจยุบสภาหรือไม่ ซึ่งตนไม่ก้าวล่วง แต่เชื่อว่านายกฯ มีข้อมูลมากกว่ากองเชียร์ ซึ่งทำให้ท่านจึงน่าจะตัดสินใจได้ดีที่สุด
เมื่อถามว่าหากเจอสถานการณ์เดียวกับที่นายกฯ เจออยู่ในขณะนี้ นอกจากการขอโทษแล้ว ควรจะหาทางออกทางการเมืองอย่างไร นายภราดร กล่าวว่า ตนไม่กล้าไปสวมรองเท้านายกฯ ตนให้หัวหน้าพรรคของตนสวมดีกว่า
เมื่อถามย้ำว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล มีโอกาสสวมรองเท้านายกฯ หรือไม่นั้น นายภราดร ตอบว่า หัวหน้าผมมีชื่ออยู่ใน 4 แคนดิเดตนายกฯ แต่ทั้งนี้กรณีดังกล่าวจะเกิดขึ้นหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่ที่การตัดสินใจของนายกฯ และกระบวนการถัดไปหลังจากนั้น ว่า ตัดสินใจแบบไหนซึ่งขั้นแรก นายกฯ ต้องตัดสินใจทางการเมืองก่อน ทั้งนี้ ตามกฎหมายก็ขึ้นอยู่กับสมาชิกรัฐสภา 395 คน ที่มีอำนาจเลือกนายกฯ ว่าจะตัดสินใจแบบไหน หากนายกฯ ตัดสินใจลาออก
ส่วนที่พรรคภูมิใจไทยย้ายเป็นฝ่ายค้านแล้ว คะแนนเสียงมีโอกาสเทไปอีกฝั่งที่ไม่ใช่พรรคเพื่อไทย นายภราดร กล่าวว่า ในประวัติศาสตร์การเมืองหลายครั้ง เช่น เมื่อครั้ง "บิ๊กจิ๋ว" พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ยุบสภาก็เกิดการพลิกขั้ว พรรคร่วมรัฐบาลก็ย้ายไปอยู่กับฝ่ายค้าน แล้วก็เชิดนายกฯ คนใหม่ขึ้นมา เกิดขึ้นได้หมด อยู่ที่การเจรจา และหาทางออกให้ประเทศ ซึ่งแนวทางไหนที่จะเกิดประโยชน์กับประเทศมากที่สุดตนเชื่อว่านักการเมืองก็จะเดินไปในแนวนั้น