‘ค่าเงินบาท’ เปิดเช้านี้ที่ 32.88 บาท/ดอลลาร์ ‘แข็งค่าขึ้น’ กรอบวันนี้ 32.75-33.00 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.88 บาท/ดอลลาร์ ‘แข็งค่าขึ้น’ จากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 33.07 บาท/ดอลลาร์ ‘กรุงไทย’ ประเมินกรอบวันนี้ที่ 32.75-33.00 บาท/ดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยแนวโน้มค่าเงินบาทวันที่ 21 พ.ค. 2568 ว่า เรายอมรับว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทในช่วงคืนที่ผ่านมานั้น เหนือความคาดหมายไปพอสมควร
โดยปัจจัยสำคัญที่หนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทยังคงเป็นการปรับตัวขึ้นแรงราว +2% ของราคาทองคำ ที่ได้แรงหนุนจากทั้งประเด็นความกังวลเสถียรภาพการคลังของรัฐบาลสหรัฐฯ รวมถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและรัสเซีย-ยูเครน ขณะที่เงินดอลลาร์นั้นไม่ได้อ่อนค่าลงไปมาก (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY ย่อตัวลงราว -0.3%)
ซึ่งเรามองว่า ประเด็นความเสี่ยงดังกล่าวที่หนุนราคาทองคำในช่วงนี้นั้น จะยังคงอยู่ อย่างน้อยภายในช่วง 1 สัปดาห์นี้ ทำให้ราคาทองคำอาจยังมีโอกาสทยอยปรับตัวสูงขึ้นได้บ้าง และในเชิงเทคนิคัล ราคาทองคำ (XAUUSD) ก็มีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบโซนแนวต้าน 3,325-3,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้
ซึ่งหากประเมินจากความอ่อนไหว (Sensitivity, Beta) ของเงินบาทกับราคาทองคำ ราว 0.3-0.5 อาจพอประเมินได้ว่า เงินบาทมีโอกาสแข็งค่าขึ้นทดสอบโซน 32.50-32.60 บาทต่อดอลลาร์ ได้อีกครั้ง
อย่างไรก็ดี เรามองว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทอาจเป็นไปอย่างจำกัดได้ เนื่องจากผู้เล่นในตลาดบางส่วนต่างก็รอทยอยซื้อเงินดอลลาร์ หากเงินบาทแข็งค่าขึ้นทดสอบโซนแนวรับ โดยเฉพาะในช่วงโซน 32.50-32.60 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งอาจเห็นผู้เล่นในตลาดทยอยเพิ่มสถานะ Long USDTHB (มองเงินบาทอ่อนค่าลง) ได้
หากเงินบาทไม่ได้สามารถแข็งค่าขึ้นทะลุโซนแนวรับดังกล่าวได้ชัดเจน นอกจากนี้ โฟลว์ธุรกรรมจ่ายเงินปันผลให้กับบรรดานักลงทุนต่างชาติก็ยังคงมีอยู่ในช่วงนี้
ทั้งนี้ เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังเสี่ยงเผชิญ Two-Way Volatility ขึ้นกับการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ โดยหากราคาทองคำพลิกกลับมาปรับตัวลดลง ก็อาจกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลง ทำให้แนวโน้มราคาทองคำควรเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในช่วงนี้
ท่ามกลางความผันผวนในตลาดการเงินที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในช่วงปีหน้าที่จะเผชิญกับ Trump’s Uncertainty ทำให้เรายังคงแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการปิดความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งการใช้เครื่องมือเช่น Options หรือ สกุลเงินท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.75-33.00 บาท/ดอลลาร์