CPALL ค้าปลีกสายสตรอง Ready-to-Eat หนุนยอด
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 02.58 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 07.58 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) ระบุถึง CPALL ว่า การเติบโตใน 2Q25F หนุนจากอาหารพร้อมรับประทาน
ในไตรมาส 2/2568 (2Q25F) เราคาดการณ์กำไรหลักของ CPALL ที่ 6.7 พันล้านบาท (+9% YoY, -11% QoQ) โดยมีปัจจัยหนุนจาก:
การขยายสาขาประมาณ 700 แห่งในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่ยอดขายสาขาเดิม (SSS) ลดลงเล็กน้อยที่ -0.3% จากผลกระทบของสภาพอากาศที่เย็นลงในช่วงฤดูร้อน
อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้น 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์ YoY เป็น 22.7% โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของกลุ่มอาหารพร้อมรับประทาน ซึ่งมีอัตรากำไรสูง
เราพบว่า SSS ของร้านสะดวกซื้อ (CVS) เติบโตเล็กน้อยในเดือนเมษายน ขณะที่ยอดขายในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนลดลง ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ยังเปราะบาง จากภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ทั้งในประเทศและระดับโลก
อย่างไรก็ตาม CPALL ยังคงเป็นหุ้นเด่นในกลุ่มค้าปลีก ด้วยการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและบทบาทผู้นำในธุรกิจร้านสะดวกซื้อของไทย เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 80 บาท
ภาพรวมกำไรและยอดขายใน 2Q25 ได้รับผลกระทบจากอากาศเย็น
คาดว่ากำไรหลักจะเติบโต 9% YoY สู่ระดับ 6.7 พันล้านบาท โดย SSSG ในธุรกิจ CVS อยู่ที่ -0.3%, ธุรกิจค้าส่ง 0%, และค้าปลีก 1% ทั้งนี้ SSSG ของ CPAXT (ซึ่ง CPALL ถือหุ้น 60%) อยู่ที่ +0.75% ซึ่งดีกว่า CVS โดยได้รับอานิสงส์จากโครงการเงินช่วยเหลือของรัฐบาลมาเลเซีย (MYR 100–200/ครัวเรือน/เดือน ตั้งแต่ เม.ย. – ธ.ค. 2568) สำหรับจับจ่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของ Lotus’s ในมาเลเซีย
อัตรากำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์ YoY เป็น 22.7% จากทุกกลุ่มธุรกิจ โดยในกลุ่ม CVS ได้รับแรงหนุนจากอาหารพร้อมรับประทาน ขณะที่ธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกได้แรงหนุนจากอาหารสด
เราคาดว่าสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (SG&A to Sales) จะลดลง 0.4 จุดเปอร์เซ็นต์ YoY เหลือ 19.9% จากผลของ operating leverage และต้นทุนค่าสาธารณูปโภคที่ลดลง
แนวโน้ม 3Q25 ยังไม่ชัดเจน แต่ CPALL ยังแกร่งสุดในกลุ่ม
เราเชื่อว่า SSS มีแนวโน้มฟื้นตัวแบบ QoQ หลังผ่านฤดูร้อน และเมื่อสภาพอากาศกลับสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม ยังมีความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอ และสถานการณ์การเมืองในประเทศ ที่อาจกระทบต่อการบริโภค
สรุป: CPALL เป็นค้าปลีกที่พร้อมรับมือความไม่แน่นอนได้ดีที่สุด
เรากำหนดราคาเป้าหมายโดยใช้ P/E ปี 2025F ที่ 25 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว -1SD โดยยังคงมุมมองว่า CPALL เป็นผู้ค้าปลีกที่มีความแข็งแกร่งและสามารถรับมือกับความไม่แน่นอนได้ดีที่สุด
ความเสี่ยงหลักยังคงเป็นแนวโน้มเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ยังไม่ชัดเจน