โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

TRUE โชว์งบ Q1/68 พลิกกำไร 1.63 พันลบ. ครั้งแรกนับตั้งแต่ควบรวม หลังรายได้พุ่ง-รักษาวินัยการเงิน

efinanceThai

เผยแพร่ 09 พ.ค. 2568 เวลา 10.42 น.

TRUE โชว์งบ Q1/68 พลิกกำไร 1.63 พันลบ. ครั้งแรกนับตั้งแต่ควบรวม หลังรายได้พุ่ง-รักษาวินัยการเงิน

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -9 พ.ค. 68 17:42 น.

TRUE โชว์ผลงานไตรมาส 1/68 พลิกมีกำไรสุทธิ 1.63 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 312.5% พลิกฟื้นธุรกิจกลับมามีกำไรสุทธิครั้งแรกหลังควบรวมกิจการ พร้อมรักษาวินัยทางการเงิน วางเป้าทั้งปี EBIDTA โต 2-3% ลุ้นจ่ายปันผลมากกว่า 50% ของกำไรสุทธิ

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 1/68 มีกำไรสุทธิ 1,633.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 312.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 769.25 ล้านบาท เป็นการพลิกฟื้นธุรกิจในภายในเวลา 2 ปี นับจากการควบรวมกิจการ

บริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 51,436 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.2% จากช่วเงดียวกันปีก่อน จากยอดขายมือถือที่ลดลง และแนวโน้มที่ลดลงของรายได้ค่าเช่าโครงข่ายจากการย้ายการใช้งานบนคลื่นความถี่ 850 MHz เนื่องจากข้อตกลงการใช้คลื่นดังกล่าวจะหมดอายุในเดือน ส.ค.68 ขณะที่รายได้จากการให้บริการไม่รวมรายได้ค่าเชื่อโครงข่าย IC อยุ่ที่41,300 ล้านบาท เติบโต 0.1% ท่ามกลางผลกระทบจากปัจจัยตามฤดูกาล และเศรษฐกิจมหภาค

โดยมี EBITDA อยู่ที่ 25,269 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากการเติบโตของรายได้ การรับรู้ผลประโยชน์การควบรวม และวินัยทางการเงิน

นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม TRUE เปิดเผยว่า การผนวกรวมทรูและดีแทคเข้าด้วยกันถือเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในการรวมสองผู้นำในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเข้าเป็นหนึ่งเดียว ภายใต้เป้าหมายที่ชัดเจนในการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน การรักษาวินัยทางการเงิน และการสร้างคุณค่าและผลประโยชน์ร่วมกัน (Synergy) เราได้ปรับปรุงเครือข่ายของเราให้ทันสมัย ผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเสริมประสบการณ์ในทุกช่องทางการให้บริการลูกค้า และที่สำคัญเราได้สร้างทีมที่เป็นหนึ่งเดียวกันด้วยเป้าหมายร่วมกัน ที่พร้อมขับเคลื่อนการทำงานให้เร็วขึ้นและสร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่ง

"ผมรู้สึกภาคภูมิใจอย่างมากในความทุ่มเทและความมุ่งมั่นของทีมงานตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น เป็นเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จของทรู คอร์ปอเรชั่น ที่สามารถพลิกฟื้นธุรกิจสร้างผลกำไรได้ในไตรมาสที่ 1/68"

ปัจจุบัน ทรู คอร์ปอเรชั่น มีความพร้อมทั้งด้านการดำเนินงาน และสถานะการเงินเพื่อรองรับการเติบโตในระยะต่อไป เป้าหมายของเราคือการพัฒนาองค์กรจากผู้ให้บริการโทรคมนาคม สู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ (Telecom-tech company) ที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าในทุกภาคส่วนของสังคม เรามุ่งมั่นที่จะขยายธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยนวัตกรรม และสร้างคุณค่าในระยะยาวให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ความก้าวหน้าที่เราได้บรรลุจนถึงปัจจุบัน สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของบุคลากรของเรา และเป็นรากฐานที่สำคัญในการก้าวต่อไปด้วยเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม"

ในไตรมาส 1/68 จำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ลดลง 638,000 เลขหมาย หรือ 1.3% จากไตรมาสก่อนหน้ามาอยู่ที่ 48.8 ล้านเลขหมาย โดยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ลดลง 4.4% ซึ่งเป็นผลจากกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการเพิ่มผู้ใช้บริการที่มีคุณภาพในช่วงปี 2567 ณ สิ้นไตรมาส 1/2568 ผู้ใช้บริการระบบรายเดือนเพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน อยู่ที่ 15.3 ล้านเลขหมาย ผู้ใช้บริการระบบเติมเงินลดลง 2.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน มีจำนวน 33.5 ล้านเลขหมาย ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยตามฤดูกาล สำหรับผู้ใช้บริการออนไลน์เพิ่มขึ้น 0.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน อยู่ที่ 3.8 ล้านราย ณ สิ้นไตรมาส 1/68 ผู้ใช้บริการ 5G เพิ่มขึ้นเป็น 14.2 ล้านเลขหมาย

นายนกุล เซห์กัล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน (ร่วม) TRUE กล่าวว่า ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้บรรลุเป้าหมายที่สำคัญในไตรมาสแรกของปี 68 โดยเป็นครั้งแรกที่รายงานกำไรสุทธินับตั้งแต่การควบรวมกิจการ บริษัทฯ สามารถสร้างกำไรสุทธิหลังหักภาษี 1.6 พันล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่บริษัทได้ให้คำมั่นสัญญาไว้กับผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ บริษัทยังคงรักษาแนวโน้มการทำกำไรไว้ได้อย่างต่อเนื่อง โดย EBITDA ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในไตรมาสนี้ แม้จะมีความท้าทายจากรายได้รวมที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยตามฤดูกาล

ในไตรมาสแรก รายได้จากการให้บริการ (ไม่รวมรายได้จากค่าบริการเชื่อมต่อโครงข่าย หรือ IC ) ปรับตัวดีขึ้น 0.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยได้แรงหนุนจากการเติบโตของของรายได้ในกลุ่มธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และธุรกิจออนไลน์ ในขณะที่รายได้ของกลุ่มธุรกิจโทรทัศน์บอกรับสมาชิกลดลง ทั้งนี้ รายได้จากการให้บริการในไตรมาส 1/68 ได้รับผลกระทบจากปัจจัยตามฤดูกาลและรายได้จากการโรมมิ่งภายในประเทศที่ลดลง อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมผลกระทบดังกล่าว รายได้จากการให้บริการปรับตัวดีขึ้น 0.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน และไตรมาสก่อน ทรู คอร์ปอเรชั่น รายงานรายได้รวมเติบโต 0.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน การปรับตัวดีขึ้นของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์เทียบกับไตรมาส 1/67 ได้รับผลกระทบบางส่วนจากรายได้ค่าเช่าเครือข่ายที่ลดลงอันเป็นผลจากการโอนย้ายผู้ใช้บริการออกจากคลื่น 850 MHz ซึ่งจะหมดอายุสัมปทานในเดือนสิงหาคม 68

สำหรับไตรมาส 1/68 ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (ไม่รวมค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย หรือ D&A) ลดลง 5.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน ต้นทุนเครือข่ายลดลง 4.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการรับรู้ผลประโยชน์จากการดำเนินการพัฒนาเครือข่ายให้ทันสมัยและการจัดซื้อจัดจ้าง ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ลดลง 16.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยได้รับผลประโยชน์จากการประหยัดต้นทุนจากการปรับโครงสร้างองค์กรให้ทันสมัย การริเริ่มกลยุทธ์ทางการตลาดใหม่ ๆ และประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ที่ดีขึ้น ทั้งนี้ ด้วยการบูรณาการกรอบการดำเนินงานที่มุ่งเน้นความสามารถในการทำกำไรอย่างยั่งยืน ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังคงสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง

ทรู คอร์ปอเรชั่น บันทึกการเพิ่มขึ้นของ EBITDA จำนวน 5.8 พันล้านบาท นับตั้งแต่การควบรวมกิจการ ซึ่งแสดงถึงการปรับตัวดีขึ้นของ EBITDA อย่างต่อเนื่อง ในไตรมาส 1/68 EBITDA เพิ่มขึ้น 7.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 0.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน การเติบโตของ EBITDA มาจากการรับรู้ผลประโยชน์จากการควบรวม และวินัยทางการเงิน อัตราส่วน EBITDA ต่อรายได้จากการให้บริการปรับตัวดีขึ้น 4.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 61.2% สำหรับไตรมาสแรกของปี 68

ในไตรมาสที่ 1/68 ทรู คอร์ปอเรชั่น รายงานกำไรสุทธิหลังหักภาษีเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ควบรวมกิจการที่ 1.6 พันล้านบาท สำหรับไตรมาสนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น บันทึกผลกระทบเชิงลบที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว (one-time costs) จำนวน 2.9 พันล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับการด้อยค่าสินทรัพย์จากการดำเนินการพัฒนาเครือข่ายให้ทันสมัย เมื่อปรับปรุงผลกระทบจากรายการครั้งเดียวและผลประโยชน์ทางภาษีในไตรมาสที่ 1/68 จำนวน 160 ล้านบาท กำไรสุทธิหลังหักภาษีมีจำนวน 4.3 พันล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการปรับตัวดีขึ้นของ EBITDA และการลดลงของค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย รวมถึงต้นทุนทางการเงิน ค่าใช้จ่ายด้านการลงทุน (CAPEX) สำหรับไตรมาส 1/2568 อยู่ที่ 5.5 พันล้านบาท โดยเกือบครึ่งหนึ่งเป็นต้นทุนการบูรณาการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการพัฒนาเครือข่ายให้ทันสมัย

สำหรับปี 68 คาดว่ารายได้จากการให้บริการ ไม่รวมรายได้จากค่าบริการเชื่อมต่อโครงข่ายและโรามมั่นภายในประเทศกับ NT เติบโต 2-3% จากการเพิ่มขึ้นของราไยด้เฉลี่ยต่อผู้ใช้บริการ (ARPU) ในกลุ่มโทรศัพท์เคลื่อนที่ ควบคู่การเติบโตของจำนวนผู้ใช้บริการในธุรกิจออนไลน์ ในขณะที่ธุรกิจโทรทัศน์แบบบอกรับสมาคมคาดว่าจะทรงตัว

ส่วน EBIDTA ปี 68 คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการประหยัดต้นทุนจากคลื่นความถี่ และการรับรู้ผลประโยชน์การควบรวม และการรักษาวินัยการเงิน คาดว่าจะเติบโต 8-10%

ส่วนเงินลงทุน คาดว่าอยู่ที่ 28,000-30,000 ล้านบาท และคาดว่าจะมีกำไรสุทธิหลักหักภาษี ตามรายงานและพิจารณาความเป็นไปได้ในการจ่ายเงินปันผลมากกว่า 50% ของกำไรสุทธิ

เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.comอนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...