โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บทสรุป “ดารุมะซูชิ” ปมขายคูปอง-แฟรนไชส์ ศาลยกฟ้อง ชี้แค่บริหารผิดพลาด ไม่เข้าเจตนา “ฉ้อโกง”

Thairath Money

อัพเดต 15 ก.พ. 2567 เวลา 09.09 น. • เผยแพร่ 15 ก.พ. 2567 เวลา 09.09 น.
ภาพไฮไลต์

อลม่านทางธุรกิจที่มีข้อครหาเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค ซึ่งนับถือเป็นข่าวใหญ่ในช่วงปีที่ผ่านมา คงไม่พ้นการขายคูปองเจ้าปัญหาของร้านอาหารญี่ปุ่นภายใต้ชื่อ “ดารุมะซูชิ” ที่ลูกค้าซื้อคูปองจากราคาที่แสนถูกจากปกติ 499 บาท ลงมาเหลือราคา 199 บาท ทั้งซื้อเพื่อไปขายต่อและทานเอง

แต่ปรากฏว่าในวันที่ 19 มิ.ย. 2565 ร้าน“ดารุมะซูชิ” กลับทิ้งผู้บริโภค และพ่อค้า-แม่ค้าคนกลางที่ซื้อคูปองไปขายต่อไว้ “กลางทาง” ปิดร้านไปแบบไม่บอกไม่กล่าว บินลัดฟ้าทิ้งไว้เพียงแต่ชื่อ จนเกิดความเสียหายมูลค่านับไม่ถ้วน

ทั้งนี้ ดารุมะซูชิ จดทะเบียนเมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2559 ดำเนินธุรกิจการบริการด้านอาหารในภัตตาคาร ร้านอาหาร มี นายเมธา ชลิงสุข เป็นกรรมการบริษัท ด้วยทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท ปี 2564 บริษัทมีรายได้ 45.62 ล้านบาท และมีกำไร 1.26 ล้านบาท

โดย“ดารุมะซูชิ” แม้จะมีถึง 27 สาขา หลายสาขาเป็นการขายแฟรนไชส์ แต่รูปแบบการบริหารที่แท้จริง อยู่ภายใต้การดูแลของ นายเมธา ชลิงสุข หรือ บอลนี่ เจ้าของแต่เพียงผู้เดียว เพราะคนที่เข้ามาซื้อแฟรนไชส์มีหน้าที่แค่ลงเงิน 2-2.5 ล้านบาท และรอปันผลจากยอดขาย

โดยที่ บอลนี่ จะทำการบริหารจัดการทุกอย่าง ทั้งการจัดซื้อ การจ่ายเงินเดือนพนักงาน และการออกโปรโมชัน เมื่อเกิดเรื่องขึ้น เฟซบุ๊กเพจถูกปิด พนักงานของร้านก็ไม่สามารถติดต่อเจ้าของร้านได้ ต่อมาจึงพบว่ามีการติดเงินผู้ส่งวัตถุดิบร่วม 30 ล้านบาท จนยกเลิกการส่งสินค้าให้ เป็นที่มาของการปิดร้านนั่นเอง ทำให้ทั้งผู้ถือคูปอง เจ้าของร้านแฟรนไชส์ที่ลงเงินไป บวกกับเจ้าของร้านวัตถุดิบ ต่างได้รับความเสียหายหลักล้านบาท จึงได้มีการเข้าแจ้งความและร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ศาลอาญาตัดสินยกฟ้อง "เจ้าของดารุมะ"

กระทั่งล่าสุด ศาลอาญาตัดสินยกฟ้อง “บอลนี่” เจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่น “ดารุมะซูชิ” ปมขายคูปอง-แฟรนไชส์ เสียหายหลายร้อยล้าน ชี้เป็นการบริหารที่ผิดพลาด ไม่เข้าเจตนาทุจริตหลอกลวง

โดยอัยการโจทก์ระบุฟ้องความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 18 พ.ค. 64 - 18 มิ.ย. 65 ต่อเนื่องกัน จำเลยทั้งสองร่วมกันหลอกลวงประกาศขายอาหารบุฟเฟต์ญี่ปุ่น โปรโมชันต่างๆ รวมทั้งจำหน่ายคูปองใบละ 199 บาท, 250 บาท, 299 บาท และ 399 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน Daruma sushi โดยโอนเงินผ่านบัญชีบริษัทจำเลยที่ 1 แต่ความจริงแล้วพวกจำเลยมิได้มีเจตนาตั้งแต่ต้นที่จะประกอบกิจการร้านอาหารญี่ปุ่นดังกล่าว เป็นกลอุบายให้หลอกลวง จนมีผู้เสียหาย 988 ราย หลงเชื่อซื้อคูปอง เป็นความผิด 988 กรรม

นอกจากนี้ จำเลยยังหลอกลวงประกาศขายแฟรนไชส์ให้ผู้สนใจร่วมลงทุนราคาตั้งแต่ 2 ล้านบาท ถึง 2.5 ล้านบาทต่อสาขา โดยมีผู้เสียหาย 11ราย หลงเชื่อชื้อแฟรนไชส์จากจำเลย เป็นความผิด 11 กรรม

คำฟ้องระบุอีกว่า เมื่อระหว่างวันที่ 18 พ.ค. 64 - 18 มิ.ย. 65 ยังร่วมกันฟอกเงินโดยรับโอนเงินที่ได้จากการกระทำผิดจำนวน 150.7 ล้านบาทเศษ เข้าบัญชีธนาคารตนเองเพื่อปกปิด หรืออำพรางลักษณะที่แท้จริงซึ่งการได้มาแล้วโอนเข้าบัญชีธนาคารอื่นหลายครั้งหลายหน โจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามความผิด และร่วมกันคืนเงิน หรือชดใช้เงินแก่ผู้เสียหายแต่ละรายตามความเสียหายรวม 42.3 ล้านบาทเศษด้วย

เป็นการบริหารงานผิดพลาด มิได้มีเจตนาจะทุจริต

วันนี้ทนายจำเลยที่ 1 และเบิกตัวจำเลยที่ 2 จากเรือนจำมาฟังคำพิพากษา ศาลได้พิเคราะห์พยานหลักฐานของโจทก์ โจทก์ร่วม จำเลยแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยทั้ง 2 ได้ร่วมกันเปิดร้านอาหาร จำหน่ายอาหารญี่ปุ่นแบบบุฟเฟต์ โดยมีการขายคูปองอาหารตามโปรโมชัน ตามเพจเฟซบุ๊ก และแอปฯ ร่วมทั้งเปิดขายแฟรนไชส์ ให้ผู้สนใจร่วมลงทุน โดยที่จำเลยที่ 2 เป็นผู้บริหาร แล้วจะแบ่งผลกำไรให้ตามที่ตกลงไว้ ขณะเกิดเหตุมีร้านอาหารทั้งหมด 27 สาขา

ต่อมาวันที่ 16 มิ.ย.65 ทางร้านได้ประกาศปิดปรับปรุงกิจการชั่วคราว เนื่องจากขาดสภาพคล่อง ทำให้ผู้ที่ซื้อคูปองไม่สามารถมาใช้บริการที่ร้านอาหาร ได้รับความเสียหายจำนานมาก
ต้องวินิจฉัยประการแรกว่าจำเลยทั้ง 2 มีเจตนาทุจริตฉ้อโกงผู้เสียหายหรือไม่ เห็นว่าจำเลยทั้ง 2 ได้เปิดร้านอาหารมาตั้งแต่ พ.ศ. 2559 และมีผู้บริโภคสนใจจำนวนมาก ทำให้สามารถขยายกิจการได้อีกหลายสาขา และมีการขายคูปองทำโปรโมชัน ผู้ที่ใช้บริการก็ยังนำคูปองมาใช้บริการได้ตามปกติ

จนกระทั่งเกิดการบริหารงานและการคาดการณ์ที่ผิดพลาดของจำเลยที่ 2 ประกอบกับเกิดเหตุสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ราคาปลาแซลมอนซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก ราคาสูงขึ้น จนทำให้จำเลยที่ 2 ขาดสภาพคล่องไม่สามารถชำระค่าปลาแซลมอน เลยบริหารกิจการต่อไปไม่ได้ แม้การตั้งราคาโปรโมชัน 199 บาท จะต่ำกว่าราคาทุนของราคาปลาแซลมอนที่ขายกิโลกรัมละ 300 บาท แต่เห็นว่าเป็นการกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อแข่งขันทางตลาด ดึงดูดลูกค้าให้มาใช้บริการจำนวนมาก

อีกทั้งการขายแฟรนไชส์ให้คนที่ร่วมลงทุน เป็นการตกลงทำสัญญาแบ่งผลกำไรให้ตามสัดส่วน แล้วทางจำเลยที่ 2 จะเป็นผู้บริหารจัดการ ซึ่งจำเลยที่ 2 ไม่ได้บังคับซื้อขาย เป็นความพอใจระหว่างกัน ทั้งนี้จำเลยที่ 2 ก็มิได้กีดกันหากผู้ซื้อแฟรนไชส์จะเข้ามาร่วมบริหารงาน และในทุกๆวันจะมีระบบส่งอีเมล์แจ้งรายละเอียดเรื่องรายรับรายจ่ายแต่ละวันให้ทราบ

ทุกร้าน ทุกสาขา จะมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดให้สามารถดูออนไลน์ได้ตลอดเวลา ไม่ได้ปิดบังข้อมูล ข้อเท็จจริงจึงไม่อาจรับฟังได้ว่าจำเลยทั้ง 2 เจตนาจะหลอกลวงเป็นการบริหารงานผิดพลาด มิได้มีเจตนาจะทุจริต เหตุที่เกิดจึงเป็นการผิดสัญญาเป็นความผิดทางเเพ่ง

ปัญหาประการต่อมาว่าจำเลยทั้ง 2 ร่วมกันฟอกเงินหรือไม่ จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า จำเลยที่ 2 ได้มีการโอนเงินบางส่วนให้กับมารดาบุญธรรมเป็นประจำทุกเดือน รวมทั้งโอนเงินเข้าบัญชีชื่อเพื่อนสนิท แต่เป็นการชำระหนี้ที่กู้ยืมมา

นอกจากนี้มีการโอนเงินไป บริษัทแห่งหนึ่งแลกเปลี่ยนเงินบาทไทยเป็นเงินสกุลดอลลาร์ ก็เพียงเพื่อไว้ใช้ระหว่างอยู่ต่างประเทศเท่านั้น ด้วยเหตุข้างต้นจึงไม่อาจรับฟังได้ว่า จำเลยทั้ง 2 มีความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน พยานหลักฐานโจทก์และผู้เสียหายที่เป็นโจทก์ร่วมนำสืบมานั้น ยังไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่าจำเลยทั้ง 2 กระทำผิดตามฟ้อง

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

ติดตามข้อมูลหุ้นกู้ และ เงินฝากธนาคาร กับ ThairathMoney ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...