เมื่อแมลงทับกางปีกบินกลายเป็น “อัญมณีที่มีชีวิต” โดยฝีมือการรังสรรค์ของ “ณัฏฐวรรณ ตันหยงมาศ” ผู้หลงรักความเป็นไทย
ด้วยเสน่ห์ของ “แมลงทับ” ที่เปรียบได้ดังอัญมณีที่มีชีวิต เพราะปีกแมลงทับมีสีสันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น สีเขียว สีน้ำเงิน สีน้ำตาล สีเหลือง สีแดง ตามแต่สายพันธุ์ ซึ่งในประเทศไทยพบอยู่ 2 ชนิด คือ แมลงทับกลมขาแดง และแมลงทับกลมขาเขียว สามารถพบได้ทุกภูมิภาค แต่พบมากในภาคอีสาน นอกจากความเหลือบสีที่ดึงดูดสายตาแล้ว “ปีก” ของแมลงทับยังมีความคงทน จึงนิยมนำมาใช้ในงานฝีมือ เป็นของประดับตกแต่งเพิ่มความสวยงามให้กับทั้งเสื้อผ้าอาภรณ์ เครื่องประดับ ของใช้ต่าง ๆ และความงดงามของชุดผ้าไหมราตรียาว ปีกแมลงทับของแบรนด์ NAGARA จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณก้อย - ณัฏฐวรรณ ตันหยงมาศ รู้สึกชอบและสนใจอัญมณีที่มีชีวิตที่ชื่อว่า “แมลงทับ”
“ความเหลือบสีเมื่อแสงตกกระทบลงบนปีกแมลงทับที่ประดับอยู่บนชุดราตรีชุดนั้น ทำให้รู้สึกว่าปีกแมลงทับสวยเป็นเอกลักษณ์ ด้วยความแวววาวที่เหลือบสีสันมีความต่างกันในแต่ละมุม ซึ่งเป็นโทนสีอันเกิดขึ้นจากธรรมชาติ ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ แม้จะเก็บไว้นานแต่สีก็ยังสวยคงทน ปีกไม่หลุด ไม่พัง ก้อยเป็นคนไม่ค่อยชอบความแวววาวแบบเครื่องเพชร ประกอบกับได้มาทำงานที่พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งได้เห็นการนำปีกแมลงทับมาใช้ในงานปักประดับหรือประกอบในชิ้นงานต่าง ๆ ยิ่งได้เห็นความงามของศิลปะการประดับด้วยปีกแมลงทับ จนกลายเป็นความชอบ และเริ่มหาซื้อเครื่องประดับที่ทำจากปีกแมลงทับให้ตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอ ต่างหู สร้อยข้อมือ แต่ส่วนใหญ่ดีไซน์จะยังไม่ตรงใจนัก เลยเอามารื้อ ปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ ผสมผสานกับวัสดุต่าง ๆ ให้เป็นไปตามที่เราชอบ”
คุณก้อยเล่าถึงเสน่ห์ของปีกแมลงทับที่เธอหลงใหล และยังเป็นจุดเริ่มต้นให้เธอกลายเป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องประดับที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากทั้งดีไซน์และความงดงามแวววาวของปีกแมลงทับที่มีชื่อว่า “นาฏ” (Nadh)
คุณก้อย - ณัฏฐวรรณ ตันหยงมาศ
แมลงทับ แมลงปีกแข็งที่ไม่ได้มีแค่สีเขียว
เมื่อเอ่ยถึงปีกแมลงทับ ส่วนใหญ่ใคร ๆ จะคุ้นชินกับสีเขียวมรกตมันวาว และมีเหลือบสะท้อนให้เห็นเป็นสีน้ำเงิน สีทอง สีทองแดง หรือสีแดงบ้าง ซึ่งความมันวาวตามธรรมชาติที่เห็นนี้ คุณก้อยอธิบายว่า หากนำปีกของแมลงทับที่ยังไม่ตายมาใช้ สีของปีกจะซีด เป็นสีด้าน ๆ ไม่มันวาว ดังนั้น ปีกแมลงทับที่นำมาใช้ตกแต่งประดับประดาต่าง ๆ จึงต้องเป็นปีกของแมลงทับที่ตายโดยธรรมชาติเท่านั้น ถือเป็นการใช้ประโยชน์จากแมลงทับที่ตายหลังจากได้วางไข่สืบต่อสายพันธุ์แล้ว
สำหรับปีกแมลงทับที่ถูกนำมาสร้างสีสันและเสน่ห์ให้กับแบรนด์ Nadh ของคุณก้อย เป็นปีกแมลงทับที่ได้มาจากฟาร์มแมลงทับในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีการเลี้ยงแมลงทับเพื่อการค้าขายมากขึ้นทั้งในประเทศไทย และประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่า เนื่องจากปัจจุบันการตัดไม้ทำลายป่า ทำให้แมลงทับในธรรมชาติหายากมากขึ้นทุกที และยังเป็นการอนุรักษ์แมลงทับไม่ให้สูญพันธ์ไป
คุณก้อยว่า ความโดดเด่นของปีกแมลงทับที่นำมาใช้กับเครื่องประดับของเธอนั้น หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่า จะมีทั้งแบบเหลือบสีเขียวมรกตที่เราคุ้นเคยกันดี และแบบเหลือบสีทองแดงที่อาจไม่ค่อยคุ้นตา แต่กลับยิ่งช่วยทำให้เครื่องประดับของเธอมีความสวยสะดุดตายิ่งขึ้นอีก
ไม่ใช่ Designer แต่เป็น Assembler
การออกแบบ “Iridesce” คอลเล็กชัน ด้วยการนำปีกแมลงทับมาขึ้นตัวเรือนที่ทำจากเงินแท้ ฝังด้วยพลอย Smokey Quartz และสร้างสรรค์เป็นคอสตูมจิวเวลรีที่มีทั้งสร้อยคอ ต่างหู สร้อยข้อมือ แหวน ซึ่งเน้นการดีไซน์ในแบบเรียบโก้ ทันสมัย แต่ยังคงแนวคิดการใช้วัสดุของไทย ซึ่งสะท้อนความชอบและความเป็นตัวตนของคุณก้อยไว้อย่างชัดเจน กลายเป็นที่ชื่นชอบ ได้รับการชื่นชม และถูกนำมาจัดแสดงเป็นผลงานศิลปะในรูปแบบเครื่องประดับ DAZZLING REASON Wearable Art Exhibition ที่ The Art Haus by Lalanta Fine Art ชั้น 2 ริเวอร์ซิตี้ กรุงเทพฯ ตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นพรสวรรค์ทางการออกแบบของเธอได้เป็นอย่างดี แต่เจ้าตัวกลับออกตัวว่า เธอไม่ใช่ Designer แต่เป็นเพียง Assembler หรือนักประกอบจากงานแนวคราฟต์ที่บังเอิญถูกตาถูกใจใครต่อใครเท่านั้น แล้วต่อยอดมาเป็นงานออกแบบคอสตูมจิวเวอรีในปีที่ผ่านมา
“จริง ๆ ก้อยเรียนจบรัฐศาสตร์ ไม่ได้มีความรู้เรื่องการออกแบบ และวาดรูปไม่เก่งเลย แต่ด้วยความช่างรื้อ และชอบนำของที่มีอยู่มาแต่งเติม ประดิษฐ์เป็นเครื่องประดับชิ้นใหม่ในแบบงานคราฟต์ที่เราชอบ ซึ่งเริ่มต้นจากงานอดิเรก แต่พอทำมาเรื่อย ๆ จนเพื่อน ๆ เห็น ก็ถามว่าซื้อมาจากไหน จากนั้นจึงเริ่มโพสต์ขายทาง IG/FB ซึ่งก็มีคนสั่งซื้อเรื่อย ๆ
ส่วนจุดเริ่มต้นการทำแบรนด์ Nadh คือประมาณ 4 ปีที่แล้ว เพื่อนโรงเรียนจิตรลดา คุณปวิตร มหาสารินันท์ ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้บริหารของ BACC ได้ชักชวนคุณก้อยไปออกบูธในงาน Design Nation แต่มีข้อจำกัดคือ “เราต้องมีชื่อแบรนด์ ซึ่งต้องมี IG/FB ต่าง ๆ ความที่อยากลอง ก็เลยไปดู หลังจากนั้น งานของ Nadh ก็ได้วางขายที่ไอคอนคราฟต์ ไอคอนสยาม และต่อมาก็ขยายไปหลายที่ และมีการออกแบบพิเศษสำหรับโรงแรมรายาวดีที่กระบี่ด้วย”
จากงานคราฟต์ที่ทำเองสนุก ๆ ในปีที่แล้ว ก็ได้พัฒนาสู่การสร้างสรรค์ไอเดียร่วมกับดีไซเนอร์รุ่นน้องในการทำคอสตูมจิวเวลรีด้วยปีกแมลงทับ เพราะจะสามารถทำรูปแบบได้หลากหลาย และมีความร่วมสมัยมากกว่างานคราฟต์ พร้อมกับหาช่างฝีมือและออกมาเป็นคอลเล็กชัน “Iridesce” ในที่สุด
เลื่อมแมลงทับ?!?!
คุณก้อยว่า หลายคนที่เห็นคอลเล็กชันนี้ของเธอไม่ค่อยมีใครคิดว่านี่คือ “ปีกแมลงทับ” ว่าพลางก็หยิบต่างหูรูปทรงคล้ายตัวเอส ประดับด้วยปีกแมลงทับเหลือบสีทองแดงที่ถูกนำมาตัดให้เป็นสี่เหลี่ยมชิ้นเล็ก ๆ ถูกนำมาเรียงอยู่บนตัวเรือนมาให้ดู ซึ่งหากคุณก้อยไม่เฉลยว่า สิ่งนี้คือปีกแมลงทับ หลายคนก็จะเข้าใจผิดคิดว่าเป็น “พลอย” ชนิดหนึ่งเช่นกัน
“คนมักถามว่าใช้พลอยอะไร ซึ่งจริง ๆ เราใช้เลื่อมแมลงทับที่นำปีกมาตัดให้เป็นสี่เหลี่ยมชิ้นเล็ก ๆ สมัยก่อนต้องค่อย ๆ ตัดด้วยมือทีละอัน ๆ ขนาดที่ได้เลยจะมีทั้งเท่ากันและไม่เท่ากันบ้าง แต่เดี๋ยวนี้ใช้ที่ตอก ทำให้ขนาดของเลื่อมเท่ากันหมด กว่าจะทดลองยึดตัวปีกกับตัวเรือนให้แน่นได้ก็ใช้เวลาพอสมควร จนใช้เทคนิคแบบการฝังมุกทำให้ตัวปีกแมลงทับติดแน่นไม่หลุดแน่นอน”
ปีกแมลงทับ งานที่ไม่ง่าย
กว่าทุกอย่างจะลงตัวออกมาเป็นเครื่องประดับคอสตูมจิวเวลรีที่ใคร ๆ ต่างชื่นชมว่าสวยงามนั้น อาจดูเหมือนง่าย เพราะสามารถนำปีกแมลงทับมาใช้งานได้เลยทันที ไม่ต้องนำไปผ่านกระบวนการใด ๆ อีก แต่คุณก้อยเล่าว่า จริง ๆ ไม่ง่ายเพราะการจะหาช่างฝีมือดี มีความประณีต ที่สามารถทำงานกับวัสดุธรรมชาติได้นั้นยากมาก และในช่วงเริ่มต้นยังต้องคิดหาเทคนิคในการทำให้ปีกแมลงทับอยู่บนตัวเรือนได้อย่างแน่นหนาและแข็งแรงด้วย
ด้วยสรีระของปีกแมลงทับที่มีความโค้ง ช่วงแรกที่เริ่มทำเราเจอปัญหาคือ พอเรานำเขามาขึ้นบนตัวเรือนแล้วบางชิ้นจะดีดตัวหลุดออกมา หรือถ้าเรากดเขาแบบตรง ๆ ด้วยความโค้ง ถึงจะแข็งแต่ก็แตกได้ หรือปีกที่นำมาทำเป็นเลื่อมแต่ละอันความนูนก็ไม่เท่ากัน สีก็ต่างกัน ต้องมาเลือกให้ระดับความโค้งนูนเท่ากัน และสีใกล้กันให้มากที่สุด
“ก่อนวางขาย ทุกแบบเราต้องทดลองใส่เองก่อน เพื่อดูว่าใส่แล้วเป็นอย่างไร น้ำหนักมากไปไหม สวมใส่ในชีวิตประจำวันได้หรือไม่ ส่วนการดูแลรักษาไม่ยุ่งยาก วิธีการก็เหมือนกับอัญมณีเนื้ออ่อนทั่วไปคือ อย่าโดนสบู่ โดนน้ำ หรือแอลกอฮอล์ แนะนำให้ถอดก่อนล้างมือหรืออาบน้ำจะดีกว่า”
อยากเห็นแมลงทับไทยบินไกลไปต่างแดน
สำหรับผลตอบรับหลังจากคอลเล็กชัน “Iridesce” ได้มาร่วมจัดแสดงผลงานในงาน Design Nation คุณก้อยว่า ลูกค้ามีทั้งไทยและต่างชาติ แต่คนไทยมากกว่า และส่วนใหญ่ค่อนข้างประหลาดใจว่าปีกแมลงทับสามารถนำมาทำเป็นคอสตูมจิวเวลรีแบบนี้ได้
“ที่ทำให้รู้สึกดีใจมาก นอกจากที่มีลูกค้าสั่งซื้อแล้ว การได้มาจัดแสดงที่ The Art Haus ซึ่งอยู่ในที่ที่มีผู้คนในแวดวงศิลปะมาชมงานต่าง ๆ มากมาย ก็ได้รับคำชม และยังได้รับคำแนะนำ ไอเดียต่าง ๆ เพื่อให้เรานำไปต่อยอดต่อไปด้วย”
เมื่อถามว่าฝันไกลแค่ไหนกับการทำงานจิวเวลรีที่ค่อนข้างยูนีกแบรนด์นี้ คุณก้อยตอบว่าจริง ๆ ก็ไม่คิดว่าจะมาถึงจุดนี้ เพราะเริ่มทำมาจากความชอบส่วนตัวเท่านั้น แต่ก็จะพัฒนาเครื่องประดับปีกแมลงทับที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ต่อไป ก้าวต่อไปก็อยากลองส่งประกวดดู และอยากส่งออกไปต่างประเทศ”
คุณก้อยมองไปที่ตู้จัดแสดงงานเครื่องประดับของเธอ และทิ้งท้ายบทสนทนาก่อนจากกันว่า
“อยากขอบคุณทุกคนที่เป็นลมใต้ปีกแมลงทับของ Nadh มาตลอด และอยากเห็นแมลงทับภายใต้แบรนด์ Nadh บินไปได้ไกลถึงต่างประเทศค่ะ”
ที่มา : บทความ “อัญมณีที่มีชีวิต" โดย Sanipro Thailand
ภาพ : ณัฏฐวรรณ ตันหยงมาศ
เรื่อง : แย้มยิ้ม