โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

มัม ลาโคนิกส์ ควงหนุ่มรุ่นลูก โต้เป็นแฟนเด็ก ยันมีตัวจริงคบอยู่ เป็นหนุ่มข้าราชการ

Khaosod

อัพเดต 15 ก.พ. 2564 เวลา 12.15 น. • เผยแพร่ 15 ก.พ. 2564 เวลา 12.08 น.

มัม ลาโคนิคส์ ควงหนุ่มรุ่นลูกข้างกาย เปิดใจครั้งแรก เคลียร์ความสัมพันธ์ ไม่ใช่แฟนเด็ก รับมีตัวจริงคบอยู่ เป็นข้าราชการหนุ่มอายุห่าง 30 ปี

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เพิ่มเพื่อน

มัม ลาโคนิค ตำนานรักร้องสาวสองเสียงดี ที่วันนี้ควงหนุ่มข้างกายวัยละอ่อนมาเปิดความสัมพันธ์ครั้งแรก หลังมีข่าวเปิดตัวคบหากับแฟนหนุ่มรุ่นลูก อายุห่างกันถึง 30 ปี งานนี้จะคบกันจริงหรือสร้างกระแส ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์ และ อาจารย์เป็นหนึ่ง เป็นพิธีกร

คู่นี้รู้จักกันได้ยังไง?
มัม : พี่จะเล่าให้ฟังว่ามีวันหนึ่งพี่ไปช้อปปิ้ง แล้วน้องท็อปก็ไปช้อปปิ้งด้วย
ท็อป : ก็เห็นพี่มัม ด้วยความที่เราเป็น fc พี่มัมอยู่แล้ว
มัม : เขาเป็น fc เป็นเด็กรุ่นใหม่ที่ฟังเพลงรุ่นพี่ เขาก็เลยเข้ามาสวัสดี แล้วบอกว่าผมเป็น fc นะครับ ขอถ่ายรูปด้วย ก็คิดว่าจะจบไปแค่นั้น ก็พูดคุยกันถามว่าตอนนี้น้องทำอะไรอยู่ ถ้าเกิดทำงานเงินเดือนนิดหน่อย ถ้าว่างก็มาทำงานกับพี่ เพราะช่วงนั้นผู้จัดการส่วนตัวลาออกไปพอดี

 

แล้วทำไมต้องเป็นเขา? มัม : หมายถึงว่าเราต้องพูดคุยกันก่อน หลังจากนั้นพี่ก็ไปขอไลน์ พูดคุยกันได้เดือนนึงมั้ง ถึงการที่จะมาทำงานกับพี่ แล้วพี่เป็นคนรุ่นเก่า เรื่องโซเชียลพี่ไม่เก่งเลย ได้น้องเป็นเด็กรุ่นใหม่เข้ามาช่วยทำตรงนี้ พี่กำลังมีทีมงาน มีโปรเจ็กต์ก็เลยอยากหาทีมงานที่จะเปิดช่องยูทูบ พี่มัมอาจจะช้าเกินไปสำหรับคนอื่น คนอื่นเขาเปิดไปถึงไหนแล้ว

คือเขาอายุน้อยแล้วเก่งเรื่องโซเชียล?
มัม : ใช่

หน้าตาดี หุ่นดีไม่เกี่ยวเลย?
มัม : มันก็เป็นส่วนหนึ่งที่มีเด็กเข้ามาอยู่กับเรา อายุน้อยกว่าเรา มาทำงานร่วมกันแล้วหน้าตาดี อย่างน้อยมันก็ทำให้เราสดชื่น หันไปก็เจอ

พอมาเจอพี่มัมครั้งแรก ความรู้สึกตอนนั้นเป็นยังไง?
ท็อป : เราก็ตื่นเต้น เวลาที่เราได้เห็นดาราที่เราชื่นชอบ ตอนแรกเราก็แนะนำว่าชอบทำทางด้านนี้ด้วยนะ เราเคยทำเบื้องหลังมาก่อน ทำหนังสั้นมาก่อน แล้วด้วยความที่พี่มัมเป็นผู้ใหญ่ที่โอเพ่นในเรื่องความคิด เขาก็จะยอม เพราะค่อนข้างตามไม่ทันเด็กสมัยใหม่ ก็เลยอยากได้เรามาช่วยเพื่อให้ความต่างระหว่างวัยมันเข้ากัน เดี๋ยวนี้เขาทำอะไรยังไงบ้าง
มัม : พี่จะได้ดูไม่เชย พี่จะได้ดูอัปเดตตลอดเวลา

รู้สึกยังไงที่พี่มัมอยากให้มาช่วยนู่นนี่นั่น?
ท็อป : ดีใจมากเหมือนเป็นโอกาสอย่างหนึ่งที่เราอยากทำมาตลอด

แล้วลึกๆ ตัวเราเองเห็นในแววตาพี่มัม เรารู้สึกไหมว่านอกเหนือจากนู่นนั่นนี่ หรือว่างานเป็นหลัก?
ท็อป : เป็นงานนะครับ ยังไม่เห็นในส่วนที่เป็นอย่างนั้นเลย เพราะว่าหลายๆ อย่างที่เข้ามา อย่างเช่นเรื่องของการทำงานอีกด้านนึงก็คือมีสะพานบุญที่พี่มัมได้แนะนำให้รู้จักกับพระอาจารย์เอกชัย พี่มัมเป็นลูกศิษย์อยู่ แล้วเรารู้สึกว่าเป็นกิจกรรมที่เราชอบทำด้วยเวลาพระอาจารย์เรียกใช้งานหรืออะไรอย่างนี้

งานที่ช่วยพี่มัมสำหรับท็อปคืองานเสริม แล้วตอนนี้ทำอะไรอยู่?
ท็อป : ก็รับราชการครูอยู่ครับ สอบภาษาอังกฤษ ตอนนี้ก็ยังทำอยู่
มัม : ตรงนี้เขามาช่วยดูแลคิว ดูแลเรื่องส่วนตัวทั้งหมด เรื่องการกิน ดูแลเต็มที่ก็คือเสาร์ อาทิตย์ถ้าเกิดมีงาน

ตอนนี้คนดูทางบ้านสมมติเขารู้จักเรา 3 คนแล้ว แต่เขาไม่รู้จักน้องท็อป แล้วเห็นน้องท็อปหน้าตาดีอย่างนี้  ดึงมาทำงานกับเรา อย่างนี้เรียกว่าซื้อผู้ชายไหม?
มัม : ไม่ได้ซื้อนะคะ เพราะเขาทำงานแลกเงิน คือน้องมาทำงาน เราอยากช่วยเขาด้วย เขาก็อยากช่วยเราด้วย เพราะฉะนั้นมันก็แลกกัน เขามาทำงานดูแลเป็นจ็อบๆ ไป เป็นเดือนยังไม่สามารถทำได้ เพราะว่าไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอด

แน่นอนว่าการชวนชายหนุ่มมาร่วมงาน มันต้องมีคำครหาต่างๆ พี่มัมรู้อยู่แล้วไหมว่าต้องเกิด?
มัม : พี่ไม่คิดถึงเรื่องตรงนั้นเลย มันไม่แปลกที่เราจะหาใครสักคนมาอยู่ข้างๆ เรา แล้วหน้าตาดี พี่มัมก็อยากหาคนหน้าตาดีมาอยู่ข้างๆ แล้วมาร่วมทำงานกับพี่มัมด้วย เพราะว่าไปไหนมันก็ดูดี ซึ่งพี่ไม่เห็นเป็นเรื่องแปลก แล้วไม่มายด้วยกับคำครหานินทา เพราะว่าเราบริสุทธิ์ใจ ถ้าเกิดเขาจะเม้าธ์ก็เรื่องของเขา มีหลายคนคอมเมนต์มาแรงมากก็มี พี่อ่านแล้วปล่อยผ่าน

พี่รับได้ แล้วท็อปรับได้ไหม?
ท็อป : ตอนแรกที่เป็นข่าว เราก็ไม่เคยเจอ แต่เราก็ไม่อะไร ศิลปินเป็นข่าวก็คงจะเป็นเรื่องปกติ แต่ก็มีคนเจ้ามาถามเยอะจนเราตอบไม่ไหว

เราเจอคำถามที่ทำให้เราช็อกบ้างไหม?
ท็อป : ก็เจอนะครับ แต่สุดท้ายแล้วกำลังใจก็มาจากครอบครัว เพราะว่าครอบครัวเราเข้าใจ ครอบครัวเรารู้ว่าเราทำอะไรอยู่ แล้วพี่มัมก็รู้จักกับครอบครัวผมด้วย
มัม : เข้าใจเขา พี่ก็รู้จักกับครอบครัวเขาด้วย คุณแม่เขาให้กำลังใจตลอด ข่าวก็คือข่าว ไม่ต้องคิดมาก
ท็อป : แต่คนคิดมากคือคนนี้
มัม : แม่บอกไม่ให้คิดมาก แต่พี่คิดมากหลายเรื่อง คิดแทนเขาด้วย เพราะเขาได้รับผลกระทบบ้างบางอย่าง แล้วมันมีอะไรที่ตลกมาก เรื่องไสยศาสตร์
ท็อป : ก็ถูกกล่าวหาว่าทำมนต์ดำใส่ผม

แล้วทำไหม?
มัม : ทำเป็นที่ไหนล่ะ ทุกวันนี้ธรรมชาติจะตาย ได้มาเพราะความสวยชัดๆ ไม่เห็นต้องทำของใครเลย

ที่บอกว่าท็อปเป็นแฟนเด็กของพี่มัมจริงหรือไม่จริง?
มัม : ไม่จริงค่ะ เขาเป็นแค่น้องทีมงานที่เข้ามาช่วยพี่มัมทำงาน

สำหรับท็อปเองพี่มัมเป็นอะไร?
ท็อป : พี่มัมเป็นศิลปินครับ แล้วตอนนี้ท็อปก็ทำงาน เรียกว่าเป็นผู้จัดการส่วนตัว

ในอนาคตมีความเป็นไปไม่ได้เลยใช่ไหม?
มัม : อนาคตอาจารย์ต้องดูดวงให้เราด้วย แล้วอาจารย์จะได้คำตอบ ทุกวันนี้อนาคตที่พี่หวังไว้ก็คือก็ขอให้น้องเขาได้งานที่ดี แล้วทุกวันนี้พี่ใส่บาตรตอนเช้าๆ พี่ก็จะอธิษฐานถึงคนรอบตัวข้างๆ แม้กระทั่งน้องเขาเพิ่งเข้ามาทำงาน พี่ก็อธิษฐานให้เขาได้ดี ขอให้เขาเป็นคนดีที่เข้ามาในชีวิตเรา

มาออกรายการด้วยกันแบบนี้แกล้งโกหกว่าไม่ได้เป็นอะไรกันก็ได้?
มัม : อันนี้สัจจะ สัญญาเลยว่าไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ มันมีรูปคู่กับท็อป ตรงกับที่พี่สัมภาษณ์ไป น้องเขาอายุห่างกับพี่ 30 ปีจริงๆ แล้วจริงๆ พี่ก็มีอีกคนนึงที่เป็นแฟนจริงๆ แต่มันถ่ายรูปเอาไว้ลึกมากในไอจี แล้วนักข่าวหยิบเอารูปท็อปขึ้นมา มันก็เลยกลายเป็นประเด็น เขาได้รับผลกระทบ

เรื่องอะไรบ้าง?
ท็อป : ก็ถามทั่วไป
มัม : เพื่อนฝูง ญาติ ถามจนต้องปิดเฟซบุ๊กหนี

แล้วมันกระทบกับงานของเราที่เป็นครูอยู่ด้วยไหม?
ท็อป : ก็มีกระทบบ้างนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ทำให้ท้อขนาดนั้น

พี่มัมดันน้องเข้าสู่วงการทีวีหรือเปล่า?
มัม : ไม่ค่ะ คือการทำงาน คนเราเวลามีคนหน้าตาดีๆ น่ารักๆ อายุน้อยกว่าเรา ซึ่งทำให้เรามีกำลังใจเข้ามาดูแลเรา มันเป็นการให้โอกาสมากกว่า ให้โอกาสให้น้องมีรายได้เพิ่ม ไม่มีเรื่องดัน เรื่องอะไรเลย ถ้าเกิดน้องเขาสนใจวงการนี้ น้องก็ต้องดิ้นรนด้วยตัวเขาเอง  พี่มัมไม่ผลักดันอะไรทั้งสิ้น

ลึกๆ แล้วพี่มัมชอบท็อป แล้วแอบดันท็อปอยู่?
มัม : อันนี้ทุกคนมีสิทธิ์จะคิดได้ แล้วก็รู้สึกได้ พี่มัมรู้ตัวเองว่าพี่ทำอะไรอยู่ แล้วก็พูดอะไรอยู่ พี่ไม่ได้ดูถูกผู้ชม ทุกคำถามสามารถถามได้ แล้วก็อยู่ที่วิจารณญาณของท่านผู้ชมเอง แต่ที่พี่พูดทั้งหมดคือความจริง เคลียร์ตรงนี้นะคะ

ท็อปอยู่ใกล้ๆ พี่สาวคนนี้รู้สึกยังไง?
ท็อป : พี่มัมสอนหลายๆ อย่าง อะไรที่ผมไม่เคยก็จะเป็นครูที่สอน ด้วยวัยทีาต่างกัน พี่มัมก็จะเปิดใจรับในสิ่งที่ผมสอนเช่นกัน แล้วผมก็เปิดใจรับในสิ่งที่พี่มัมสอน เราใช้ความต่างวัยที่ประสบการณ์มันต่างกันให้เป็นประโยชน์ เรารู้สึกโอเคที่เข้าใจ

ทางบ้านอยากรู้ว่าพี่มัมสามารถพัฒนาเป็นแฟนได้ไหม?
มัม : ไม่ได้อ่ะ มันรุ่นลูก

อย่างท็อปใช่สเป๊กพี่ไหม?
มัม : ถามกะเทยทั่วโลกใครไม่สเป๊กบ้าง เขาเป็นที่หมายปอง เขาเนื้อหอมมาก

แล้วท็อปล่ะสเป๊กเป็นยังไง?
ท็อป : มีความรักไม่เป็นครับ ช่วงนี้ทำแต่งาน งานก็ค่อนข้างหนัก เป็นข้าราชการครู 2 ปีแรกยังไม่ผ่านโปร ซึ่งเราทำงานหนักมาก ไปเช้า กลับเย็น อยู่ในเมืองที่รถติด ใช้เวลาเดินทางไปโรงเรียนก็ค่อนข้างนาน ก็ค่อนข้างเหนื่อย กลับมาก็หลับ ตอนนี้โสดทุ่มเทให้กับงาน

พอเห็นคอมเมนต์ลบๆ น้องเดือดร้อนเพราะเรา รู้สึกผิดไหม?
มัม : รู้สึกผิด เหมือนกับพี่ทำให้น้องเขาเดือดร้อน พี่ก็ร้องไห้อยู่วัน สองวัน แต่ก็บอกน้องเขานะว่าเสียใจ ร้องไห้ เขาก็บอกว่าอย่าคิดมาก เขาก็ชิลๆ ไป

ท็อปมีอะไรอยากบอกพี่มัมไหม?
ท็อป : อยากจะบอกว่าขอบคุณนะครับที่ให้โอกาสให้ท็อปได้มาทำงานในจุดๆ นี้ มันอาจไม่เต็มเวลา การเป็นผู้จัดการต้องเต็มเวลาจริงๆ แต่พี่มัมก็ให้โอกาสเรา ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไฝ่ฝันมาตั้งแต่มัธยม เราพยายามทำยังไงก็ได้ให้มาทำงานสายนี้ แต่ทางด้านครอบครัวเราก็รัก เราทำงานทางด้านราชการมาเพื่อครอบครัว จนเราได้มาถึงจุดบาลานซ์ในจุดนี้มันทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตมีค่ามากขึ้น ขอบคุณพี่มัมครับ

พี่มัมอยากจะบอกอะไรน้องท็อปไหม? มัม : สิ่งที่เขาทำอยู่ทุกวันนี้ดีแล้ว อยากให้ท็อปเป็นคนดีอย่างนี้ของครอบครัว เพราะว่าพ่อแม่รักท็อปมาก แล้วท็อปก็รักครอบครัวมาก ขอให้เขาได้ทำงานที่ดี แล้วขอให้มีสิ่งที่ดีเข้ามาในชีวิต แล้วขอให้ทำงานกับพี่ด้วยความราบรื่นไม่มีอุปสรรคใด

ถ้าท็อปไม่ใช่แฟน แล้วแฟนที่พี่ให้สัมภาษณ์มีตัวตนไหม?
มัม : มีตัวตน อยู่ที่พังงา

ไปเจอได้ยังไง?
มัม : คือเขาทักเข้ามานี่แหละ เขาทักเข้ามาในเฟซบุ๊ก แล้วเผอิญตอนนั้นเขาอยู่สุราษ คือไปเจอกันครั้งนึงที่ทะเลสิมิลัน แล้วหลังจากกลับจากทะเลปุ๊บก็แอบเป็นเพื่อนกันแล้วในเฟซบุ๊ก พอกลับจากทะเลเราก็โพสต์รูปนั่นนี่ที่ไปเที่ยวทะเลมา เขาก็เข้ามาคอมเมนต์ว่าพี่มาต่อสุราษฯเลยไหมล่ะ แล้วใครมาชวนไม่ได้นะ พี่บอกโอเค เดี๋ยวซื้อตั๋วเลย น้องเขาตกใจมาก พี่บอกมารับพี่ด้วยนะ แล้วเขาก็มารับที่สนามบิน พี่ก็ซื้อตั๋วไปวันนั้นเลย ไปถึงประมาณ 3 ทุ่ม เขาก็เลยพาเข้าไปเดินในเมืองสุราษแล้วไปทำบุญด้วยกันเลย ก็รู้จักกันมาปีกว่าแล้ว ด้วยความที่เขาอยู่ใต้ พี่อยู่นี่ คุยกันแค่ทางเฟซบุ๊ก แค่ทางไอจี

ตอนนี้ไปหายาก เพราะโควิดด้วย ไม่ได้เจอกันนานเท่าไหร่แล้ว?
มัม : ไม่ได้เจอกันตั้งแต่งานชักพระนั่นแหละ เมื่อเดือน พฤศจิกายน ปี62 ครั้งสุดท้ายเจอกันเมื่อกลางปีที่แล้ว

ไม่เจอกันหลายเดือนไม่คิดถึงเหรอ? มัม : คิดถึง บางทีคิดถึงมากก็เสียสุขภาพจิต เพราะฉะนั้นเราก็ไม่โฟกัส เราคิดว่าเป็นแฟนก็ได้ แต่ไม่เป็นเจ้าของ เราจะไม่จู้จี้จุกจิกเขามาก

ถ้าเขาพิเศษแบบนี้ทำไมถึงไม่เปิดตัว?
มัม : พี่ไม่ได้คิดจะเปิดตัวแฟนเลยนะ นักข่าวยิงประเด็นถามเรื่องแฟนพี่ พี่ก็พูดให้ฟัง พี่ก็บอกว่าอายุ 30 ซึ่งไม่ใช่น้องท็อป

ตอนที่ข่าวท็อปออกไป คนเริ่มเม้าธ์ว่าท็อปเป็นแฟนพี่ มันกระทบกับเขาไหม?
มัม : ไม่มีฟีดแบ็กอะไรกลับมา ไม่มีงอน เพราะว่าเขาอาจจะไม่ได้คิดว่าเป็นแฟนพี่ก็ได้ แต่พี่คิดว่าพี่เป็นแฟนเขา พี่อาจจะคิดไปฝ่ายเดียวก็ได้ แต่ว่าเราคบกันจริง เรามีความรู้สึกที่ดีเมื่อมาเจอกัน

สมมติเขาดูอยู่อยากจะบอกอะไรเขา?
มัม : คิดถึงมากนะคุณ เราเรียกเขาว่าคุณ เพราะเขาทำงานเป็นข้าราชการเหมือนกัน

คลิปสัมภาษณ์ มัม ลาโคนิค

https://www.youtube.com/watch?v=WM-kDHThqb0&feature=youtu.be

 

 

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...