รู้จัก ‘เบบี้จี’ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ ‘คริสทีน ชิว’ แห่ง ‘บลิงก์ เอ็มไพร์’
เป็นซีรีย์ทางช่อง ‘เน็ตฟลิกซ์’ ที่ได้รับความนิยมในบ้านเราไม่น้อยสำหรับ ‘บลิงก์ เอ็มไพร์’ (Bling Empire) ซีรีย์แนวเรียลลิตี้จากฝั่งอเมริกาที่ถ่ายทอดชีวิตของกลุ่มเพื่อนเศรษฐีชาวเอเชียในลอสแอนเจลิส หนึ่งในตัวละครสุดโดดเด่นคงหนีไม่พ้น ‘คริสทีน ชิว’ (Christine Chiu) ภรรยาของ‘ดร.กาเบรียล ชิล’ หมอศัลยกรรมความงามชื่อดังในเบเวอร์ลีฮิลส์ ที่ต้นตระกูลสืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์ซ่งของประเทศจีน
ส่วนคุณคริสทีนแต่เดิมเป็นชาวไต้หวัน ปัจจุบันช่วยสามีบริหารธุรกิจในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งโรงพยาบาลศัลยกรรมเบเวอร์ลีฮิลส์ (Beverly Hills Plastic Surgery) รวมถึงเป็นนักการกุศล ซึ่งในปี 2019 คริสทีนและสามีร่วมกับ ‘เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์’ เปิดโครงการด้านสุขภาพภายใต้มูลนิธิ ‘พรินซ์ ฟาวเดชั่น’ ในเมืองคัมน็อค ประเทศสก็อตแลนด์เพื่อให้บริการด้านการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมแก่คนในท้องถิ่น
อีกหนึ่งบทบาทสำคัญคือการเป็นคุณแม่ของ ‘กาเบรียลที่ 3’ หรือ ‘เบบี้จี’ ลูกชายเพียงคนเดียวที่คุณคริสทีนและสามีรอมานานกว่า 11 ปี ซึ่งปรากฏออกมาให้เห็นในซีรีย์บางตอน และเชื่อว่ามีหลายคนที่โดนความน่ารักของเบบี้จีตกเข้าเต็ม ๆ อย่างแน่นอน ครั้งนี้ HELLO มีโอกาสสัมภาษณ์คุณคริสทีนพาแฟน ๆ ซีรีย์เรื่องบลิงก์ เอ็มไพร์ไปรู้จักกับเบบี้จี และบทบาทการเป็นคุณแม่ของคุณคริสทีนมากขึ้น
เบบี้จีเติบโตมาในสภาพแวดล้อมแบบไหน
ฉันภูมิใจที่จะบอกว่าเบบี้จีเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ ‘มีความสุข’ พ่อแม่ของเขารัก เคารพ และสนับสนุนซึ่งกันและกัน รวมถึงเบบี้จีด้วย นอกจากนี้เรายังพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อให้เบบี้จีอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ ‘ดีต่อสุขภาพ' ซึ่งครอบคลุมถึงการใส่ใจในโภชนาการ การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยสำหรับเบบี้จีและต่อสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการรับสื่ออย่างพอเหมาะ และคนรอบข้างที่จะส่งผลต่อพัฒนาการของเบบี้จี และแม้ว่าเขาจะเติบโตในย่านที่มีความหรูหรา แต่เราพยายามปลูกฝังให้เขามีมนุษยธรรมและมีจิตใจอ่อนโยน
มีวิธีการเลี้ยงเบบี้จีอย่างไร
ตรงกันข้ามกับพ่อแม่ฉันที่ค่อนข้างใช้ความ 'อดทน' 'เหินห่าง' และ 'เข้มงวด'ฉันชอบแสดงความรักที่มีต่อเบบี้จีอย่างเปิดเผย มักบอกเสมอว่าเขาเป็นที่รัก และเขาดีพอ ในขณะที่พ่อแม่ของฉันพยายามกระตุ้นให้ฉันทำงานหนักเพื่อให้บรรลุความสำเร็จโดยชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดหรือข้อบกพร่อง แต่ฉันชอบให้กำลังใจเชิงบวกกับเบบี้จี และมีส่วนร่วมในการเรียนและกิจกรรมต่าง ๆ ของเขาตลอด ซึ่งฉันมีความสุขอย่างมากที่ได้เรียนรู้ไปกับเขาในทุก ๆ วัน
เบบี้จีอายุเท่าไหร่แล้ว
เบบี้จีอายุเกือบ 3 ขวบแล้ว! ในทางเทคนิคแล้วต้องเรียกเขาว่า ‘Toddler G’ แต่เขาทำให้เรารู้สึกว่าเขายังเป็น‘Baby G’ และจะเป็นเบบี้จีของเราตลอดไป
เรียนอะไรไปแล้วบ้าง
ก่อนล็อกดาวน์เบบี้จีได้เรียนหลายอย่างมาก! เพราะเราเชื่อมั่นเรื่อง‘การเรียนรู้รอบด้านผ่านการเล่น’ เช่น ให้เขารู้จักงานศิลปะ และสนับสนุนการสื่อสารหลายภาษา ด้วยเหตุนี้เบบี้จีจึงมีคลาสเรียนภาษามืออเมริกัน ฝรั่งเศสและจีนกลาง นอกจากนี้ยังเรียนว่ายน้ำ กีฬากลางแจ้ง รวมถึงศิลปะและงานฝีมือ สุดท้ายคือ ดนตรีและการเคลื่อนไหว ซึ่งมีความสำคัญต่อสุขภาพจิต ซึ่งเราชอบคลาสดนตรี โยคะ และเสียงบำบัด
เบบี้จีมีความสนใจอะไรเป็นพิเศษไหม
เบบี้จีชอบรถบรรทุก รถแข่ง และแมลง เมื่อไม่นานมานี้เขารู้สึกทึ่งกับสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล โดยเฉพาะสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลลึกที่ค่อนข้างแปลกและมีความโดดเด่นในตัวเอง
คาดหวังอยากให้เบบี้จีเป็นหมอศัลยกรรมเหมือนคุณพ่อ หรือรับช่วงต่อโรงพยาบาลศัลยกรรมเบเวอร์ลีฮิลส์ไหม
ไม่อย่างแน่นอน! ความคาดหวังเพียงอย่างเดียวคือการที่เขาเติบโตขึ้นมาเป็นบุคคลที่มีความรัก ความเมตตากรุณา เห็นอกเห็นใจ มีจุดมุ่งหมาย เป็นคนใจกว้าง และมีความสุข สนุกไปกับการใช้ชีวิต แต่ยังรู้หน้าที่และความรับผิดชอบของตัวเองต่อประเทศ ภูมิภาค และโลก เราจะรู้สึกภูมิใจที่สุดที่ได้หล่อหลอมพลเมืองของโลกที่เป็นผู้สนับสนุนความหลากหลาย
เบบี้จีได้เจอกับนักแสดงในเรื่องบลิงก์ เอ็มไพร์ นอกเหนือจากเวลาถ่ายภาพยนตร์บ้างหรือเปล่า
ก่อนที่เจวอน (ลูกของเชอร์รีและเจตซีย์) จะเกิด เบบี้จีเป็นนักแสดงที่อายุน้อยที่สุดของบลิงก์ เอ็มไพร์ เขาชอบอยู่กับลุง ป้า น้า อาในเรื่อง ก่อนโควิด – 19 ระบาด เราต้องการพาเบบี้จีไปสัมผัสกับประเทศและวัฒนธรรมต่าง ๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ผ่านการเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งทำให้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับอาหาร ศิลปะ และงานฝีมือ เสื้อผ้า ประวัติศาสตร์ และข้อมูลเชิงลึกทางวัฒนธรรมของผู้คนที่มีภูมิหลังแตกต่างกัน
คุยกับเบบี้จีเกี่ยวกับงานการกุศลบ้างหรือไม่
เขายังเด็กเกินไปที่จะเข้าใจเกี่ยวกับงานการกุศลต่าง ๆ ของเรา อย่างการให้บริการทางการแพทย์ที่เพียงพอและครอบคลุมสำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด รวมไปถึงการลงทุนส่งเสริมศักยภาพและวิสัยทัศน์ของนักเล่าเรื่องและผู้สร้างภาพยนตร์ในชุมชนที่ขาดโอกาส นอกจากนี้เรายังมุ่งมั่นส่งเสริมให้มีการเรียนวิชาศิลปะและดนตรีในการศึกษาระดับปฐมวัยของโรงเรียนของรัฐ และพยายามให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษาระดับปฐมวัย
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ เบบี้จีเข้าใจจากการที่เราพูดคุยให้เขาฟังบ่อย ๆ ว่าเขามีชีวิตที่เพียบพร้อมมากกว่าคนอื่น ๆ เราเล่าให้เขาฟังว่าพระเจ้าได้มอบสิ่งต่าง ๆ ให้แก่ พ่อ แม่ และเบบี้จีมากมาย (บ้านที่สวยงาม, รถ, ของเล่น, วันหยุดพักผ่อน ฯลฯ ) แต่สิ่งเหล่านั้นไม่สำคัญเท่ากับการมีครอบครัวและสุขภาพที่ดีซึ่งการแบ่งปันและดูแลผู้ที่อาจไม่โชคดีเหมือนกับเราก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน สิ่งที่เราพยายามสอนเขาในวัยนี้คือรู้จักความสำคัญของการให้
ได้สอนเขาเรื่องการเงินหรือเปล่า
เป็นสิ่งสำคัญสำหรับเราที่ไม่ว่าเบบี้จีจะมีสถานะทางการเงินอย่างไร เขาต้องเรียนรู้เกี่ยวกับจรรยาบรรณในการทำงานและรู้คุณค่าของเงินทุกดอลลาร์ การทำงานจะเป็นบทเรียนที่ดีให้กับชีวิตไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือ ความเคารพ ภาระ หน้าที่ และความรับผิดชอบ เรามักสร้างโอกาสให้เบบี้จีเห็นภาพเกี่ยวกับเรื่องการเงินผ่านบทเรียนสำคัญ ๆ อย่างทุกครั้งที่ไปเที่ยวพักผ่อน ซื้อของเล่น ของใช้ต่าง ๆ เราจะอธิบายว่าเงินที่เราใช้ซื้อเป็นการจ่ายเพื่อให้ได้สิ่งเหล่านั้นมา ซึ่งเบบี้จีสามารถเข้าใจได้จากการสังเกต
นอกจากนี้เรายังบอกกับเบบี้จีด้วยว่าเนื่องจากทั้งพ่อและแม่ทำงาน เขาจึงสามารถใช้ชีวิตอย่างสนุกสนาน เพื่อให้เบบี้จีมีแรงบันดาลใจในการทำงาน เขามักจะช่วยล้างจาน เช็ดจาน และทำความสะอาดบ้าน (ด้วยการทำความสะอาดของเล่น) และอื่น ๆ เพื่อ ‘หาเงิน' แล้วแลกเป็น 'รางวัล' (มักจะเป็นรถแข่งของเล่น) เราหวังว่าเขาจะไม่ต้องกังวลกับเรื่องเงินทอง แล้วมีความสุขไปกับงานที่ทำ
มีการวางแผนการเงินสำหรับเบบี้จีไว้อย่างไรบ้าง
แม้ว่าเบบี้จีเป็นทายาทที่จะได้รับทรัพย์สมบัติจากเรา แต่เราหวังว่าเขาจะเติบโตโดยที่ไม่ต้องการสิ่งเหล่านี้ เราอยากให้เขาหลงรักในอาชีพที่สร้างความสำเร็จและการเงินที่เป็นของตัวเขาเอง และรู้จักให้กลับคืนสู่สังคมในท้ายที่สุด