โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'ป.ป.ท.' ลงพท.หาข้อมูลนักเรียนผีโผล่ยโสธร

MATICHON ONLINE

อัพเดต 28 พ.ย. 2561 เวลา 13.16 น. • เผยแพร่ 28 พ.ย. 2561 เวลา 13.16 น.

จากกรณีที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เขต 3 (ป.ป.ท.) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหลายโรงเรียนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และพบว่ามีโรงเรียนกว่า 10 แห่ง ตกแต่งบัญชีรายชื่อนักเรียน ด้วยการเพิ่มชื่อนักเรียนที่ไม่มีอยู่จริง หรือนักเรียนผีเข้าไปในบัญชีรายชื่อให้ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด เพื่ออัพเกรดขนาดโรงเรียนจากขนาดเล็กให้ใหญ่ขึ้น เพื่อให้มีผลกับการโยกย้ายผอ.โรงเรียนจากโรงเรียนขนาดเล็ก ไปดำรงตำแหน่งเป็นผอ.โรงเรียนขนาดใหญ่และขนาดใหญ่พิเศษนั้น โดยในพื้นที่ยโสธรก็มีการตรวจพบโรงเรียนที่เข้าข่ายการตกแต่งบัญชีรายชื่อนักเรียนอยู่ คือโรงเรียนสอนแก้วว่องไววิทยา ต.เดิด อ.เมือง จ.ยโสธร ซึ่งมียอดของจำนวนนักเรียนที่เกินไปจากความเป็นจริง จำนวน 159 คน และไม่มีตัวตนจริงที่นั่งเรียนในชั้นเรียนแต่ทางโรงเรียนอ้างว่ารายชื่อนักเรียนที่ไม่มีตัวตนทั้งหมดนั้นเป็นรายชื่อนักเรียนที่ทางโรงเรียนได้มีการจัดการเรียนทางเลือก หรือการศึกษานอกระบบ ให้กับผู้ที่สนใจเรียนได้เข้าไปเรียนได้

ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ต.ท. สามารถ ไชยณรงค์ ผอ.ป.ป.ท. เขต 3 ได้นำคณะเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.เขต3 กว่า 10 คนลงพื้นที่ จ.ยโสธร เพื่อเข้าขอข้อมูลรายละเอียดของการจัดการศึกษานอกระบบกับสำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดยโสธร(กศน.)ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก นายสุรัติ วิภักดิ์ ผอ.กศน.ยโสธร พร้อมให้รายละเอียดเกี่ยวกับการจัดการศึกษานอกระบบว่า การจัดการศึกษานอกระบบเป็นภารกิจหลักของ กศน.ที่รับนักเรียนเข้าเรียนจะต้องเป็นบุคคลที่มีอายุผ่านการศึกษาภาคบังคับไปแล้วเท่านั้นและการรับสมัครนักเรียนจะต้องมีการกลั่นกรองและตรวจสอบผู้สมัครเข้าเรียนโดยตรวจเช็คจากเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ว่าบุคคลดังกล่าวยังเป็นนักเรียนในระบบอยู่หรือไม่ ซึ่งถ้าหากตรวจพบว่ายังเป็นนักเรียนในระบบทาง กศน.ก็จะตัดรายชื่อออกทันทีและหากตามตัวได้ก็จะสอบถามว่ามีความต้องการที่จะเรียนในระบบหรือเรียนนอกระบบให้เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อไม่ให้รายชื่อนักเรียนไปซ้ำซ้อนกัน

จากนั้นเจ้าหน้าที่ ปปท.เขต3 ได้เดินทางไปที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดยโสธร เพื่อเข้าหารือเกี่ยวกับการจัดการศึกษาทางเลือกของโรงเรียนสอนแก้วว่องไววิทยา และขอตรวจสอบหลักเกณฑ์ในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้าย ผอ.โรงเรียนจากโรงเรียนสอนแก้วว่องไววิทยา ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนยโสธรพิทยาคม ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ โดยมี นายธงชัย พาอ่อนตา นิติกรชำนาญการพิเศษสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดยโสธร พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ให้รายละเอียดกับคณะของ ป.ป.ท.เขต 3

นายธงชัย พาอ่อนตา กล่าวว่า ขณะนี้ทางศึกษาธิการจ.ยโสธร ได้มีการตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวอยู่พร้อมทั้งมีการตรวจสอบรายละเอียดว่าทางโรงเรียนสามารถที่จะดำเนินการจัดการเรียนทางเลือกตามที่โรงเรียนสอนแก้วว่องไววิทยาจัดอยู่ได้หรือไม่ ซึ่งถ้าหากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่สามารถจัดการเรียนทางเลือกได้และมียอดนักเรียนไม่ตรงตามความเป็นจริงตามที่ข้อมูลของ สพม.28 ศรีสะเกษ รายงานให้ศึกษาธิการจังหวัดยโสธรทราบนั้น ก็จะสามารถให้มีการยกเลิกคำสั่งโยกย้ายตำแหน่งดังกล่าวได้ และขณะนี้ยังไม่มีการรับรองการประชุมของคณะกรรมการการศึกษาธิการ จ.ยโสธร(กศจ) ครั้งล่าสุดแต่อย่างใด เนื่องจากมีการร้องเรียนเรื่องดังกล่าวอยู่ ซึ่งถ้ายังไม่มีการรับรองการประชุม กศจ.ครั้งล่าสุดก็ยังถือว่าคำสั่งแต่งตั้งโยกย้าย ผอ.โรงเรียนยังไม่สมบูรณ์

พ.ต.ท.สามารถ ไชยณรงค์ ผอ.ป.ป.ท.เขต 3 กล่าวว่า ในวันนี้ได้มาขอข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดการศึกษานอกระบบและการจัดการศึกษาทางเลือกกับ กศน.ยโสธร เนื่องจากมีข้อสงสัยว่ารายชื่อนักเรียนในโรงเรียนสอนแก้วว่องไววิทยา ที่เกินไป จำนวน 159 คน นั้นทางโรงเรียนอ้างว่าเป็นนักเรียนทางเลือก ซึ่งตนมีความสงสัยว่าทำไมนักเรียนเหล่านั้นถึงไม่ไปเรียนที่ กศน.โดยตรงเลยทั้งๆที่มีสวัสดิการที่ดีกว่าและเมื่อเรียนจบก็สามารถออกใบรับรองผลการเรียนได้ พร้อมกับจะได้หารือกับศึกษาธิการจังหวัดยโสธรว่าโรงเรียนสามารถจัดการเรียนทางเลือกได้ด้วยหรือ และจะขอทราบหลักเกณฑ์การพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนด้วยว่าใช้หลักเกณฑ์แบบไหนและเชื่อถือในข้อมูลตรงไหนบ้างถึงมีการอนุมัติแต่งตั้งโยกย้ายดังกล่าว โดยตรวจพบว่าในพื้นที่จังหวัดยโสธรมีการใช้ข้อมูลจำนวนนักเรียนที่ไม่มีอยู่จริงในการพิจารณาโยกย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนสอนแก้วว่องไววิทยา ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีนักเรียนไม่ถึง 500 คนไปเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนยโสธรพิทยาคม ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ มีนักเรียนมากกว่า 4,000 คน ทำให้ผู้อื่นเสียสิทธิ เนื่องจากตามหลักเกณฑ์การโยกย้ายนั้น ถ้าได้เป็นโรงเรียนขนาดกลาง ที่มีนักเรียนตั้งแต่ 500 – 1,499 คน สามารถย้ายไปโรงเรียนขนาดใหญ่และขนาดใหญ่พิเศษได้ แต่กรณีนี้เป็นการเพิ่มจำนวนนักเรียนที่ไม่มีอยู่จริงอันเป็นข้อมูลเท็จ เพื่ออัพเกรดให้เป็นโรงเรียนขนาดกลางให้เข้าเกณฑ์สามารถย้ายได้ จึงเหมือนเป็นการล็อคตัวบุคคลไว้ล่วงหน้าแล้ว ทั้งที่มีผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดกลางและขนาดใหญ่ ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนให้พิจารณาอยู่แล้วหลายคน แต่กลับไม่พิจารณาตามความเป็นจริง ดังนั้นกระบวนการเหล่านี้ทำให้เกิดความเสียหายทางการบริหาร และมีผู้ได้รับผลกระทบหลายคน ที่เกิดจากการเสียโอกาสโยกย้ายครั้งนี้ ซึ่งการที่จะโยกย้ายลักษณะนี้ได้ไม่สามารถทำคนเดียวได้แน่ แต่อาจจะมีขบวนการช่วยเหลือกัน เพราะโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษมีผลโยชน์แฝงอยู่มหาศาล ดังนั้น ป.ป.ท.เขต3 จึงต้องเข้ามาตรวจสอบในเรื่องนี้อย่างเข้มงวด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...