โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ภารกิจ Mars mission ฤๅแค่ฝันที่ยังห่างไกลความจริง?

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 ก.ย 2563 เวลา 14.12 น. • เผยแพร่ 12 ก.ย 2563 เวลา 14.12 น.
ภาพจาก Pixabay

เทคไทม์ มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

อีลอน มัสก์ เป็นที่จดจำในฐานะเจ้าของเทค สตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จ 2 แห่ง คือ บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้า“เทสลา” (Tesla) และบริษัทเดินอากาศ“สเปซเอ็กซ์” (SpaceX)

เป้าหมายของเขาคือปฏิวัติการเดินทางทั้งบนพื้นโลกด้วยรถยนต์ไฟฟ้าที่จะแทนที่การเดินทางโดยใช้เชื้อเพลิงเผาไหม้ รวมไปถึงปฏิวัติการเดินทาง “ข้ามจักรวาล” ระหว่างโลกกับดาวอังคารที่เขาอยากทำให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ของมวลมนุษยชาติ

อีลอนในฐานะซีอีโอและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิศวกรรมของ SpaceX ใช้เวลาตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมาในการบอกเล่าความฝันและกล่อมให้แฟนคลับของ SpaceX ทั่วโลกเชื่อว่ามนุษย์โลกสามารถยึดครองดาวอังคารเหมือนช่วงล่าอาณานิคมในอดีตได้

แน่นอนว่าสำหรับติ่งของอีลอนที่มีอยู่ไม่ต่ำกว่า 35 ล้านคนบนทวิตเตอร์ วิสัยทัศน์นี้สุดจะเร้าใจกว่าหนังไซไฟ

ติดอยู่ตรงที่ว่าโครงการยึดครองดาวอังคารนี้ต้องใช้เงินมหาศาลขนาดที่รัฐบาลประเทศมหาอำนาจยังไม่กล้าแม้แต่จะคิด

โครงการที่พอจะมีสเกลใกล้เคียงกันได้แก่ โครงการ Apollo ของ NASA ในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ที่มีการส่งนักบินอวกาศ 12 คนไปดวงจันทร์และหากใช้อัตราเงินในปัจจุบันเป็นตัวคำนวณ โครงการนั้นใช้เงินไปทั้งสิ้นกว่า 2.8 แสนล้านเหรียญ

อีลอนหวังว่ารายได้อื่น ๆ ของ SpaceX เช่น บริการอินเทอร์เน็ตดาวเทียม (ที่ยังอยู่ในช่วงทดลอง) บวกกับเงินทุนที่เขาระดมมาได้อีกกว่า 6 พันล้านเหรียญน่าจะพอนำมาจุนเจือโครงการบุกดาวอังคารได้

ต้นปี 2019 อีลอนให้เคยสัมภาษณ์ว่าMars mission แรกของ Starship ที่จุผู้โดยสารได้ราว 100 คน น่าจะเกิดขึ้นได้กลางปีนี้ เขาถึงกับบอกว่าราคาตั๋วเดินทางจะอยู่ในเรต 5 แสนเหรียญ เป็นราคาเบา ๆ ที่เศรษฐีจ่ายได้สบาย ๆ หรือถ้ามีดีมานด์สูง ราคาก็อาจต่ำลงมาเหลือแค่ 1 แสนเหรียญ

แต่จนถึงวันนี้บริษัทเพิ่งอยู่ขั้นการสร้างแบบจำลองของ Starship เท่านั้น โดยเพิ่งมีการทดสอบบินไปครั้งเดียวเมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ความสูง 150 เมตร ก่อนลงจอดที่ลานจอดใกล้ ๆ โดยมีการประเมินว่าอาจต้องใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญกว่ายานลำนี้จะสำเร็จออกมา

แต่หากทำเป็นลืม ๆ ไป สมมติว่าข้ามช็อตไปถึงวันที่ยานลำนี้สามารถออกเดินทางไปดาวอังคารได้จริง อุปสรรคที่ตามมาคือ การสร้าง “บ้าน” ให้ชาวโลกได้อาศัยโดยไม่ถูกรมด้วยแก๊สพิษหรือรังสีอันตรายต่าง ๆ ตายเสียก่อน

สำหรับปัญหานี้ อีลอน อ้างไปถึงคอนเซ็ปต์ที่เรียกว่า terraforming หรือการทำให้ดาวดวงอื่นมีสภาพที่มนุษย์สามารถอาศัยอยู่ได้ด้วยการอัดก๊าซเข้าไปเพื่อทำให้ชั้นบรรยากาศอุ่นขึ้น

ไมเคิล เมเยอร์ นักวิทยาศาสตร์ของ NASA บอกว่า terraforming ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เขาคิดว่าการ terraform ดาวอังคารด้วยเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เพราะบนดาวอังคารไม่มีทั้งออกซิเจนและแหล่งน้ำที่เพียงพอต่อการดำรงชีพของมนุษย์

สิ่งที่เขาคิดว่าเป็นไปได้คือทำให้ดาวอังคารเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของการเดินทางสำหรับคนรวย

ขณะที่ โรเบิร์ต ซูบริน ผู้เชี่ยวชาญด้านอวกาศและเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่เหนียวแน่นของอีลอน กลับออกโรงสนับสนุนโครงการนี้เต็มที่ นำมาซึ่งการค้นพบ “นวัตกรรม” และศักยภาพในตัวมนุษย์มากมาย ดังนั้นการบุกยึดดาวอังคารก็น่าจะนำมาซึ่งการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดในเชิงนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ต่าง ๆ เช่นกัน

เขาไปไกลถึงขั้นบอกว่ากลุ่มคนที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมการเดินทางจะต้องเสียสละทรัพย์สินที่มีเพื่อให้การเดินทางครั้งนี้ประสบความสำเร็จ เช่นเดียวกับสมัยก่อนที่ใครอยากเดินทางสู่โลกใหม่ก็ต้องขายที่นามาจ่ายเป็นค่าตั๋วเดินทางนั่นเอง

แต่อย่าเพิ่งคิดไปไกล เพราะตอนนี้โครงการยึดดาวอังคารของอีลอนยังอยู่ในขั้นฟักตัว เอาแค่ว่าจะสร้างยานให้เสร็จพร้อมบินได้จริงเมื่อไหร่ก็ยังไม่รู้ นี่ยังไม่นับเทคโนโลยีที่ต้องพัฒนาขึ้นเพื่อทำให้ดาวอังคารกลายเป็นบ้านหลังที่สองของมนุษย์อีก ซึ่งแค่ 2 เรื่องนี้ก็ทำให้ความฝันของอีลอนดูช่างห่างไกล

แต่ต่อให้เบาหวิวและล่องลอยดุจปุยนุ่นแค่ไหนก็มีคนเอาใจช่วยโครงการนี้กันเยอะมาก

ใครจะรู้ วันหนึ่งมนุษย์อาจได้ย้ายสำมะโนครัวไปอยู่บนดาวอังคารกันจริง ๆ ก็ได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...