โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตึงเครียด! ม็อบระดมชายฉกรรจ์นับร้อย ปิดแยกเกียกกาย ค้นรถทุกคันสกัด'ส.ว.'เข้า-ออก

แนวหน้า

เผยแพร่ 24 ก.ย 2563 เวลา 12.57 น.

เมื่อวันที่ 24 กันยายน ความคืบหน้ากรณีคณะประชาชนปลดแอก จัดกิจกรรมชุมนุมที่บริเวณหน้าอาคารรัฐสภาย่านเกียกกายเพื่อกดดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ปิดประตูรั้วฝั่งทางเข้ารัฐสภาและให้ใช้การสัญจรเข้า-ออกช่องทางเดียว ในฝั่งของทางออกเท่านั้น เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมนำรถบรรทุกติดเครื่องขยายเสียง มาตั้งขวางทางเข้าเพื่อเป็นเวทีปราศรัย ขณะที่รถยนต์ของสมาชิกรัฐสภา และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ภายในได้นำรถยนต์ออกจากอาคารรัฐสภาเป็นระยะ

เวลา 16.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดถนนสามเสนตั้งแต่แยกบางกระบือถึงแยกเกียกกายแล้ว เพราะมีผู้ชุมนุมมาร่วมมากขึ้น หลังการปิดถนน แกนนำได้เคลื่อนรถขยายเสียงที่ใช้เป็นเวทีปราศรัยที่จอดขวางประตูทางเข้ารัฐสภา ไปจอดขวางถนนสามเสนแทน และนำผ้าสีขาวมาผูกหน้าประตูรัฐสภาฝั่งขาเข้า พร้อมกับทำกิจกรรมต่อโดยมีการแจกสติกเกอร์หมุดคณะราษฎร์ 2 ให้กับผู้ที่มาร่วมชุมนุม และพ่นสีสเปรย์รูปหมุดสีทองลงบนพื้นถนนเพื่อทำสัญลักษณ์ด้วย

 เวลา 19.15 น.หลังรถเวทีปราศัย แกนนำกลุ่มประชาชนปลดแอก ใช้โทรโข่งประกาศของแรงชายฉกรรจ์ 100 คน เพื่อปฏิบัติภารกิจบางอย่าง จากนั้นได้นำมวลชนปิดบริเวณสี่แยกเกียกกาย โดยประกาศว่าไม่ให้ สว.เข้า-ออก และให้กลับไปโหวตญัตติ โดยใช้แผงเหล็กกั้น ทั้งมีการตรวจสอบรถที่วิ่งออกมาเพื่อตรวจสอบว่าไม่มี สว.ออกนอกพื้นที่

ต่อมาเวลา 19.30 น.สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น เนื่องจากมวลชนลุกฮือทำท่าจะบุกเข้าไปในรัฐสภา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปิดประตูทางเข้า-ออกอาคารรัฐสภา จากนั้นนายภานุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ ระยอง ได้นำสติ๊กเกอร์ภาพหมุดมาปิดที่ประตูรัฐสภา 1 ระหว่างนั้นมีผู้ชุมนุมถูกขอบเหล็กประตูรั้วบาดที่ขาซ้าย

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...