โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ยืด 3 สัมปทานทางด่วน BEM ถึงปี'78 แลกหนี้ข้อพิพาท-ไม่เก็บค่าผ่านทาง 10 ปี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 ก.พ. 2563 เวลา 02.58 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. 2563 เวลา 02.58 น.

หลังเจรจากว่า 1 ปี ในที่สุด “คณะรัฐมนตรีประยุทธ์” ก็ปิดมหากาพย์ข้อพิพาททางด่วน ระหว่าง “กทพ.-การทางพิเศษแห่งประเทศไทย” กับ “BEM-บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ” เป็นที่เรียบร้อยวันที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมา

ตามที่ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมเสนอ หลังเจียระไนมาเป็นอย่างดี แต่กว่า ครม.จะกดปุ่มไฟเขียว ต้องใช้เวลาถกร่วม 2 ชั่วโมง หลังมีรัฐมนตรีบางพรรคไม่เห็นด้วย

งานนี้ “บิ๊กตู่-พลเอกประยุทธ์” สั่ง “วิษณุ เครืองาม” มือกฎหมายรัฐบาล นำทีมแถลง

“วิษณุ” กล่าวว่า ครม.เห็นชอบปรับแก้ร่างสัญญาสัมปทานทางด่วนเพื่อระงับข้อพิพาทกทพ.กับ BEM จำนวน 17 คดี มูลค่าหนี้ 58,873 ล้านบาท โดยต่อสัญญาทางด่วน 3 เส้นทาง ได้แก่ 1.ทางด่วนขั้นที่ 2 ส่วน A B C 2.ทางด่วนขั้นที่ 2 ส่วน D และ 3.บางปะอิน-ปากเกร็ด ให้หมดอายุพร้อมกันวันที่ 31 ต.ค. 2578

แลกกับการที่ BEM ถอนคดีข้อพิพาทและแก้สัญญาที่ทำให้รัฐเสียเปรียบ เช่น ห้ามสร้างทางแข่งขันก็ตัดออก ให้สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นผู้ช่วย กทพ.ติดตามการดำเนินการถอนคดีและให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เป็นผู้สอบสวนหาผู้ที่ทำให้เกิดข้อพิพาทและพิจารณาถึงข้อหาที่จะเอาผิด

ทั้ง 17 คดี เกิดจาก 1.ข้อพิพาทด้านทางแข่งขัน 2.ข้อพิพาทด้านการปรับค่าผ่านทาง และ 3.คดีอื่น ๆ สำหรับสถานะแต่ละคดี คดีทางแข่งขันตัดสินในชั้นศาลปกครองแล้ว 3 คดี ซึ่ง กทพ.แพ้ทั้งหมด รวมมูลค่าหนี้ 30,000 ล้านบาท, แพ้ขั้นอนุญาโตตุลาการ 2 คดี มูลค่าหนี้10,000 ล้านบาท, คดีอื่น ๆ 1 คดี ซึ่งคดีนี้ กทพ.ชนะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย 491 ล้านบาท และเหลืออีก 11 คดีในขั้นอนุญาโตตุลาการ

ส่วนคดีที่ถึงที่สุดแล้ว คือคดีทางแข่งขันบางปะอิน-ปากเกร็ด ต้องชดเชย 4,318 ล้านบาท ก็ไม่ต้องลงบัญชีว่าเป็นหนี้สินอีกต่อไป โดยได้สอบถามกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แล้ว เมื่อเจรจาและยินยอมถอนฟ้องแล้ว ไม่จำเป็นต้องลงบัญชีเป็นหนี้สินอีก แต่หาก กทพ.ยังไม่แน่ใจให้ สคร.เป็นผู้จัดระบบทางบัญชีให้

“คมนาคมจ้างธรรมศาสตร์ศึกษารูปคดีทั้งหมด หากไม่มีเจรจากันคาดว่าคดีทั้งหมดจะสิ้นสุดปี 2578 วงเงินข้อพิพาทจะสูงเป็น 200,000-300,000 ล้านบาท บวกกับวันที่ 28 ก.พ.นี้ทางด่วนขั้นที่ 2 สาย A B C จะหมดอายุสัมปทาน จึงต้องเร่งดำเนินการ เพราะตัวสัญญาเดิมอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ร่วมทุน 2556 หากทำไม่ทันจะไม่สามารถเจรจาเพื่อต่อสัมปทานได้อีก จะต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน 2562 ที่ให้เปิดประมูลเท่านั้น สคร.ยืนยันกทพ.สามารถเจรจาได้ เพราะสัญญาเดิมเป็นการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน 2556” นายวิษณุกล่าวและว่า

ขณะที่การก่อสร้างทางด่วน 2 ชั้น (double deck) ช่วงงามวงศ์วาน-อโศก ไม่ได้รวมเข้าไปในสัญญาครั้งนี้ แต่ ครม.ให้เวลา BEM 2 ปี ศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) ก่อน หาก 2 ปีทำไม่เสร็จหรือทำเสร็จแต่ EIA ไม่ผ่าน ก็ไม่ต้องสร้าง

ส่วน “บิ๊กตู่” ก็เคลียร์…การต่อสัมปทานให้ BEM ไม่ได้เอื้อประโยชน์ใคร เป็นสิทธิที่ทุกคนต้องดูแลซึ่งกันและกัน ต้องให้ความเป็นธรรมเขา เรื่องไม่ได้เกิดในสมัยตน ก็ต้องมาแก้ให้ทั้งหมด…

ด้าน “สุรงค์ บูลกุล” ประธานบอร์ด กทพ.ยืนยัน การต่อสัมปทานทำตามมติ ครม.วันที่ 2 ต.ค. 2561 ในหลักการไม่ชดเชยเป็นเงิน แต่ให้ชดเชยเป็นเวลาจะเป็นการยุติข้อพิพาททั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ส่วนการเก็บค่าผ่านทาง จะขึ้นราคาครั้งเดียวปี 2571 ในอัตรา 10 บาท ไม่มีเก็บค่าผ่านทางในวันหยุดนักขัตฤกษ์ มีแบ่งรายได้ กทพ. 60% ส่วน BEM 40%

“การขยายสัมปทานดำเนินการตามสัญญาเดิมของทางด่วนขั้นที่ 2 ซึ่งBEM ได้สิทธิ์เจรจารายแรก ต่อสัญญา 2 ครั้ง ครั้งละ 10 ปี รวม 20 ปี ได้ใช้สิทธิ์ไปแล้ว 15 ปี 8 เดือน เหลืออีก 4 ปี 4 เดือน เมื่อสัญญาสิ้นสุดวันที่ 31 ต.ค. 2578 จะต้องเจรจา ไม่ใช่ต่อโดยอัตโนมัติ”

หลัง ครม.เปิดไฟเขียว ทุกอย่างเดินหน้าอย่างรวดเร็ว วันที่ 19 ก.พ. บอร์ด กทพ.ประชุมตั้ง “ดำเกิง ปานขำ” นั่งรักษาการผู้ว่าการ กทพ. ถัดมาวันที่ 20 ก.พ. เซ็นสัญญาสัมปทาน เพื่อให้ทางด่วนขั้นที่ 2 เริ่มนับหนึ่งวันที่ 1 มี.ค. 2563 นี้

แม้ว่า BEM จะไม่ได้ตามที่เสนอแต่แรก แต่ก็นับว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดภายใต้สถานการณ์เช่นนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...