โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ไทย พร้อมเป็นเจ้าภาพร่วมประชุมผู้นำอ่าว เบงกอล บิมสเทค 3-4 เม.ย.

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 30 มี.ค. 2568 เวลา 08.13 น.
นายกฯ ยืนยันประเทศไทย พร้อมเป็นเจ้าภาพต้อนรับผู้นำ6ชาติ ร่วมประชุมผู้นำอ่าว เบงกอล บิมสเทค ที่กรุงเทพ พร้อมชวนคนไทย ร่วมเป็นเจ้าภาพต้อนรับ 3-4 เม.ย. นี้

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เตรียมความพร้อมในการให้การต้อนรับผู้นำและผู้แทนจาก 6 ประเทศสมาชิกบิมสเทค (ความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ Bay of Bengal Initiative Multi-Sectoral Technical and Economic Cooperation)
ได้แก่

1.ศาสตราจารย์มูฮัมหมัด ยูนุส ประธานคณะที่ปรึกษารัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ

2.ดาโช เชริง โตบเกย์ นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน

3.นายนเรนทร โมที นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐอินเดีย

4.นายเค พี ศรรมะ โอลี นายกรัฐมนตรีแห่งเนปาล

5.ดร. หริณี อมรสุริยะ นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา

6. พลเอกอาวุโส มิน ออง ไลง์ ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งเบื้องต้น จากการรายงานข่าวผ่านสำนักข่าวต่างประเทศ โฆษกรัฐบาลเมียนมา ได้แถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แจ้งว่า นายกรัฐมนตรีเมียนมา จะเดินทางมาร่วมประชุมผู้นำบิมสเทค ครั้งที่ 6 (The Sixth BIMSTEC Summit) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-4 เมษายน 2568 ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพมหานคร ในครั้งนี้ด้วย
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีแสดงความมั่นใจว่าประเทศไทยและกรุงเทพมหานครมีความพร้อมในการจัดการประชุมครั้งนี้ จึงขอเชิญชวนให้คนไทย ทุกภาคส่วนร่วมกันเป็นเจ้าบ้านให้การต้อนรับผู้ร่วมประชุม
โดยการประชุมบิมสเทคครั้งที่ 6 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพนี้ เป็นการประชุมระดับนานาชาติครั้งแรกของรัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะแสดงศักยภาพในฐานะเจ้าภาพ เพื่อผลักดันความร่วมมือระดับภูมิภาคกับประเทศสมาชิก ในการเสริมสร้างการพัฒนาเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืน พร้อมทั้งกระชับความสัมพันธ์ด้านการค้า การลงทุน และความร่วมมือในหลากหลายด้าน ซึ่งที่ประชุมจะรับรองเอกสารผลลัพธ์สำคัญหลายฉบับ อาทิ ปฏิญญาการประชุมผู้นำบิมสเทค ครั้งที่ 6 ซึ่งแสดงเจตนารมณ์ของสมาชิกในการขับเคลื่อนความร่วมมือเพื่อความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ความเชื่อมโยงในภูมิภาค และความมั่นคง

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังจะรับรองวิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2030 (BIMSTEC Bangkok Vision 2030) ที่มุ่งเน้นความมั่งคั่ง ยั่งยืน และการเปิดกว้างของบิมสเทค โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมการค้า การลงทุน และความร่วมมือด้านการขนส่ง รวมถึงการรับรองกฎระเบียบสำหรับกลไกการดำเนินงานภายใต้กรอบบิมสเทค เพื่อเสริมสร้างการบริหารจัดการและการประสานงานระหว่างประเทศสมาชิกให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
สำหรับภารกิจสำคัญของนายกรัฐมนตรีในวันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน นายกรัฐมนตรีจะเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำ ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแชงกรี-ลา เพื่อต้อนรับผู้นำรัฐสมาชิกหรือผู้แทนทั้ง 6 ประเทศ และในวันศุกร์ที่ 4 เมษายน นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานเปิดการประชุมผู้นำบิมสเทค ซึ่งจะมีการหารือในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการค้าและการลงทุน การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน และการเสริมสร้างความร่วมมือในด้านความมั่นคงทางอาหาร

“การประชุมครั้งนี้ในฐานะประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ จะเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะแสดงบทบาทสำคัญในการผลักดันวิสัยทัศน์และนโยบายความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก เพื่อส่งเสริมความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมภายในภูมิภาคอ่าวเบงกอล จึงขอเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนร่วมกันต้อนรับและเป็นเจ้าภาพการประชุมบิมสเทคครั้งที่ 6 นี้” นายจิรายุกล่าว
ทั้งนี้ การประชุมบิมสเทค (BIMSTEC) หรือ "ความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ" (The Bay of Bengal Initiative for Multi-Sectoral Technical and Economic Cooperation) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2540 โดยมีไทยเป็นผู้ริเริ่ม ร่วมกับประเทศสมาชิก ได้แก่ บังกลาเทศ ภูฏาน อินเดีย เมียนมา เนปาล ศรีลังกา

โดยเป็นกรอบที่เชื่อมเอเชียใต้เข้ากับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีเป้าหมายในการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการในภูมิภาคอ่าวเบงกอล และเน้นการเชื่อมโยงในหลายมิติ อาทิ การค้า การลงทุน ความมั่นคง การเกษตร ความเชื่อมโยง และความยั่งยืน เป็นต้น นายจิรายุ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...