ตลาดเบียร์ 2.6 แสนล้านบาท ชิงเบอร์ 1 ไฮซีซั่นหว่านสินค้าใหม่รัวๆ
ตลาดเบียร์ 2.6 แสนล้านบาท เปิดศึกรับไฮซีซั่นปลายปี 2566 ระดมสินค้าจับผู้บริโภค คาราบาว เล่นใหญ่ส่งเบียร์ใหม่ 5 ตัวลงสนามสร้างความต่างทั้งเบียร์ดำ-ลาเกอร์-ไอพีเอ-โรเซ่-ไวเซ่นส์ ฟาก ทีเอพี เจาะเจน Z ผ่านไฮเนเก้นซิลเวอร์ พร้อมส่งสินค้าซีซั่นนอลเบียร์ยูสุประเดิม ฟากไทยเบฟ จัดแนวรบสู้ศึกทุกเซกเมนต์ ส่วน บุญรอด ค่ายสิงห์ทำเบียร์กลุ่มใหม่
ตลาดเบียร์มูลค่า 260,000 ล้านบาท เข้าสู่ไฮซีซั่น แม้ภาพรวมจะยังไม่ฟื้นตัวเท่าก่อนโควิดที่มีอัตราการบริโภคเบียร์เฉลี่ย 2,250 ล้านลิตร/ปี และมีมูลค่าสูงถึง 300,000 ล้านบาท
แต่ธุรกิจเบียร์ยังถือเป็นตลาดศักยภาพด้วยอัตราการเติบโต 5-6% ต่อปี นั่นจึงทำให้ตลาดนี้ยังคงหอมหวนแก่ผู้ประกอบการมือเก๋า และหน้าใหม่ ให้ส่งเบียร์ใหม่แกะกล่อง ช่วงชิงมาร์เก็ตแชร์ในปลายปีนี้อย่างคึกคัก
โฟกัสส่วนแบ่งตลาด (Market Share) เบียร์ไทยที่ผ่านมา ช่วงปี 2565 ที่ผ่านมา
- ลีโอ ของ บุญรอด บริวเวอรี่ สัดส่วน 44.8%
- ช้าง ของ ไทยเบฟ สัดส่วน 31.2%
- สิงห์ ของ บุญรอด บริวเวอรี่ สัดส่วน 11.2%
- ไฮเนเกน ของ ทีเอพี เทรดดิ้ง สัดส่วน 3.8%
- อาชา ของ ไทยเบฟ สัดส่วน 2.4%
ทว่า สัดส่วนดูเหมือนจะถูกเขย่าอีกครั้งในปี 2566 เมื่อบิ๊กไทยเบฟ เจ้าของเบียร์ช้าง อัปเดตในไตรมาส 4 มาร์เก็ตแชร์ของช้างและสิงห์ ห่างกันไม่ถึง 1 ดิจิต หรือตัวเลขหลักเดียว ถือเป็นระยะหายใจรดต้นคอ
คาราบาวเล่นใหญ่ รุกตลาดเบียร์ ขยาย 80,000 จุดทั่วไทย
ขณะที่อีกแรงสั่นสะเทือนรับท้ายปี คือคาราบาว ยักษ์เครื่องดื่มที่ผันตัวมาลุยตลาดเบียร์โดยทุ่มทุน 4,000 ล้านบาท พัฒนาเบียร์ 2 ยี่ห้อ 5 รสชาติ เคาะราคา 45 - 60 บาท ได้แก่
เบียร์คาราบาว 2 รสชาติ ได้แก่
Lager Beer (เบียร์ลาเกอร์)
- Dunkel Beer (เบียร์ดุงเกล)
เบียร์ตะวันแดง เปิดตัว 3 รสชาติ ได้แก่
Weizen Beer (เบียร์ไวเซ่น)
- Rose Beer (เบียร์โรเซ่)
- IPA Beer (เบียร์ไอพีเอ)
กำลังการผลิตเฟสแรก 200 ล้านลิตรต่อปี หลังเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา พบว่า ขายหมดเกลี้ยงเชลฟ์
จุดแข็งเบียร์คาราบาวและตะวันแดง คือ การมีแบรนด์ดิ้งที่แข็งแกร่ง ขณะที่การวางโพซิชั่นเบียร์ 2 แบรนด์ก็ครอบคลุม 90% ของตลาดเบียร์ทั้งหมด ดังนี้
- เบียร์คาราบาว เจาะเซ็กเมนต์อีโคโนมี ที่มีสัดส่วนสูง 75% ของตลาดเบียร์
- เบียร์ตะวันแดง เจาะเซ็กเมนต์สแตนดาร์ด ที่มีสัดส่วน 20% ของตลาดเบียร์
ขณะที่ ช่องทางการจัดจำหน่ายก็เป็น 1 ในกลยุทธ์หลักที่คาราบาวชิงความได้เปรียบ โดยมีหัวเรือใหญ่เป็น ซีเจ มอร์ ที่มีมากถึง 1,000 สาขาทั่วประเทศ และร้านถูกดี มีมาตรฐาน ที่มีเครือข่ายร้านค้า 5,000 แห่งทั่วประเทศ
พร้อมกันนี้ยังสร้างโมเดลกระจายสินค้าระดับอำเภอโดยตรง เพื่อลดขั้นตอนการกระจายสินค้า โดยขณะนี้มีพาร์ตเนอร์มากกว่า 790 ราย หนึ่งดิสทริบิวเตอร์อาจดู 2 ตำบล ใน 1 จังหวัดอาจมีดิสทริบิวเตอร์ได้ถึง 20 ราย ทำให้เชื่อมโยงได้มากกว่า 80,000 ร้านค้าทั่วประเทศ ซึ่งทำได้เร็วมากกว่าคู่แข่ง
โดย คาราบาว มีเป้าหมายใหญ่ปี 2566 ชิงมาร์เก็ตแชร์ตลาดเบียร์ 10% และอนาคตตั้งเป้าเบียดสิงห์ช้างขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของตลาดด้วยมาร์เก็ตแชร์ 30%
ทีเอพี ส่งเบียร์น็อนลาเกอร์เข้าตลาด แอลกอฮอลล์ต่ำ 3% เจาะเจน Z
ฟากฝั่งเจ้าตลาดเบียร์พรีเมียมทีเอพี เทรดดิ้ง ที่มีสินค้าเรือธงเป็นไฮเนเก้น เน้นกลุ่มพรีเมียม และCheers Selection เน้นกลุ่ม Affordable Premium (ราคาเข้าถึงง่าย-พรีเมียม) ก็เร่งทำการตลาดช่วงไฮซีซั่น
ประเดิมส่งสินค้าซีซั่นนอล “Cheers Selection Japanese Yuzu” เบียร์มิกซ์ยูสุ แอลกอฮอลล์ต่ำ 3% ลงตลาดช่วงเดือน พ.ย. 66 - ก.พ. 67 เคาะราคา 44 บาท เป็นขนาดกระป๋อง 320 ml. โดยวางเป้ายอดขายไว้ 600,000 - 700,000 กระป๋อง
การขายเน้นไปที่ช่องทาง Modern Off Trade (MOFT) สัดส่วน 70% อาทิ เซเว่น ท็อปส์ บิ๊กซี โลตัส รวมไปถึงร้าน Yuzu house 3 สาขา (IconSiam, สุทธิสาร, และ DONKI Mall Thonglor) และ DONKI ทั้ง 8 สาขา และช่องทางออนพรีมิต (ร้านอาหาร ผับ บาร์) สัดส่วน 30%
โดยเบียร์ยูสุ จัดเป็นเบียร์มิกซ์ ที่อยู่ในกลุ่มน็อนลาเกอร์ สร้างความโดดเด่นในตลาดมากขึ้น เนื่องจากเบียร์ที่อยู่ในตลาดกว่า 90% มักเป็นลาเกอร์เบียร์ (เบียร์ใสสีเหลืองมีฟองฟู) การนำร่องสินค้าซีซั่นนอลที่มีความแตกต่าง จึงกระตุ้นตลาดได้เป็นอย่างดี
ขณะที่ การสำรวจอินไซด์ของเจน Z ทั่วโลก พบว่า มีอินไซด์ทานเบียร์แอลกอฮออลล์ต่ำ ขมน้อย ทำให้เบียร์น็อนลาเกอร์
การทำเบียร์ของทีเอพี จึงถือว่าตอบโจทย์ สะท้อนได้จากสินค้าซีซั่นนอลก่อนหน้านี้ของแบรนด์ คือ Cheers Selection Siam Weizen Passion Fruit ทำยอดขาย 1.4 ล้านกระป๋อง ในช่วงเวลา 1 ปี
นอกจากนี้ คือ การรุก “ไฮเนเก้น ซิลเวอร์” เพื่อจับกลุ่ม Zennials นิยามใหม่ หมายถึง คนเจนวายกับเจน Z ที่มีอายุ 20 – 30 ปี เข้ามาไว้ด้วยกัน ที่มีรสนิยมชื่นชอบเบียร์ดื่มง่าย มาทำการตลาดผ่านมิวสิคมาร์เก็ตติ้ง โดยบริษัทฯ สนับสนุนคอนเสิร์ตจากค่ายเพลงใหญ่ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มนี้ เช่น วอเทอร์บอม เมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา เป็นต้น
บุญรอด เปิดเบียร์เซกเมนต์ใหม่ หนีตลาดแมสแข่งดุ
เบอร์ 1 ตลาดค่ายสิงห์ ของบุญรอด บริวเวอรี่ ที่มีลีโอ เป็นสินค้าเรือธง รวมถึงมีเบียร์พรีเมียมอย่างตัวสิงห์ รีเซิร์ฟ ก็ทยอยออกเบียร์ใหม่มาเติมพอร์ตฯ และจับกลุ่มนักดื่มให้กว้างขึ้น
ผ่านแบรนด์ใหม่ คือ “89 CALS” เพื่อเข้าสู่เซกเมนต์ใหม่ เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เน้นจับกลุ่มเป้าหมายกลุ่มคนดื่มเบียร์ที่ต้องการจะควบคุมแคลอรี
หลังจากในปลายปี 2566 – ต้นปี 2567 ตลาดเบียร์จะแข่งขันดุเดือด โดยเฉพาะเซกเมนต์แมส ที่เบียร์ลีโอ เจ้าตลาดอยู่ นอกจากยังต้องท้าชนกับเบียร์ช้าง ค่ายไทยเบฟแล้ว ต้องรับมือกับค่ายคาราบาว ที่เตรียมออกเบียร์ 2 ยี่ห้อ คือ เบียร์คาราบาว เจาะกลุ่มแมส ส่วนเบียร์ตะวันแดง จับกลุ่มพรีเมียม
ไทยเบฟลุยทุกกลุ่ม
ค่ายไทยเบฟ เปิดเกมรุกทุกตลาด ทั้งตลาดเบียร์พรีเมียม (Premium) มีสัดส่วนประมาณ 2% ตลาดแมสพรีเมียม (Mass Premium) มีสัดส่วนประมาณ 15% และตลาดแมส (Mass) ประมาณ 80% ซึ่งใช้พอร์ตฯ เบียร์ในเครือ จับกลุ่มผู้บริโภคต่างกัน ดังนี้
ช้าง คลาสสิค และ อาชา จับตลาดแมสที่ใหญ่ที่สุด กับรสชาติที่ผู้บริโภคคุ้นเคย โดยเซกเมนต์นี้เป็นพอร์ตเบียร์ที่ใหญ่ที่สุดของไทยเบฟอีกด้วย
ขณะที่ช้าง โคลด์ บรูว์ จับตลาดแมสพรีเมียม ชูความพิเศษจากวิธีการผลิตแบบโคลด์บรูว์ กรองในอุณหภูมิต่ำกว่า -2 องศา (Sub-Zero Filtration) ยกระดับสู่เครื่องดื่มนวัตกรรม
นอกจากนี้ ได้ใช้ช้าง อันพาสเจอร์ไรซ์ เฟดเดอบรอย, ช้าง เอสเปรสโซ่ เติมเต็มพอร์ตพรีเมียม รวมถึง ขยายช่องทางจัดจำหน่ายให้กว้างขึ้น เน้นกลุ่มพรีเมียม ตั้งแต่โรงแรม ผับบาร์ และร้านอาหาร