โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

นีลเส็นเผยคนไทย 87% หรือเกือบ 60 ล้านคน ลดดูรายการผ่านทีวี แต่ดูรายการผ่านสื่อออนไลน์พุ่ง

BTimes

อัพเดต 03 ก.ย 2567 เวลา 10.51 น. • เผยแพร่ 02 ก.ย 2567 เวลา 12.23 น. • BTimes.Biz

นางสาวรัญชิตา ศรีวรวิไล ผู้อำนวยการธุรกิจมีเดีย บริษัท นีลเส็น ประเทศไทย เปิดเผยว่า คำว่า “ดูทีวี” ในสายตาของผู้ชมคนไทยอาจหมายถึงการดูละคร หรือดูรายการทีวีผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์หรือสตรีมมิ่งได้เช่นกัน คำว่าทีวียังมีความหมายและพลังในใจผู้ชมชาวไทย จากผลสำรวจพบว่า ในประเทศไทยซึ่งมีประชากรราว 68 ล้านคนนั้น มี 87% ของประชากรไทย หรือราว 60 ล้านคนที่ดูโทรทัศน์ ซึ่งกลายเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูง ส่วนการใช้อินเทอร์เน็ต เน้นการใช้โซเชียลมีเดียสูงถึง 89% รับชมไลฟ์ทีวี 70% และสตรีมมิ่ง 52% แสดงให้เห็นถึงการบริโภคสื่อหลายแพลตฟอร์มในเวลาเดียวกัน

สำหรับพฤติกรรมการดูสื่อของคนไทยในปัจจุบัน กลับไม่ได้จำกัดแค่การดูทีวีเพียงอย่างเดียว ผู้ชมทีวีจะมีหน้าจอเล็กๆ ใกล้มือเสมอ เช่น จอมือถือ หรือจอแท็บเลต การเสพสื่อผ่านหลายหน้าจอพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นอินเทอร์เน็ต โซเชียลมีเดีย หรือการดูสตรีมมิ่งในเวลาเดียวกันกับการดูทีวีไปด้วย สิ่งนี้ทำให้เกิดการแข่งขันระหว่างสื่อต่างๆ ทั้งทีวี สื่อออนไลน์ และแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง

ในปี 2023 พบว่ามีคนไทย 63% ดูทีวี ส่วนคนไทยดูสตรีมมิ่งอยู่ที่ 37% ส่วนในปี 2024 นี้ ตัวเลขเปลี่ยนแปลงมาก โดยคนไทยดูสตรีมมิ่งจาก 37% ขึ้นมาเป็น 47% คนไทยดูทีวีผ่าน Live TV ที่เหลือผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย OTT ในแง่ของตัวแพลตฟอร์มของช่องสถานี จะเห็นได้ว่าการดูทีวีของคนไทยตอนนี้มีการกระจายตัวอย่างมาก แม้การดูทีวีผ่านจอดั้งเดิมจะลดลงเหลือเพียง 53% ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในไทยเท่านั้น แต่ยังพบเห็นในสหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ และอังกฤษ ที่การดูผ่านสตรีมมิ่งกลายเป็นกระแสหลักเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ทีวียังเป็นสื่อที่ได้รับเม็ดเงินโฆษณาสูงที่สุด โดยมีสัดส่วนถึง 50% ของเม็ดเงินโฆษณาทั้งหมดในตลาด แม้จะลดลงจาก 65% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา แต่ยังเป็นตัวเลขที่มีนัยสำคัญในตลาดโฆษณาของประเทศไทย จากการศึกษาพบว่า การลงโฆษณาผ่านทีวีให้ผลในระยะยาวที่ดีกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับสื่ออื่นๆ ทีวียังเป็นสื่อที่มีความสามารถในการสร้างความจดจำ และความสนใจในแบรนด์ได้มากที่สุด แม้จะมีการเติบโตของสื่อดิจิทัล และการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการเสพสื่อก็ตาม

เมื่อพิจารณาแยกตามวัยที่ติดตามชมทีวี พบว่าคนไทยเจน Z มีสัดส่วน 47% คนไทยเจน Y มีสัดส่วน 54% คนไทยเจน X มีสัดส่วน 61% และอายุ 55 ปีขึ้นไปมีสัดส่วน 62% ดังนั้น การดูทีวียังมีความหมายมากในกลุ่มผู้ชมที่มีอายุมาก การดูทีวีของคนไทย ผ่านอุปกรณ์ สมาร์ททีวี 56% สมาร์ทโฟน 55% แล็ปท็อป 9% และแทบเล็ต 6% กิจกรรมออนไลน์ที่คนไทยทำสูงสุดในช่วง 3 ปี (2564-2567) การดูคอนเทนต์ผ่าน OTT อยู่ในอันดับ 3 มาเนื่อง จาก 60% มาอยู่ที่ 65% รองจากเล่นโซเชียล มีเดียและแชท

เมื่อมองข้อมูลที่ว่าโฆษณาในสื่อทีวีแม้ลดลง แต่มีผลอยู่มาก เพราะคนไทยดูทีวีเป็นอันดับหนึ่ง แต่ไม่รู้หรอกว่าดูจากแพลตฟอร์มไหน จะเห็นได้ว่าผู้ประกอบการไทยเอง ก็มีการปรับตัว มีการทำแอปพลิเคชั่นสตรีมมิ่งแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อให้คนไทยยังได้ดูทีวีผ่านแพลตฟอร์ม ซึ่งได้รับความนิยมจากคนไทยมากพอสมควร จะเห็นได้ว่า 44% ของคนไทยดูรายการผ่านแพลตฟอร์มที่เป็นของสถานีโทรทัศน์เองด้วย ในช่วงเวลาว่างของคนไทย ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นว่าพวกเขายังเลือกดูทีวีเป็นกิจกรรมอันดับหนึ่งถึง 57%

สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้รับชม 2 อุปกรณ์หลักที่คนไทยใช้มากที่สุดคือ โทรทัศน์ (ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ททีวีหรือเคเบิลทีวี) และมือถือ ซึ่งมีการใช้สูงถึง 56% และ 44% ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นว่าอุปกรณ์หน้าจอใหญ่ยังคงเป็นที่นิยมมากที่สุด นอกจากนี้ ยังพบว่าการดูทีวีผ่านสตรีมมิ่งเติบโตต่อเนื่อง ปัจจุบันผู้ชมที่ดูผ่านสตรีมมิ่งมีถึง 67% แบ่งเป็นการดูผ่านบริการที่ต้องเสียเงิน (Subscription Video on Demand หรือ SVOD) สัดส่วนผู้ชมที่มีอายุมากกว่า 40 ปี ใช้จ่ายเพื่อคอนเทนต์ประเภทนี้ 50% หรือเท่ากับคนหนุ่มสาว ส่วนบริการที่ไม่ต้องเสียเงินแต่มีโฆษณา (Advertising Video on Demand หรือ AVOD) พบว่า 48% ของผู้ชมยินดีจ่ายเงินเพื่อดูคอนเทนต์คุณภาพสูงประเภทนี้

ด้านประเภทรายการที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย พบว่ารายการประเภทละคร และกีฬา ยังเป็นที่นิยมสูงสุดในแต่ละเดือน สอดคล้องกับประเทศเพื่อนบ้านในเอเชีย เช่น อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ และไต้หวัน ที่ผู้ชมยังให้ความสนใจรายการ 2 ประเภทนี้ โดยเฉพาะรายการกีฬาเป็นกิจกรรมหลักในหลาย ๆ ประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...