โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

คปภ.โชว์ 3 มิติเรื่อง Open Data ลุยศึกษาแชร์ข้อมูลร่วมกับ ก.ล.ต.

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 ต.ค. 2567 เวลา 12.52 น. • เผยแพร่ 03 ต.ค. 2567 เวลา 12.14 น.
ชูฉัตร ประมูลผล

‘ชูฉัตร’ เลขา คปภ. โชว์ 3 มิติ ขับเคลื่อนเรื่อง Open Data เผยอยู่ระหว่างช่วงเริ่มต้นส่งข้อมูลประกันภัยร่วมกับ ก.ล.ต. หวังให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน เพื่อพัฒนาระบบนิเวศที่ดีมากยิ่งขึ้น

วันที่ 3 ตุลาคม 2567 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวในงานเปิดตัวโครงการ “Your Data ข้อมูลของคุณสู่บริการทางการเงินที่ตอบโจทย์” ในหัวข้อ ”เสริมสร้างสิทธิการใช้ข้อมูลสู่บริการประกันภัยที่เข้าใจคุณ“ จัดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า คปภ. มีการขับเคลื่อนเกี่ยวกับเรื่อง Open Data ใน 3 มิติหลัก ประกอบด้วย

1.มิติการใช้ข้อมูลในการพัฒนาการบริการและผลิตภัณฑ์ประกันภัย ปัจจุบัน คปภ. ได้มีการพัฒนาแหล่งเก็บข้อมูลประกันภัย ที่เรียกว่า Insurance Bureau System หรือ IBS ซึ่งจัดเก็บแยกข้อมูลในธุรกิจประกันวินาศภัยและธุรกิจประกันชีวิต โดย IBS ในธุรกิจประกันวินาศภัยได้พัฒนาเก็บข้อมูลกรมธรรม์ประกันทุกประเภทมาเป็นระยะเวลา 5-6 ปีแล้ว ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคล

และที่ผ่านมา คปภ. ได้มีการสกรีนข้อมูลและได้แชร์ข้อมูลเกือบ 1,000 รายการ กลับไปใช้เพื่อประโยชน์ในมิติต่าง ๆ ที่ภาคธุรกิจประกันภัยต้องการ เพื่อออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการมากยิ่งขึ้น และมีการกำหนดเบี้ยตามความเสี่ยง (Risk based pricing) เพื่อสอดคล้องกับพฤติกรรมของคน ซึ่งปัจจุบันนี้ธุรกิจประกันชีวิตและประกันวินาศภัย มีการใช้ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้กับการประกันภัยสุขภาพ ซึ่งมียอดขายเติบโตเกือบจะดับเบิลดิจิตในแต่ละปี จากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และจากที่ คปภ. แชร์ข้อมูลให้กับภาคธุรกิจ และก็ได้มีการพัฒนากรมธรรม์ประกันสุขภาพ ที่ขยายความคุ้มครองไปจนถึงอายุ 99 ปีแล้ว จากอดีตความคุ้มครองสูงสุดอยู่ที่ 75 ปี

2.มิติการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ปัจจุบันมีระบบรายงานข้อมูลประกันภัยรถภาคบังคับ (Compulsory Motor Insurance System : CMIS) โดยมีฐานข้อมูลอยู่ประมาณ 30 ล้านคัน ในแต่ละปี ซึ่งที่ผ่านมา คปภ. ได้ร่วมมือกับกรมขนส่งทางบกเพื่อเชื่อมข้อมูลระหว่างกัน โดยเวลาประกันรถ พ.ร.บ. ถูกขาย ตัวแทนนายหน้าของบริษัทประกันภัยจะต้องส่งข้อมูลออนไลน์เรียลไทม์มายังถังข้อมูลของ คปภ. ซึ่งกรมการขนส่งทางบกสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ทันทีเมื่อประชาชนขอจดทะเบียนหรือต่อทะเบียนรถ โดยปัจจุบันให้บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด (บริษทเอกชนจัดตั้งขึ้น) ทำหน้าที่ในการเคลมสินไหม

ขณะที่โรงพยาบาลต่าง ๆ มีการพัฒนาซอฟต์แวร์ ที่เรียกว่า e-Claim โดยเมื่อไรก็ตามประชาชนผู้ประสบภัยจากรถ ต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ทางโรงพยาบาลจะเช็กข้อมูลรถว่ามีการทำประกันภัย พ.ร.บ.ไว้กับที่ไหน และจะแจ้งกลับไปบริษัทประกันรายนั้น และประชาชนจะได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที โดยพบว่าประชาชนที่ประสบภัยจากรถ มีการเคลมเกิดขึ้นประมาณ 4 แสนครั้ง ในแต่ละปี และพบว่าใน 10,000 ครั้ง ไม่มีการทำประกันภัย พ.ร.บ. ขณะที่อีก 300,000 ครั้ง มีการทำประกันภัยและใช้ประโยชน์จากระบบ e-Claim ได้อย่างเต็มที่

“ประชาชนที่ทำประกันภัย พ.ร.บ. จะได้รับความคุ้มครองวงเงินค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 80,000 บาท ซึ่งสถิติของผู้ประสบภัยจากรถ เบิกเคลมแต่ละครั้งเฉลี่ยอยู่ที่ 50,000 บาทต่อราย ขณะที่หากไม่มีการทำประกันภัย พ.ร.บ. จะเบิกกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยได้เพียงแค่ค่าเสียหายเบื้องต้น 15,000 บาท” นายชูฉัตรกล่าว

3.มิติเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ และส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรม Open Insurance ซึ่งปัจจุบัน คปภ. มีข้อมูลประกันภัยที่มากพอสมควร และเปิดโอกาสให้ประชาชนผ่านระบบ OIC Gateway เพื่อเช็กสถานะของตัวเองว่ามีการประกันภัยประเภทไหนบ้าง โดยพบว่าในช่วงโควิดมีการใช้งาน 4-5 หมื่นราย จนระบบล่ม อย่างไรก็ดี ปัจจุบันนี้ คปภ. ได้เชื่อมระบบกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) เพื่อเชื่อมเข้าไปในระบบของแอปทางรัฐ ซึ่งนอกจากประชาชนจะใช้สิทธิส่วนตัวแล้ว คปภ.ได้ส่งข้อมูลสถิติสำคัญ ๆ เกี่ยวกับการประกันภัยส่งเข้าไปในระบบทางรัฐ เพื่อให้ประชาชนและนักวิเคราะห์สามารถเข้ามาใช้สถิติตรงนี้ได้

อย่างไรก็ตาม การจะเปิดเผยข้อมูลที่จะเชื่อมธุรกิจการเงินและตลาดทุน ที่กำกับดูแลโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยขณะนี้ คปภ. ยังอยู่ระหว่างช่วงเริ่มต้นที่จะส่งข้อมูลต่าง ๆ ให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน เพื่อจะได้พัฒนาระบบนิเวศที่ดีมากยิ่งขึ้น

“เราเป็นหน่วยงานกำกับ การมองเห็นข้อมูลจึงอาจจะอยู่ในขีดจำกัด ถ้าอะไรก็ตามที่ไม่ขัดต่อข้อมูลทางกฎหมาย PDPA ก็แนะนำ คปภ. ได้ เราพร้อมที่จะแชร์ข้อมูลต่าง ๆ ไปสู่แพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อไป ผมเชื่อว่ากลไกการเปิดกว้างทางการเข้าถึงข้อมูล ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันอย่างละเอียด คำนวณความคุ้มครองและค่าเบี้ยประกันที่เหมาะสมกับตนเอง อีกทั้งยังเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจในสิทธิและข้อจำกัดของแต่ละแผนประกัน เพิ่มความโปร่งใสได้อย่างชัดเจน“ เลขาธิการ คปภ.กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คปภ.โชว์ 3 มิติเรื่อง Open Data ลุยศึกษาแชร์ข้อมูลร่วมกับ ก.ล.ต.

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...