โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

ผ่อนบ้านไม่ไหว ดูทางออก 4 วิธีที่ช่วยให้บ้านยังเป็นของคุณ

DDproperty

เผยแพร่ 27 พ.ค. 2566 เวลา 20.18 น.
ผ่อนบ้านไม่ไหว ดูทางออก 4 วิธีที่ช่วยให้บ้านยังเป็นของคุณ

ผ่อนบ้านไม่ไหว ทำอย่างไร ประโยคนี้คงเป็นคำถามของใครหลาย ๆ คน โดยเฉพาะในช่วงนี้ ที่จริงแล้วเราอาจเคยได้ยินว่า การขอสินเชื่อบ้านให้ผ่านนั้นก็ว่ายากแล้ว แต่การผ่อนบ้านให้หมดครบทุกงวดนั้นยากยิ่งกว่า เพราะกว่าจะผ่อนบ้านหมด อาจเกิดเหตุฉุกเฉินทำให้เราผ่อนบ้านไม่ไหวขึ้นมา หากต้องประสบพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้ จะทำอย่างไร มาหาทางออกด้วย 4 วิธีดังต่อไปนี้

1. สำรวจเงินสำรอง

เมื่อผ่อนบ้านไม่ไหว อันดับแรกที่ควรทำก่อนเลยคือ สำรวจเงินสำรอง หากเรามีเงินที่เก็บไว้ใช้จ่ายเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน นี่ก็เป็นช่วงเวลาที่เงินสำรองของเราจะได้ทำงานแล้ว

เงินสำรองเป็นเงินก้อนที่สำคัญมาก ไม่ว่าจะกู้ซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ใด ๆ ก็ตาม ควรมีเงินสำรองกันไว้ก่อน 6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน เพราะหากต้องใช้เงินอย่างเร่งด่วนขึ้นมา จะได้มีเงินสำรองมาใช้จ่าย ไม่กระทบกับการดำเนินชีวิต หรือต้องหยิบยืมให้เป็นหนี้เป็นสินเพิ่มขึ้นอีก

นอกจากสำรวจเงินเก็บในกระเป๋าดูแล้ว แนะนำให้ ปรับลดค่าใช้จ่ายไม่จำเป็นลง ลองสำรวจค่าใช้จ่ายของตัวเราหรือครอบครัวสักนิด อะไรที่ประหยัดปรับลดได้ ก็คงต้องหักห้ามใจไม่ควักเงินจ่ายสักหน่อย เช่น ค่าช้อปปิ้ง ค่ากาแฟ ค่าสังสรรค์นอกบ้าน เพื่อให้แต่ละเดือนเหลือเงินมากขึ้นที่จะนำมาจ่ายค่าผ่อนบ้านในแต่ละงวดนั่นเอง

2. เพิ่มรายได้

แต่หากปรับลดค่าใช้จ่ายลงแล้วยังผ่อนบ้านไม่ไหวอยู่ อย่าเพิ่งท้อถอย หาทางเพิ่มรายได้ ดูว่าถนัดอะไร มีความสามารถด้านไหน แปลงความชอบเหล่านั้นมาเป็นอาชีพเสริมเพิ่มเงินในกระเป๋า เช่น ขายของออนไลน์ รับจ้างถ่ายรูป สอนพิเศษ รายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ รวม ๆ กัน อาจเป็นเงินก้อนใหญ่ที่ช่วยต่อลมหายใจให้กับการผ่อนบ้านได้

3. รีไฟแนนซ์บ้าน

อีกหนทางหนึ่ง สำหรับผู้ที่ผ่อนบ้านไม่ไหว แต่ผ่อนบ้านมาได้อย่างน้อย 3 ปี เรียกว่า อาจโชคดีหน่อย เพราะสามารถรีไฟแนนซ์บ้าน หรือย้ายสินเชื่อบ้านไปอีกธนาคารหนึ่งโดยไม่โดนเบี้ยปรับ

โดยทั่วไปการรีไฟแนนซ์มักได้รับโปรโมชันดอกเบี้ยถูกจากธนาคารใหม่ หรืออายุยังไม่มาก สามารถขยายเวลาผ่อนชำระออกไป ซึ่งช่วยให้ยอดผ่อนต่อเดือนลดลง

อย่างไรก็ตาม การรีไฟแนนซ์ก็มีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ผู้กู้บ้านต้องเตรียมเงินก้อนไว้ด้วย เช่น ค่าจดจำนอง ค่าอากรแสตมป์ ค่าประเมินบ้านที่เป็นหลักประกัน ซึ่งต้องเปรียบเทียบดูว่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจะคุ้มกับดอกเบี้ยที่ปรับลดลงไปหรือไม่

4. ปรึกษาธนาคาร

แต่หากปัญหาการเงินที่ต้องเผชิญน่าจะอยู่กับเราอีกนาน อาจเพราะว่างงานมาได้สักพัก หรือรายได้ธุรกิจเริ่มหดหาย เงินเก็บที่มีก็ใกล้จะหมด ขณะเดียวกันก็ยังอยากรักษาบ้านหลังนี้เอาไว้ แนะนำให้ปรึกษาธนาคาร เพื่อจะได้รู้ว่า ธนาคารมีทางออกอย่างไรให้บ้าง

– ขอผ่อนผันชำระยอดหนี้ค้างชำระ

กรณีนี้ลูกหนี้อาจขอผ่อนชำระคืนยอดหนี้ที่ค้างได้นานสูงสุด 36 เดือนติดต่อกัน โดยแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ ได้แก่

  • การขอเฉลี่ยหนี้ค้างชำระทั้งหมดออกเป็นงวด ๆ งวดละเท่ากันและผ่อนชำระคืนติดต่อกันทุกเดือน
  • เป็นการขอชำระหนี้ที่ค้างทั้งหมดในเวลาที่ตกลง
  • การขอชำระหนี้ที่ค้างเป็นเงินก้อนแบ่งเป็นงวด ๆ ตามเวลาที่ตกลง

– ขอขยายเวลาชำระหนี้

ผู้กู้ที่อายุยังไม่มาก อาจสามารถขอขยายระยะเวลาผ่อนให้นานขึ้น เหมือนกับการขอสินเชื่อบ้านปกติที่สามารถกู้ได้นาน 30 ปี โดยที่ระยะเวลาผ่อนเมื่อรวมกับอายุของผู้กู้แล้ว ต้องไม่เกินเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด เช่น ไม่เกิน 60 ปี สำหรับพนักงานประจำ หรือ 65 ปีสำหรับผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว การขยายเวลาชำระหนี้ จะช่วยให้ยอดผ่อนบ้านต่อเดือนลดลงเช่นกัน

– ขอกู้เพิ่มเพื่อชำระดอกเบี้ยที่ค้างชำระ

กรณีที่ลูกหนี้ไม่สามารถชำระดอกเบี้ยที่ค้างทั้งหมดได้ ลูกหนี้สามารถขอกู้เพิ่มเพื่อชำระดอกเบี้ยที่ค้างชำระพร้อมกับขยายเวลากู้เงินได้

– ขอชำระแต่ดอกเบี้ยประจำเดือน

ลูกหนี้อาจขอผ่อนชำระแต่ดอกเบี้ยประจำเดือนได้ ปกติเงื่อนไขแบบนี้จะให้เฉพาะกับลูกหนี้ที่มีประวัติการส่งชำระคืนที่ดีเท่านั้น

– ขอชำระต่ำกว่าเงินงวดปกติ

เงื่อนไขนี้มักกำหนดให้จำนวนเงินที่ชำระต่ำกว่าเงินงวดปกตินั้น ต้องมากกว่าดอกเบี้ยประจำเดือนอย่างน้อย 500 บาท ระยะเวลาผ่อนชำระได้นานสูงสุดไม่เกิน 2 ปี และขอดำเนินการได้เพียงครั้งเดียว

– ขอลดอัตราดอกเบี้ยเป็นกรณีพิเศษ

เป็นการขอผ่อนผันในกรณีที่ลูกหนี้ถูกปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่มขึ้นจากอัตราปกติ ลูกหนี้สามารถแจ้งขอลดอัตราดอกเบี้ยในวันที่ชำระเงินได้

– ขอโอนบ้านให้กับสถาบันการเงินเป็นการชั่วคราว

ในกรณีลูกหนี้ขอโอนบ้านให้กับสถาบันการเงินเป็นการชั่วคราวและซื้อคืนภายหลัง ปกติสถาบันการเงินจะรับโอนหลักประกันโดยหักลบกลบหนี้ในจำนวนไม่เกิน 90% ของมูลค่าหลักประกัน หากมีหนี้ส่วนเกินลูกหนี้จะต้องชำระให้เสร็จสิ้นภายในวันโอน โดยสถาบันการเงินจะคิดค่าเช่าในอัตราเดือนละ 0.4-0.6% ของมูลค่าหลักประกัน

ทั้งนี้ การขอลดยอดผ่อนต่อเดือน หรือขยายระยะเวลาผ่อนบ้านออกไป ต้องยอมรับว่า ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายสำหรับการผ่อนบ้านหลังนี้จะสูงขึ้น และกว่าจะหมดหนี้บ้านก็ต้องใช้เวลานานขึ้นด้วย แต่ก็ถือเป็นทางออกที่ช่วยให้เราสามารถผ่อนบ้านในแต่ละเดือนได้อย่างสบาย ๆ ไม่เกินกำลังที่ตัวเราจะผ่อนไหว แล้วในอนาคต เมื่อมีรายได้เพิ่ม หรือมีเงินก้อนใหญ่เข้ามา ก็นำมาโปะหรือจ่ายค่าผ่อนบ้านให้มากขึ้น เพื่อหมดหนี้และเป็นไทในเร็ววัน

อย่างไรก็ตาม หากสุดท้ายแล้ว รู้ตัวแน่นอนว่าผ่อนบ้านต่อไปไม่ไหวแน่ ๆ คงถึงเวลาตัดใจขายบ้าน ระหว่างนี้ก็หาบ้านเช่าราคาไม่แพงนักอยู่ไปก่อน หรืออาศัยอยู่กับญาติพี่น้อง การขายบ้าน อย่างน้อยก็ช่วยให้ภาระหนี้ที่มีลดลงไป และอาจมีเงินเหลือเพื่อใช้จ่ายดำรงชีวิต หลังจากจ่ายคืนยอดหนี้คงค้างที่มีกับธนาคารอีกด้วย

จะเห็นได้ว่าทุกปัญหามีทางออก เพียงแค่เราค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ วางแผน เข้าไปพูดคุยปรึกษาธนาคาร และที่สำคัญ อย่าหยุดจ่ายค่าผ่อน หรือเงียบหายไปเลย เพราะธนาคารไม่รู้ว่าเรากำลังมีปัญหาการเงิน หากเราเงียบหายไม่จ่ายค่าผ่อนตามกำหนด อาจนำไปสู่การฟ้องร้องเพื่อยึดทรัพย์ขายทอดตลาด ยิ่งสร้างปัญหายุ่งยากตามมารู้จักวิธีผ่อนบ้านแบบลดต้นลดดอก

บทความนี้เขียนโดย K-Expert และเรียบเรียงใหม่โดย DDproperty.com

สนใจรับบทความดีดี อัปเดต ข่าวอสังหาริมทรัพย์และ อ่านคู่มือซื้อขาย พร้อม รีวิวโครงการคอนโดฯ ใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคา รวมถึง ทำความรู้จักกับทำเลฮอตทั่วกรุง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการซื้อ-ขาย-เช่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...