โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

18 ปี ‘เหตุการณ์กรือเซะ’ อีกหนึ่งประวัติศาสตร์บาดแผลของจังหวัดชายแดนใต้

The MATTER

อัพเดต 27 เม.ย. 2565 เวลา 14.53 น. • เผยแพร่ 27 เม.ย. 2565 เวลา 23.00 น. • Brief

เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2547 เกิดกลุ่มคนร้ายโจมตีฐานที่มั่นของราชการพร้อมกันรวม 11 จุด ใน 3 จังหวัด ได้แก่ ยะลา ปัตตานี และสงขลา ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐและผู้ก่อเหตุรวมกัน 108 คน

แต่หนึ่งในจุดที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือเหตุการณ์ที่มัสยิดกรือเซะ จ.ปัตตานี อาจเพราะจุดเกิดเหตุเป็นศาสนสถานที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ แถมยังตั้งไม่ห่างจากตัวเมืองปัตตานีนัก โดยหลังเกิดเหตุโจมตีฐานที่มั่นของราชการ ผู้ก่อเหตุหลายสิบคนได้หลบไปอยู่ในมัสยิดแห่งนี้ตั้งแต่เช้าตรู่ มีการปิดล้อมและยิงปะทะกันนาน 9 ชั่วโมง โดยฝ่ายเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธหนัก ก่อนที่ผู้ก่อเหตุ 32 คนจะถูกยิงเสียชีวิต

หลังเกิดเหตุรัฐบาลขณะนั้น ที่มีทักษิณ ชินวัตรเป็นนายกฯ ได้ตั้ง ‘คณะกรรมการอิสระไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีมัสยิดกรือเซะ’ โดยคณะกรรมการเสียงข้างมากมีความเห็นถึงกรณีมัสยิดกรือเซะว่า อาจใช้วิธีที่สันติกว่าในการยุติเหตุการณ์ แทนที่จะใช้ความรุนแรงหรืออาวุธหนัก ความว่า

“..แม้ฝ่ายเจ้าหน้าที่จะอ้างว่า จำเป็นต้องใช้อาวุธเพื่อปกป้องชีวิตตนเองและประชาชนผู้บริสุทธิ์ เมื่อคำนึงถึงที่ตั้งของมัสยิดกรือเซะซึ่งตั้งอยู่เป็นเอกเทศ ไม่ได้ตั้งอยู่ในแหล่งชุมชนและจำนวนประชาชนก็ไม่ได้มีจำนวนมากตามที่มีการกล่าวอ้าง การใช้วิธีปิดล้อมและตรึงกำลังไว้รอบมัสยิดควบคู่ไปกับการเจรจาและเกลี้ยกล่อมโดยสันติวิธี อาจทำให้ผู้ก่อความไม่สงบยอมจำนนได้ในที่สุด อันจะช่วยให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลเรื่องวัตถุประสงค์ของการดำเนินการครั้งนี้ รวมทั้งผู้อยู่เบื้องหลัง ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่การประเมินสถานการณ์และป้องกันภัยที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การยุติเหตุการณ์มัสยิดกรือเซะด้วยสันติวิธีจึงมีความเหมาะสมกว่าที่จะใช้วิธีรุนแรงและอาวุธหนักเพื่อยุติเหตุการณ์..”

กรณีกรือเซะ หรือกรณีตากใบที่จะเกิดขึ้นภายหลัง ถือเป็นหนึ่งใน ‘ประวัติศาสตร์บาดแผล’ สำหรับคนในพื้นที่ เกิดขึ้นในห้วงปีเดียวกับที่มีการปล้นปืนจากค่ายทหารที่ค่ายปิเหล็ง จ.นราธิวาส ช่วงต้นปี 2547 จนรัฐบาลขณะนั้นประกาศกฎอัยการศึกทั่วพื้นที่ และกองทัพเน้นการใช้กำลังเข้าปราบปรามผู้ก่อเหตุ

ผ่านมา 18 ปีแล้ว ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนใต้ หรือที่มักเรียกกันว่า ‘ไฟใต้’ ยังดำรงอยู่ และไม่รู้เมื่อไรจะสิ้นสุด

The MATTER เคยไปพูดคุยกับคนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งต่างวาดฝันจะให้บ้านเกิดของพวกเขากลับไปปรกติสุขเช่นเดียวกับคนในภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศ: https://thematter.co/social/18-years-south-thailand-insurgency/164553

อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก

https://www.bbc.com/thai/thailand-56171082

https://www.silpa-mag.com/this-day-in-history/article_1425

https://prachatai.com/journal/2005/04/3784

#Brief #TheMATTER

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...