STANLYเจาะอุปกรณ์แต่งรถ ผลิตไฟส่องสว่างรับดีมานด์
#STANLY #ทันหุ้น - STANLY พัฒนาไฟรุ่นใหม่ เจาะตลาดอุปกรณ์แต่งรถ มั่นใจรายได้รวมทั้งปี 2566/2567 เติบโตแข็งแกร่งสอดคล้องอุตสาหกรรมรถยนต์ไทย หลังสถานการณ์ขาดแคลนชิปคลี่คลาย ค่ายรถเร่งกำลังผลิตเพื่อส่งมอบ Back Order ได้เร็วขึ้น ทั้งยังเจาะตลาดส่งออกรถเครื่องสันดาปใหม่ ควบคู่พัฒนายานยนค์ EV หนุนกำลังการผลิตรถในไทยปี 2566
นายอภิชาต ลี้อิสสระนุกูล รองประธานกรรมการ บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ STANLY กล่าวถึงภาพรวมอุตสาหกรรมรถยนต์ทั้งปี 2566 ว่า มีโอกาสเติบโตสูงหากสถานการณ์การขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ (ชิป) ยังมีทิศทางคลี่คลายได้ต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยหนุนให้ผู้ประกอบการทั้งผู้ผลิตรถยนต์, รถกระบะ, และรถจักรยานยนต์จะสามารถเร่งกำลังการผลิตเพื่อส่งมอบรถได้เร็วขึ้น จากปัจจุบันมีคำสั่งซื้อล่วงหน้า (Back Order) เป็นจำนวนมาก
“ตั้งแต่งาน Motor Expo 2022 ต่อเนื่อง Motor Show 2023 ค่ายรถทุกค่ายมียอดจองเยอะมาก ผู้ประกอบการทั้ง Supply Chain เร่งกำลังการผลิตกันเต็มกำลัง หากไม่มีสถานการณ์หนักๆ เข้ามากดดันอาทิกลับมาขาดแคลนชิปหนักๆ หรือสถานการณ์ระหว่างรัสเซีย – ยูเครนไม่กลับมาตึงเครียด จะเป็นปัจจัยหนุนความมั่นใจว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง ประชาชนก็ยังกล้าจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น”
ทั้งนี้การที่บริษัทขยายโรงงานผลิตอุปกรณ์ส่องสว่างแห่งที่ 7, และสร้างโรงงานแห่งที่ 8 เสร็จสิ้นแล้ว บริษัทจึงมีไลน์ผลิตไฟส่องสว่างครบทุกไลน์ ครอบคลุมทั้ง 1.หลอดไฟอัฉริยะประเภทหลอดไฟ Light Emitting Diode (LED) และหลอดไฟ Daytime Running Light (DRL), 2.หลอดไฟรถยนต์แบบกระเปาะ สำหรับเป็นอะไหล่ให้กับรถรุ่นเก่าที่ครอบคลุมทั้งรถ 4 ล้อ และรถจักรยานยนต์ หนุนให้ทีมงานพัฒนาเทคโนโลยี “หลอดไฟอัฉริยะ” ร่วมออกแบบไฟส่องสว่างทั้งไฟหน้ารถ – ไฟท้ายให้เหมาะสมกับรถยนต์แต่ละรุ่น รวมถึงพัฒนาโมเดลไฟตกแต่งรถ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมไฟส่องสว่างได้อย่างมีนัยสำคัญ
ดีมานด์หนุนผลิต
“ปัจจุบันนิยมใช้ไฟมาเป็นอุปกรณ์ตกแต่งรถมากขึ้น บริษัทจึงคิดค้นไฟรูปแบบใหม่อาทิ ไฟเรียงเส้น, ไฟคาด ฯลฯ ต่อยอดจากการออกแบบ “เอกลักษณ์พิเศษ” ให้กับรถยนต์เฉพาะรุ่นซึ่งสามารถใช้ได้กับรถทุกรุ่นทั้งรถเก่า รถใหม่ อีกทั้งมีตลาดกว้างมากทั้งรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถกะบะ รถมอเตอร์ไซค์ ฯลฯ ขยายฐานตลาดออกไปได้อย่างมีนัยสำคัญ”
ขณะเดียวกันค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นที่ใช้ไทยเป็นฐานการผลิต อาทิ Toyota Thailand, Isuzu Thailand, Mazda Sales (Thailand) ประสบความสำเร็จในการขยายฐานการตลาดรถยนต์-รถกระบะเครื่องสันดาปเข้าสู่กลุ่มประเทศเกิดใหม่ที่กำลังพัฒนาในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก, ภูมิภาคอเมริกาใต้, ภูมิภาคตะวันออกกลาง ควบคู่กับการพัฒนายานยนต์ EV เพื่อทดแทนเข้าสู่ตลาดปัจจุบัน เบื้องต้นคาดการณ์รายได้รวมทั้งปีงบประมาณ 2566/2567 มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งตามการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์
“ขณะที่ผู้ผลิตรถ EV ค่อยๆ ขยายฐานเข้ามาในไทย กลุ่มรถเครื่องสันดาปก็เริ่มหาฐานการตลาดใหม่ในกลุ่มประเทศเกิดใหม่และกำลังพัฒนาหลายภูมิภาคทั่วโลก รวมถึงปัญหาขาดแคลนชิปที่คลี่คลายลงมากแม้จะยังไว้ใจไม่ได้ไปจนถึงช่วงสิ้นปี 2566 นี้จะเป็นปัจจัยหนุนผลการดำเนินงานของบริษัท รวมถึงผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยให้ยังเติบโตได้อีกนาน”
ติดตั้งโซลาร์คุมต้นทุน
พร้อมกันนี้ บริษัทยังคงสามารถบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างเหมาะสม เนื่องจากอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์พัฒนาอย่างรวดเร็ว รวมถึงสามารถจัดหาวัสดุทดแทนที่มีประสิทธิภาพดีกว่า ในระดับราคาใกล้เคียงกันมาปรับใช้ในกระบวนการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคา (Solar Roof)เพื่อลดต้นทุนพลังงานไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ
“Solar Roof เหมือนจะลงทุนสูง แต่สามารถคืนทุนภายใน 4 ปีกับอายุการใช้งาน 20-25 ปีเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ทั้งยังสามารถประหยัดพลังงานได้มาก ขณะเดียวกันอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีพัฒนาการอย่างรวดเร็ว เมื่อมีอุปกรณ์ใหม่ที่สามารถลดต้นทุนได้ และมีประสิทธิภาพสูงกว่ารุ่นเก่าๆ ทีมพัฒนาก็จะศึกษาร่วมกับคู่ค้า เพื่อนำมาปรับใช้กับโมเดลใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง”
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่
FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_
LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5
TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1