โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บึงกาฬ ชูเที่ยวสายมูปี’65 เงินสะพัด 2 พันล้านดันเศรษฐกิจโต

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 มี.ค. 2565 เวลา 04.39 น. • เผยแพร่ 01 มี.ค. 2565 เวลา 04.35 น.

สัมภาษณ์พิเศษ

กระแสการท่องเที่ยวแรงอย่างต่อเนื่องสำหรับ “บึงกาฬ” จังหวัดน้องใหม่ลำดับที่ 77 ของประเทศไทย แม้อยู่ในช่วงพัฒนาตามหลังจังหวัดอื่นอยู่มาก แต่ด้วยสภาพแวดล้อมและทรัพยากรซึ่งมีอยู่รอบด้าน ทั้งทำเลที่ตั้งเชื่อมโยงกับจังหวัดอื่นในแถบลุ่มน้ำโขงและประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สปป.ลาว สามารถขับเคลื่อนจังหวัดให้เกิดการหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจได้ จังหวัดบึงกาฬจึงกลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่มีความน่าสนใจไม่น้อย

“สนิท ขาวสอาด” ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จังหวัดบึงกาฬเพิ่งก่อตั้งมาได้เพียง 10 ปี และกำลังย่างเข้าสู่ปีที่ 11 มีจำนวนประชากรประมาณ 4 แสนกว่าคน จาก 8 อำเภอ อาชีพหลักส่วนใหญ่ทำการเกษตร ปลูกยางพารา ทำนาข้าว ปลูกผัก และเลี้ยงสัตว์ ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) อยู่ที่ประมาณ 24,500 ล้านบาท (ปี 2562) รายได้ต่อหัวประมาณ 60,000 บาท/คน/ปี ขณะเดียวกันสภาพภูมิประเทศและอากาศจะค่อนข้าง หนาวเย็นหลายเดือน เหมาะกับการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวลุ่มแม่น้ำโขงที่มีพื้นที่ติดแม่น้ำโขงกว่า 120 กม.

ชูท่องเที่ยวดันรายได้ 2,000 ล้าน

“จังหวัดเรามีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ส่วนใหญ่เป็นเชิงธรรมชาติ อยู่ในภูเขาหรือพื้นที่อุทยาน เช่น ถ้ำนาคา ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูลังกา หินสามวาฬที่ภูสิงห์ แหล่งน้ำตกอีก 4-5 แห่ง สะดือแม่น้ำโขง แก่งอาฮงชุมชน OTOP หัตถกรรมผ้าทอมือหมักโคลน ผ้าย้อมคราม ตลอดจนพิพิธภัณฑ์มีชีวิต นอกจากนี้ยังมีการท่องเที่ยวเชิงธรรมะ ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวเชื่อมโยงจากจังหวัดหนองคาย มาบึงกาฬ ไปถึงจังหวัดสกลนคร”

ทั้งนี้ รายได้ของประชาชนจากการทำเกษตรกรรมและปศุสัตว์ยังไม่มากนัก สัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 30% แต่รายได้จากการท่องเที่ยวมากถึง 60% นักท่องเที่ยวที่เข้ามาจังหวัดบึงกาฬมีค่าใช้จ่ายรวมค่าเดินทางและค่าที่พักในระยะเวลา 1-2 คืน ขั้นต่ำเฉลี่ย 3,000 บาท/คน รายได้ส่วนที่เหลืออีก 10% จะเป็นภาคบริการ

ในปี 2562 นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าจังหวัดบึงกาฬมีตัวเลขประมาณ 6 แสนคน กระทั่งเกิดสถานการณ์โควิด-19 ระบาดในปี 2563-2564 นักท่องเที่ยวลดลงไปกว่า 50% เพราะจำกัดกิจกรรมต่าง ๆ มากพอสมควร และยังไม่มีการส่งเสริมเศรษฐกิจควบคู่กับการแก้ปัญหาโควิด-19 แต่เมื่อรัฐบาลมีการปรับแผนการบริหารให้ทุกอย่างดำเนินไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว การส่งเสริมเศรษฐกิจ ทำให้เริ่มมีผู้คนเดินทางเข้ามาเที่ยวในจังหวัดบึงกาฬมากขึ้น

ช่วงเดือนธันวาคม 2564 และเดือนมกราคม 2565 ที่ผ่านมา พบว่ายอดนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเที่ยวในจังหวัดบึงกาฬ สูงเกือบ 2 แสนคน ฉะนั้น คาดว่าตลอดทั้งปี 2565 จะมีนักท่องเที่ยวรวมกว่า 1 ล้านคน ยอดนักท่องเที่ยวน่าจะเติบโตขึ้นกว่าปีที่ผ่านมามาก และมีรายได้สะพัดประมาณ 2,000 ล้านบาท

วาง 5 ยุทธศาสตร์ขั้นพื้นฐาน

“สนิท” บอกว่า จังหวัดบึงกาฬได้กำหนดยุทธศาสตร์เมื่อปี 2563 ไว้ โดยสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนให้ดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน ภายใต้ปณิธาน “สร้างเมือง สร้างคน สร้างอาชีพ สร้างรายได้” มีอยู่ 5 ข้อด้วยกัน คือ 1.พัฒนาส่งเสริมด้านเกษตรกรรมก้าวหน้า และการแปรรูปยางพาราแบบครบวงจร 2.พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โลจิสติกส์ เพิ่มการคมนาคมขนส่งเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 3.ส่งเสริมการท่องเที่ยวทางธรรมชาติและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน 4.ต้องสร้างคน สร้างชุมชน ให้มีรายได้ที่มั่นคง ไปสู่สังคมที่มีความสุขยั่งยืน และ 5.จัดระบบภาครัฐเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ให้ประชาชนเข้าถึงภาครัฐได้อย่างทั่วถึง

หลักยุทธศาสตร์ทั้ง 5 ข้อจะเป็นพื้นฐานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้ดำเนินไปได้ตามเป้าหมาย เบื้องต้นจังหวัดบึงกาฬวางแปลนเมืองให้มีการขนส่งที่สะดวกที่สุด เพราะเป็นเมืองที่เพิ่งสร้างมาเพียง 10 ปี มีเมกะโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่เป็นจำนวนมากที่ต้องขอจากรัฐบาล และในปี 2565 ได้งบประมาณจัดสรรทั้งจากส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนราชการต่าง ๆ รวมถึงงบฯพัฒนาจังหวัด กลุ่มจังหวัด รวมประมาณเกือบ 3,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันมีโครงการสำคัญที่จะเห็นในเร็ว ๆ นี้ประมาณ 6-7 โครงการ

ผนึกกลุ่ม จว.เสริมการลงทุน

1.โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-สปป.ลาว แห่งที่ 5 บึงกาฬ-บอลิคำไซ มูลค่าประมาณ 3,900 ล้านบาท ซึ่งกำลังดำเนินการก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วสร็จในต้นปี 2567 ถัดมาโครงการที่ 2 คือ การวางแผนก่อสร้างท่าอากาศยานบึงกาฬ งบประมาณ 3,500 ล้านบาท ตอนนี้ได้ศึกษาความเป็นไปได้แล้ว และน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการลงทุนค่อนข้างสูง อยู่ระหว่างการออกแบบเพื่อของบประมาณจากกระทรวงคมนาคม คาดว่าจะสร้างเสร็จในปี 2571 บนเนื้อที่เกือบ 2,500-3,000 ไร่บริเวณบ้านโป่งเปือย อ.เมืองบึงกาฬ

3.เป็นโครงการเส้นทางไฮเวย์จากจังหวัดอุดรธานี-บึงกาฬ 150 กม. โดยไม่ต้องผ่านจังหวัดหนองคาย งบประมาณ 1,500 ล้านบาท ตอนนี้อยู่ในระหว่างการออกแบบ คาดว่าจะแล้วเสร็จในอีก 3-4 ปี

4.โครงการสร้างแลนด์มาร์ก หรือจุดเช็กอินของริมแม่น้ำโขง บนเนื้อที่ 500 ไร่ ที่เป็นจุดแสดงสินค้า สวนสาธารณะ ศูนย์นันทนาการขนาดใหญ่ งบประมาณ 2,500 ล้านบาท ขณะนี้ได้รับงบประมาณจากกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ประมาณ 3,300 ล้านบาท อยู่ในระหว่างสร้างแนวป้องกันการกัดเซาะตลิ่ง และก่อสร้างปฏิมากรรม
องค์พญานาค
5.โครงการก่อสร้างถนน 4 เลนรอบจังหวัดบึงกาฬ และเชื่อมจังหวัดหนองคาย-สกลนคร-นครพนม ได้รับงบประมาณ 1,000 กว่าล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2565 โครงการที่ 6.ก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองบายพาส ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา EIA เพื่อให้เป็นไปตามขั้นตอนและระเบียบกฎหมาย

และ 7.เป็นโครงการที่ส่งเสริมและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้ยกระดับขึ้น โดยได้งบประมาณจากกรมโยธาธิการฯเกือบ 300 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีโครงการในยุทธศาสตร์ของกลุ่มจังหวัดอีกหลายโครงการ เช่น โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว นาคีรูท (Nakee Routh) และนาคารูท (Naga Routh) การพัฒนาด้านเกษตรเพื่อเชื่อมโยงจังหวัดให้เกิดการลงทุนค้าขาย ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ สมุนไพร โคกระบือ แพะ สุกร สร้างโอกาสส่งสินค้าส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เป็นต้น

“ตอนนี้จังหวัดบึงกาฬเรายังไม่มีอะไรเด่นมาก เรามีด่านค้าชายแดนที่เป็นด่านถาวรด่านเดียว สินค้าก็อยู่ในขั้นกำลังพัฒนาให้มีมาตรฐานมากขึ้น และกำลังเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ให้มีความคล่องตัวมากขึ้น พร้อมผลักดันกลยุทธ์พัฒนาระบบงานด้านต่าง ๆ ให้เกิดความสมาร์ท เราเป็นจังหวัดน้องใหม่ที่กำลังเร่งรัดการพัฒนาให้ทัดเทียมกับจังหวัดอื่น และอยากได้งบประมาณเพิ่มอีกถ้าเป็นไปได้ เพื่อให้เติบโตแบบก้าวกระโดดสอดคล้องกับกลุ่มจังหวัด ในปี 2565 นี้ ตั้งเป้าไว้ว่าจะเพิ่มตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจ (KPI) ให้ได้ประมาณ 10% โดยส่งเสริมการท่องเที่ยว การจัดอีเวนต์ กระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย เกิดการลงทุนต่อไป”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...