มารู้จัก "โรคกระดูกสันหลังคด" ให้มากขึ้น! สะพายเป้หนัก เสี่ยงหรือไม่?
Spoil
- โรคกระดูกสันหลังคดตรวจพบได้มากในช่วงวัยรุ่น เพราะเป็นช่วงที่กระดูกมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว
- เบื้องต้นสามารถสังเกตด้วยตนเองได้
- การสะพายเป้หนัก ไม่ส่งผลให้เกิดโรคกระดูกสันหลังคด แต่อาจทำให้ผู้ป่วยที่เป็นอยู่แล้ว มีการคดของกระดูกที่เพิ่มมากขึ้น
“ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคกระดูกสันหลังคดมากถึง 2-3% ของประชากรและคนส่วนใหญ่เริ่มเป็นตั้งแต่ช่วงวัยเด็ก หากไม่ได้รับการรักษาก็จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพและยังกระทบกับอวัยวะภายใน เช่น ระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจ ซึ่งอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้”
จากบทความของพี่มิ้นท์ เรื่อง วัยรุ่นทั้งหลาย! ระวัง "กระดูกสันหลังคด" ภัยเงียบที่วัยเรียนเป็นกันเยอะทำให้รู้ว่าโรคกระดูกสันหลังคดไม่ใช่เรื่องไกลตัวเราเลยละค่ะ น้องๆ จำนวนไม่น้อยอาจเกิดความกังวลว่า “แล้วการที่เราสะพายกระเป๋าเป้หนักๆ ไปเรียนกันทุกวันเนี่ย จะส่งผลทำให้เกิดอาการกระดูกสันหลังคดได้หรือไม่?” วันนี้พี่ออมจะพามาดูกันว่าอะไรบ้างที่เป็นสาเหตุนำไปสู่โรคกระดูกสันหลังคด (Scoliosis) มีการสังเกตยังไง แนวทางการหาหมอรักษาจะเป็นแบบไหน พร้อมแล้วไปดูกันเลยค่ะ!
กระดูกสันหลังคดพบมากที่สุดคือตอนช่วงวัยรุ่น เนื่องจากช่วงวัยนี้กระดูกมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โรคกระดูกสันหลังคดส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นแบบไม่ทราบสาเหตุ (ในประเทศไทยมีคนที่เป็นโรคกระดูกสันหลังคดโดยไม่ทราบสาเหตุสูงถึงร้อยละ 80 เลยนะ)
จึงต้องอาศัยการสังเกต ตรวจคัดกรอง หลังจากนั้นคุณหมอจะประเมินความคดของกระดูกสันหลังโดยอาจให้เอ็กซเรย์เพื่อดูความผิดปกติของกระดูกสันหลัง รวมไปถึงอาจพิจารณาให้ตรวจ MRI หากสงสัยว่ามีความผิดปกติอื่น ๆ ร่วมด้วยและเข้ารับการรักษาโดยเร็ว เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมาเคลื่อนไหวได้ใกล้เคียงปกติและเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิมนั่นเองค่ะ
สามปัจจัยเสี่ยงหลัก ที่ทำให้เกิดโรคกระดูกสันหลังคด
- อายุมักเกิดขึ้นในช่วงเด็กและวัยรุ่น โดยเฉพาะช่วงอายุ 10-18 ปี
- เพศเกิดกับเพศหญิงได้มากกว่าเพศชาย และเพศหญิงมักจะมีอาการความคด-งอของกระดูกรุนแรงกว่า
- พันธุกรรมหากคนในครอบครัวมีประวัติกระดูกสันหลังคดย่อมมีโอกาสเกิดกระดูกสันหลังคดได้ แต่จากสถิติพบว่าเด็กหลายคนที่เป็นโรคกระดูกสันหลังคดก็ไม่มีประวัติของคนในครอบครัวที่ป่วยเป็นโรคนี้ได้เหมือนกันค่ะ
นอกจากสามปัจจัยด้านบนแล้ว โรคกระดูกสันหลังคดยังอาจเกิดได้จากสาเหตุดังต่อไปนี้
- กระดูกสันหลังคดแต่กำเนิด (Congenital scoliosis)โดยอาจเกิดได้จากความบกพร่องในการสร้างของกระดูกไขสันหลัง
- กระดูกสันหลังคดจากท่าทางที่ผิด (Functional scoliosis)อาจเกิดจากความผิดปกติตรงส่วนอื่นของร่างกาย เช่น การบาดเจ็บ ขาสั้นยาวไม่เท่ากัน กล้ามเนื้อหดเกร็ง การทำกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายไม่สมดุลซ้ำๆ กันเป็นเวลาหลายปี
- กระดูกสันหลังคดจากโรคประสาทกล้ามเนื้อ (Neuromuscular scoliosis)พบในเด็กที่มีความผิดปกติของไขสันหลัง สมองและระบบกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อและเส้นประสาทไม่สามารถรักษาสมดุลของลำตัวและกระดูกสันหลังได้ ซึ่งโรคกระดูกสันหลังคดชนิดนี้มักรุนแรงมากขึ้นเมื่อเด็กโตเป็นผู้ใหญ่
- กระดูกสันหลังเสื่อม (Degenerative lumbar scoliosis)เกิดขึ้นในผู้สูงอายุ จากการเปลี่ยนแปลงของกระดูกสันหลังเนื่องจากใช้งานหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน
การสังเกตโรคกระดูกสันหลังคดด้วยตัวเอง
1. ระดับเอวไม่เท่ากัน คือ สูงข้างนึง ต่ำข้างนึง
2. ลำตัวเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง แนวกระดูกสันหลังไม่เป็นเส้นตรงหรือเอียงอย่างเห็นได้ชัด
3. สะโพกทั้งสองข้างสูงต่ำ ไม่เท่ากัน
4. หัวไหล่หรือบ่า 2 ข้างอยู่ไม่เท่ากัน และสะบัก (บริเวณกระดูกด้านหลังที่นูนขึ้นมา) สองข้างจะนูนขึ้น มาไม่เท่ากัน
5. ทดสอบด้วยการยืนให้เท้าชิดและก้มไปด้านหน้า ให้มือทั้ง 2 แตกที่พื้น จะเห็นความนูนของหลังไม่ เท่ากันหากมีอาการรุนแรงมากขึ้น จะทำให้ซี่โครงด้านหนึ่งยื่นออกมามากกว่าอีกด้านหนึ่งเห็นเป็น ก้อนนูนทางด้านหลังได้
องศาความคดของกระดูกสันหลัง ก็มีผลต่อการรักษานะ!
- โดยปกติแล้วผู้ป่วยที่มีความคดของกระดูกไม่เกิน 25 องศามักจะยังไม่มีอาการปวด แพทย์จะแนะนำการออกกำลังกายที่เหมาะสม เพื่อเป็นการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และช่วยยืดแนวกระดูกสันหลังให้อยู่ในแนวตรง, เพิ่มความทนทางของระบบหัวใจ หลอดเลือดและปอด พร้อมนัดติดตามผลการเปลี่ยนแปลงของแนวกระดูกทุก 6 เดือน - 1 ปีค่ะ
- หากผู้ป่วยมีความคดอยู่ระหว่าง 25 – 40 องศาคุณหมอก็จะให้ใส่เสื้อเกราะดัดหลังค่ะ วิธีการรักษานี้ยังเหมาะกับผู้ป่วยที่กระดูกสันหลังยังคงมีการเจริญเติบโตเพื่อป้องกันไม่ให้กระดูดคดงอยิ่งขึ้น โดยอาจให้ผู้ป่วยใส่ตลอดเวลา ยกเว้นเวลาออกกำลังหรืออาบน้ำหรือใส่เฉพาะเวลานอน
- ในกรณีที่ผู้ป่วยที่เป็นโรคกระดูกสันหลังคดโดยไม่ทราบสาเหตุ กระดูกสันหลังอาจคดเพิ่มขึ้นถึง 45 – 50 องศาถึงแม้จะใส่เสื้อเกราะดัดหลังแล้วก็ตาม แพทย์อาจแนะนำให้ผ่าตัดแพทย์จะแนะนำให้ใช้วิธีการผ่าตัด หากการรักษาด้วยวิธีการอื่นไม่ได้ช่วยชะลอความรุนแรงของโรค หรือผู้ป่วยมาพบแพทย์เมื่อมีกระดูกสันหลังคดอย่างรุนแรงตั้งแต่แรก และผู้ป่วยมีอาการปวดอย่างรุนแรง ตัวอย่างเช่น กระดูกสันหลังคดจนมีผลกระทบต่อระบบประสาทและส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
สะพายกระเป๋าเป้หนัก ทำให้กระดูกสันหลังคดได้ไหม?
อีกหนึ่งประเด็นที่ค้างคาใจน้องๆ ตลอดจนพ่อแม่ผู้ปกครองว่าการสะพายกระเป๋าเป้หนักๆ ติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้เกิดโรคกระดูกสันหลังคดได้หรือไม่? ทางเพจคลินิกหมอสุนทร ศรีสุวรรณ (เกียรตินิยม) กระดูกและข้ออำเภอหาดใหญ่ กล่าวไว้ว่า :
“การสะพายกระเป๋าเป้ ไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงที่ส่งผลให้กระดูกสันหลังคด แต่การสะพายเป้หนักๆ จะกระตุ้นให้เกิดอาการปวดหลังแบบเป็นๆ หายๆ อาจทำให้เด็กที่มีกระดูกสนหลังคดอยู่แล้ว มีมุมความคดที่เพิ่มขึ้นได้”
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการสะพายกระเป๋าหนักๆ จะไม่ได้ส่งผลทำให้เป็นโรคกระดูกสันหลังคดเว้นเสียแต่ว่าเด็กจะป่วยเป็นกระดูกสันหลังคดอยู่ก่อนแล้ว แต่การสะพายเป้หนักๆ ก็อาจจะส่งผลทำให้ความคดของกระดูกนั้นเพิ่มขึ้นได้ค่ะ แต่ แต่ แต่!การสะพายกระเป๋าหนักๆ ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อหลังของเราเช่นกันนะคะ เพราะจะทำให้ปวดหลัง ปวดกระดูกต้นคอลามไปถึงปวดส้นเท้าได้ (ใครเคยปวดหลังจะรู้เลยว่ามันไม่ใช่เล่นๆ เลยนะ!) และยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในเรื่องของหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทด้วยค่ะ
นอกจากนี้จากการวิจัยยังพบว่าหนังสือ 1 เล่มในกระเป๋าเป้ เปรียบเสมือนเราถือหนังสือ 7 เล่มในท่าปกติเลยล่ะ!เราจึงต้องมีการเซฟหลังของเราเมื่อเราต้องสะพายเป้ นั่นคือควรสะพายทั้งสองข้างเพื่อให้เกิดการกระจายน้ำหนักทั้งไหล่ซ้ายไหล่ขวา และปรับสายสะพายให้ชิดกับร่างกายมากที่สุดไม่ให้หย่อนเกินกว่าเอวนะคะ ไม่งั้นไหล่เราจะทำงานหนักค่ะ
โรคกระดูกสันหลังคดอย่าชะล่าใจว่าเรายังเด็ก ไม่เป็นหรอก ไม่ใช่เลยล่ะค่ะ!! หากน้องๆ คนไหนเป็นกระดูกสันหลังคดก็ไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญรักษาตามคำแนะนำของคุณหมอนะคะ มาแชร์แนวทางการรักษาให้พี่ออมและเพื่อนๆ ชาว Dek-D ฟังกันด้วยน้า ยังไงก็อย่าลืม #เซฟหลัง ของเรา เผื่อตอนอายุมากขึ้นด้วยนะวัยรุ่นทุกคน พี่ออมเตือนแล้วนะ ;)