โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มารู้จัก "โรคกระดูกสันหลังคด" ให้มากขึ้น! สะพายเป้หนัก เสี่ยงหรือไม่?

Dek-D.com

เผยแพร่ 28 ก.พ. 2565 เวลา 16.00 น. • DEK-D.com
มารู้จัก โรคกระดูกสันหลังคด โรคที่ใกล้ตัววัยรุ่นมากกว่าที่คิด!

Spoil

  • โรคกระดูกสันหลังคดตรวจพบได้มากในช่วงวัยรุ่น เพราะเป็นช่วงที่กระดูกมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว
  • เบื้องต้นสามารถสังเกตด้วยตนเองได้
  • การสะพายเป้หนัก ไม่ส่งผลให้เกิดโรคกระดูกสันหลังคด แต่อาจทำให้ผู้ป่วยที่เป็นอยู่แล้ว มีการคดของกระดูกที่เพิ่มมากขึ้น

“ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคกระดูกสันหลังคดมากถึง 2-3% ของประชากรและคนส่วนใหญ่เริ่มเป็นตั้งแต่ช่วงวัยเด็ก หากไม่ได้รับการรักษาก็จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพและยังกระทบกับอวัยวะภายใน เช่น ระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจ ซึ่งอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้”

จากบทความของพี่มิ้นท์ เรื่อง วัยรุ่นทั้งหลาย! ระวัง "กระดูกสันหลังคด" ภัยเงียบที่วัยเรียนเป็นกันเยอะทำให้รู้ว่าโรคกระดูกสันหลังคดไม่ใช่เรื่องไกลตัวเราเลยละค่ะ น้องๆ จำนวนไม่น้อยอาจเกิดความกังวลว่า “แล้วการที่เราสะพายกระเป๋าเป้หนักๆ ไปเรียนกันทุกวันเนี่ย จะส่งผลทำให้เกิดอาการกระดูกสันหลังคดได้หรือไม่?” วันนี้พี่ออมจะพามาดูกันว่าอะไรบ้างที่เป็นสาเหตุนำไปสู่โรคกระดูกสันหลังคด (Scoliosis) มีการสังเกตยังไง แนวทางการหาหมอรักษาจะเป็นแบบไหน พร้อมแล้วไปดูกันเลยค่ะ!

กระดูกสันหลังคดพบมากที่สุดคือตอนช่วงวัยรุ่น เนื่องจากช่วงวัยนี้กระดูกมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โรคกระดูกสันหลังคดส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นแบบไม่ทราบสาเหตุ (ในประเทศไทยมีคนที่เป็นโรคกระดูกสันหลังคดโดยไม่ทราบสาเหตุสูงถึงร้อยละ 80 เลยนะ)

จึงต้องอาศัยการสังเกต ตรวจคัดกรอง หลังจากนั้นคุณหมอจะประเมินความคดของกระดูกสันหลังโดยอาจให้เอ็กซเรย์เพื่อดูความผิดปกติของกระดูกสันหลัง รวมไปถึงอาจพิจารณาให้ตรวจ MRI หากสงสัยว่ามีความผิดปกติอื่น ๆ ร่วมด้วยและเข้ารับการรักษาโดยเร็ว เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมาเคลื่อนไหวได้ใกล้เคียงปกติและเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิมนั่นเองค่ะ

สามปัจจัยเสี่ยงหลัก ที่ทำให้เกิดโรคกระดูกสันหลังคด

  • อายุมักเกิดขึ้นในช่วงเด็กและวัยรุ่น โดยเฉพาะช่วงอายุ 10-18 ปี
  • เพศเกิดกับเพศหญิงได้มากกว่าเพศชาย และเพศหญิงมักจะมีอาการความคด-งอของกระดูกรุนแรงกว่า
  • พันธุกรรมหากคนในครอบครัวมีประวัติกระดูกสันหลังคดย่อมมีโอกาสเกิดกระดูกสันหลังคดได้ แต่จากสถิติพบว่าเด็กหลายคนที่เป็นโรคกระดูกสันหลังคดก็ไม่มีประวัติของคนในครอบครัวที่ป่วยเป็นโรคนี้ได้เหมือนกันค่ะ

นอกจากสามปัจจัยด้านบนแล้ว โรคกระดูกสันหลังคดยังอาจเกิดได้จากสาเหตุดังต่อไปนี้

  • กระดูกสันหลังคดแต่กำเนิด (Congenital scoliosis)โดยอาจเกิดได้จากความบกพร่องในการสร้างของกระดูกไขสันหลัง
  • กระดูกสันหลังคดจากท่าทางที่ผิด (Functional scoliosis)อาจเกิดจากความผิดปกติตรงส่วนอื่นของร่างกาย เช่น การบาดเจ็บ ขาสั้นยาวไม่เท่ากัน กล้ามเนื้อหดเกร็ง การทำกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายไม่สมดุลซ้ำๆ กันเป็นเวลาหลายปี
  • กระดูกสันหลังคดจากโรคประสาทกล้ามเนื้อ (Neuromuscular scoliosis)พบในเด็กที่มีความผิดปกติของไขสันหลัง สมองและระบบกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อและเส้นประสาทไม่สามารถรักษาสมดุลของลำตัวและกระดูกสันหลังได้ ซึ่งโรคกระดูกสันหลังคดชนิดนี้มักรุนแรงมากขึ้นเมื่อเด็กโตเป็นผู้ใหญ่
  • กระดูกสันหลังเสื่อม (Degenerative lumbar scoliosis)เกิดขึ้นในผู้สูงอายุ จากการเปลี่ยนแปลงของกระดูกสันหลังเนื่องจากใช้งานหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน

การสังเกตโรคกระดูกสันหลังคดด้วยตัวเอง

1. ระดับเอวไม่เท่ากัน คือ สูงข้างนึง ต่ำข้างนึง

2. ลำตัวเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง แนวกระดูกสันหลังไม่เป็นเส้นตรงหรือเอียงอย่างเห็นได้ชัด

3. สะโพกทั้งสองข้างสูงต่ำ ไม่เท่ากัน

4. หัวไหล่หรือบ่า 2 ข้างอยู่ไม่เท่ากัน และสะบัก (บริเวณกระดูกด้านหลังที่นูนขึ้นมา) สองข้างจะนูนขึ้น มาไม่เท่ากัน

5. ทดสอบด้วยการยืนให้เท้าชิดและก้มไปด้านหน้า ให้มือทั้ง 2 แตกที่พื้น จะเห็นความนูนของหลังไม่ เท่ากันหากมีอาการรุนแรงมากขึ้น จะทำให้ซี่โครงด้านหนึ่งยื่นออกมามากกว่าอีกด้านหนึ่งเห็นเป็น ก้อนนูนทางด้านหลังได้

องศาความคดของกระดูกสันหลัง ก็มีผลต่อการรักษานะ!

  • โดยปกติแล้วผู้ป่วยที่มีความคดของกระดูกไม่เกิน 25 องศามักจะยังไม่มีอาการปวด แพทย์จะแนะนำการออกกำลังกายที่เหมาะสม เพื่อเป็นการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และช่วยยืดแนวกระดูกสันหลังให้อยู่ในแนวตรง, เพิ่มความทนทางของระบบหัวใจ หลอดเลือดและปอด พร้อมนัดติดตามผลการเปลี่ยนแปลงของแนวกระดูกทุก 6 เดือน - 1 ปีค่ะ
  • หากผู้ป่วยมีความคดอยู่ระหว่าง 25 – 40 องศาคุณหมอก็จะให้ใส่เสื้อเกราะดัดหลังค่ะ วิธีการรักษานี้ยังเหมาะกับผู้ป่วยที่กระดูกสันหลังยังคงมีการเจริญเติบโตเพื่อป้องกันไม่ให้กระดูดคดงอยิ่งขึ้น โดยอาจให้ผู้ป่วยใส่ตลอดเวลา ยกเว้นเวลาออกกำลังหรืออาบน้ำหรือใส่เฉพาะเวลานอน
  • ในกรณีที่ผู้ป่วยที่เป็นโรคกระดูกสันหลังคดโดยไม่ทราบสาเหตุ กระดูกสันหลังอาจคดเพิ่มขึ้นถึง 45 – 50 องศาถึงแม้จะใส่เสื้อเกราะดัดหลังแล้วก็ตาม แพทย์อาจแนะนำให้ผ่าตัดแพทย์จะแนะนำให้ใช้วิธีการผ่าตัด หากการรักษาด้วยวิธีการอื่นไม่ได้ช่วยชะลอความรุนแรงของโรค หรือผู้ป่วยมาพบแพทย์เมื่อมีกระดูกสันหลังคดอย่างรุนแรงตั้งแต่แรก และผู้ป่วยมีอาการปวดอย่างรุนแรง ตัวอย่างเช่น กระดูกสันหลังคดจนมีผลกระทบต่อระบบประสาทและส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

สะพายกระเป๋าเป้หนัก ทำให้กระดูกสันหลังคดได้ไหม?

อีกหนึ่งประเด็นที่ค้างคาใจน้องๆ ตลอดจนพ่อแม่ผู้ปกครองว่าการสะพายกระเป๋าเป้หนักๆ ติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้เกิดโรคกระดูกสันหลังคดได้หรือไม่? ทางเพจคลินิกหมอสุนทร ศรีสุวรรณ (เกียรตินิยม) กระดูกและข้ออำเภอหาดใหญ่ กล่าวไว้ว่า :

“การสะพายกระเป๋าเป้ ไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงที่ส่งผลให้กระดูกสันหลังคด แต่การสะพายเป้หนักๆ จะกระตุ้นให้เกิดอาการปวดหลังแบบเป็นๆ หายๆ อาจทำให้เด็กที่มีกระดูกสนหลังคดอยู่แล้ว มีมุมความคดที่เพิ่มขึ้นได้”

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการสะพายกระเป๋าหนักๆ จะไม่ได้ส่งผลทำให้เป็นโรคกระดูกสันหลังคดเว้นเสียแต่ว่าเด็กจะป่วยเป็นกระดูกสันหลังคดอยู่ก่อนแล้ว แต่การสะพายเป้หนักๆ ก็อาจจะส่งผลทำให้ความคดของกระดูกนั้นเพิ่มขึ้นได้ค่ะ แต่ แต่ แต่!การสะพายกระเป๋าหนักๆ ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อหลังของเราเช่นกันนะคะ เพราะจะทำให้ปวดหลัง ปวดกระดูกต้นคอลามไปถึงปวดส้นเท้าได้ (ใครเคยปวดหลังจะรู้เลยว่ามันไม่ใช่เล่นๆ เลยนะ!) และยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในเรื่องของหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทด้วยค่ะ

นอกจากนี้จากการวิจัยยังพบว่าหนังสือ 1 เล่มในกระเป๋าเป้ เปรียบเสมือนเราถือหนังสือ 7 เล่มในท่าปกติเลยล่ะ!เราจึงต้องมีการเซฟหลังของเราเมื่อเราต้องสะพายเป้ นั่นคือควรสะพายทั้งสองข้างเพื่อให้เกิดการกระจายน้ำหนักทั้งไหล่ซ้ายไหล่ขวา และปรับสายสะพายให้ชิดกับร่างกายมากที่สุดไม่ให้หย่อนเกินกว่าเอวนะคะ ไม่งั้นไหล่เราจะทำงานหนักค่ะ

โรคกระดูกสันหลังคดอย่าชะล่าใจว่าเรายังเด็ก ไม่เป็นหรอก ไม่ใช่เลยล่ะค่ะ!! หากน้องๆ คนไหนเป็นกระดูกสันหลังคดก็ไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญรักษาตามคำแนะนำของคุณหมอนะคะ มาแชร์แนวทางการรักษาให้พี่ออมและเพื่อนๆ ชาว Dek-D ฟังกันด้วยน้า ยังไงก็อย่าลืม #เซฟหลัง ของเรา เผื่อตอนอายุมากขึ้นด้วยนะวัยรุ่นทุกคน พี่ออมเตือนแล้วนะ ;)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...