โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

2 ธนาคารใหญ่กำไรวูบ SCB รับผลปิด Robinhood ตั้งสำรองฯ ลูกค้ารายใหญ่ KKP ชี้ต้นทุนการเงินพุ่ง

Thairath Money

อัพเดต 19 ก.ค. 2567 เวลา 07.24 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2567 เวลา 07.24 น.
ภาพไฮไลต์

เกาะติดการรายงานผลประกอบการหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ประจำไตรมาส 2/67 โดยบริษัท เอสซีบี เอกซ์ จํากัด (มหาชน) หรือหุ้น SCB ประกาศกำไรไตรมาส 2/67 อยู่ที่ 1 หมื่นล้าน ลดลง 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รับผลปิด Robinhood พร้อมตั้งสำรองฯ 1.1 หมื่นล้าน รับความเสี่ยงลูกค้ารายใหญ่

ด้าน ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น KKP เผยต้นทุนการเงินพุ่ง ทำรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง เหตุตลาดทุนไม่เอื้อ กดกำไรสุทธิไตรมาส 2/67 วูบ 45% เหลือ 769 ล้านบาท

SCB รับผลปิด Robinhood กำไรหด 15% เหลือ 1 หมื่นล้าน

บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จํากัด (มหาชน) หรือหุ้น SCB รายงานผลประกอบการต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีกําไรสุทธิในไตรมาส 2/67 จํานวน 10,014 ล้านบาท ลดลง 15.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สําหรับครึ่งแรกของปี 2567 บริษัทฯ มีกําไรสุทธิจํานวน 21,295 ล้านบาท ลดลง 6.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดยบริษัทมีกําไรสุทธิรวมอยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท ลดลง 15.6% จากปีก่อนหน้า โดยที่กําไรสุทธิไม่รวมค่าใช้จ่ายครั้งเดียวจากการยุติการให้บริการแอปพลิเคชัน Robinhood อยู่ที่ 1.08 หมื่นล้านบาท ลดลง 8.9% จากปีก่อนหน้า

การลดลงของกําไรสุทธิส่วนใหญ่เป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายครั้งเดียว จากการยุติการให้บริการแอปพลิเคชัน Robinhood การตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มเติมสําหรับ ลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ การลดลงของรายได้จากการลงทุนและการค้าในพอร์ตการลงทุน รวมทั้งความอ่อนแอของ รายได้ค่าธรรมเนียม ในขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายตัวของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ

สำหรับรายได้ดอกเบี้ยสุทธิมีจํานวน 32,576 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากการขยายตัวของ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ ในขณะที่สินเชื่อโดยรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในอัตรา 0.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเพิ่มความระมัดระวังในการให้สินเชื่อและมุ่งเน้นการเติบโตของสินเชื่อที่มีคุณภาพ ภายใต้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีความท้าทายรอบด้าน รายได้ค่าธรรมเนียมและอื่นๆ มีจํานวน 10,328 ล้านบาท ลดลง 8.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมจากการขาย ประกันภัย ค่าธรรมเนียมจากธุรกรรมทางการเงิน และค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับการให้สินเชื่อ

ส่วนค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานจํานวน 18,568 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (ก่อนรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) อยู่ที่ 41.2%

บริษัทฯ ได้ตั้งเงินสํารองจํานวน 11,626 ล้านบาท ลดลง 3.9% จากปีก่อน โดยในไตรมาสนี้รวมการตั้งสํารองพิเศษเพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่รายหนึ่ง อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 161.7%

คุณภาพของสินเชื่อโดยรวมอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ดี โดยอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2567 อยู่ที่ 3.3% ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 3.2% ในปีก่อน เงินกองทุนตามกฎหมายของบริษัทฯ อยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 18.8%

KKP ชี้ต้นทุนการเงินพุ่ง-ตลาดทุนไม่เอื้อ กดกำไรวูบ 45% เหลือ 769 ล้านบาท

ด้านธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น KKP รายงานผลประกอบการต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า สําหรับไตรมาส 2/2567 ธนาคารเกียรตินาคินภัทรและบริษัทย่อย มีกําไรสุทธิจํานวน 769 ล้านบาท ปรับลดลง 45.4% หากเทียบกับไตรมาส 2/66 โดยหลักจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ปรับลดลง 9.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลงตามต้นทุนทางการเงินที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้น

ในขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยปรับลดลง 18.8% จากการลดลงของรายได้ที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยสินเชื่อตามการชะลอตัวของสินเชื่อปล่อยใหม่ ประกอบกับภาวะทางด้านตลาดทุนที่ยังคงไม่เอื้ออํานวย

ทางด้านค่าใช้จ่ายธนาคารยังสามารถบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานต่อรายได้สุทธิ สําหรับไตรมาส 2/2567 อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ดีที่ 42%

ในส่วนของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นปรับตัวลดลง 5.8% หากเทียบกับไตรมาส 2/66 ตามมาตรการบริหารคุณภาพ สินทรัพย์ที่ธนาคารได้มุ่งเน้นมาอย่างต่อเนื่อง แต่หากเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ปรับเพิ่มขึ้นจากการที่ธนาคารมีการสํารองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในระดับที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของสินเชื่อเช่าซื้อ ซึ่งบางส่วนมีผลจากฤดูกาลและเพื่อเป็นการรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงเปราะบาง รวมถึงปัจจัยทางด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ยังคงมีความไม่แน่นอน

ทางด้านอัตราส่วนสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อสินเชื่อรวม ณ สิ้นไตรมาส 2/2567 อยู่ที่ 4.0% ปรับเพิ่มขึ้นจาก 3.8% ณ สิ้นไตรมาส 1/2567 และอัตราส่วนสํารองต่อสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตอยู่ที่ 136.5%

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 2 ธนาคารใหญ่กำไรวูบ SCB รับผลปิด Robinhood ตั้งสำรองฯ ลูกค้ารายใหญ่ KKP ชี้ต้นทุนการเงินพุ่ง

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...