“แมนยูไนเต็ด” เปิดศึกล้างตา “แมนซิตี้” ตัดสินแชมป์ เอฟเอคัพ
“ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 8 ในตารางพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีโปรแกรมลงเล่นนัดสุดท้ายกับรอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอล เอมิเรสต์ เอฟเอคัพ พบกับแชมป์เก่า“แมนซิตี้” โดยการพบกันของคู่นี้ ถือเป็นการรีแมตช์ในเกมนัดชิง จากที่เคยพบกันมาแล้วฤดูกาล 2022-23 ครั้งนั้น “เรือใบสีฟ้า” เฉือน “แมนยูไนเต็ด” 2-1 จบผลงานเป็น “ทริปเปิ้ลแชมป์” กวาดทั้ง พรีเมียร์ลีก, ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก จนมาถึง เอฟเอคัพ ส่วนฤดูกาลนี้ ลุ้นปิดบัญชี “แมนยู” เพื่อเป็นแชมป์ เอฟเอคัพ 2 สมัยติด
“ผมไม่มีอะไรจะพูดมากกว่านี้ ผมแค่โฟกัสกับงานที่ต้องทำ และนั่นคือชัยชนะในวันเสาร์ (เอฟเอคัพ นัดชิงชนะเลิศ แมนยูไนเต็ด พบ แมนซิตี้) ผมมาที่นี่เพื่อคว้าถ้วยรางวัล ดังนั้นวันนี้ผมมีโอกาส และตอนนี้เราต้องไปให้ถึงมัน ใช่มันเป็นเรื่องของถ้วยรางวัล และเรามีโอกาสมหาศาลที่จะคว้าถ้วยรางวัล ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สโมสรแห่งนี้ไม่ได้ถ้วยรางวัลมากนัก แต่เรามีโอกาสที่จะคว้าแชมป์เอฟเอคัพ ตลอด 2 ปี” เอริค เทน ฮาก ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แถลงที่คาร์ลิงตัน ก่อนเข้าสู่การแข่งขันนัดชิงชนะเลิศ เอมิเรสต์ เอฟเอคัพ ประจำวันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แข่งขันที่สนามเวมบลีย์ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ 21.00 น. (เวลาประเทศไทย)
แมนยูไนเต็ด ภายใต้ เอริค เทน ฮาก ผู้จัดการทีม ทำผลงานเข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศ เอฟเอคัพ เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน โดยผลงานฤดูกาล 2022-23 ซึ่งเป็นฤดูกาลแรก ที่ เอริค เข้ามารับงานในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ด สืบต่อจาก ราล์ฟ รังนิก ผลงาน ของ เอริค อดีตผู้จัดการทีม อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม คือการพา"ปีศาจแดง" จบผลงานที่ตำแหน่งรองชนะเลิศ เมื่อ"แมนยูไนเต็ด" แพ้ให้กับ "แมนซิตี้" 2-1 และฤดูกาล 2023-24 คือ การกลับมาพบกันของทีมร่วมเมืองแมนเชสเตอร์ ในเวทีเอฟเอคัพ สถานการณ์ของ "ปีศาจแดง" แมนยูไนเต็ด ดัชนีชี้วัดความสำเร็จประจำฤดูกาล เหลือเพียงผลงานในรายการ เอฟเอคัพ ที่จะต้องก้าวไปถึงตำแหน่งแชมป์ หลังจากฤดูกาลนี้ ทีมทำผลงานในพรีเมียร์ลีก จบที่อันดับ 8 ของตาราง ดังนั้นการก้าวไปให้ถึงตำแหน่งแชมป์ จึงเป็นเหมือนไพ่ใบสุดท้าย
เอริค เทน ฮาก ผู้จัดการทีมแมนยูไนเต็ด ประสบความสำเร็จ ฤดูกาล 2022-23 เมื่อพา "แมนยู" ชนะเลิศคาราวคัพ เหนือ นิวคาสเซิ่ลยูไนเต็ด และเอาชนะ แมนชิตี้ ในฟุตบอลพรีเมียร์ลีก
“แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้” แข่งขัน 14 มกราคม 2565 ที่สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ครั้งนั้น แมนยู เอาชนะ แมนซิตี้ 2-1 แต่จากนั้น 3 ครั้งที่พบกัน เป็นแมนซิตี้ ที่ทำผลงานได้ดีกว่า 3 มิถุนายน 2565 แมนซิตี้ เอาชนะ แมนยูไนเต็ด ใน เอฟเอ คัพ 2-1 (ฤดูกาล2022-23) ส่วนการพบกันฤดูกาล 2023-24 มีนาคม 2566 แมนซิตี้ ชนะ แมนยู 3-1 : พรีเมียร์ลีก และ 29 ตุลาคม 2566 แมนยู แพ้ แมนซิตี้ 0-3 : พรีเมียร์ลีก
“แมนยูไนเต็ด” มาถึงรอบชิงชนะเลิศ เอฟเอคัพจากผลงาน ในรอบ 8 ทีม ด้วยการเอาชนะ ลิเวอร์พูล 4-3 และรอบ 4 ทีมสุดท้าย เอาชนะ โคเวนทรี ทีมจากแชมเปียนชิป ด้วยการตัดสินลูกจุดโทษ ชนะ 4-2 จากในเกมที่เสมอกันมา 3-3 ส่วนแชมป์เก่า แมนซิตี้ กลับมาอยู่ในตำแหน่งป้องกันแชมป์ ด้วยผลงานในรอบ 8 ทีม
จากการเอาชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2-0 และ รอบรองชนะเลิศ เอาชนะ เชลซี 1-0 ผลงานในการก้าวไปถึงตำแหน่งแชมป์เอฟเอคัพ แมนยูไนเต็ด ชนะเลิศรายการนี้รวม 12 สมัย ครั้งหลังสุดที่ทำได้คือ ฤดูกาล 2015-16 ส่วน แมนซิตี้ ชนะเลิศรวม 7 สมัย โดยฤดูกาลที่ผ่านมา 2022-23 คือ สมัยที่ 7
สถานการณ์ของ “เอริก เทน ฮาก” ต่อตำแหน่งผู้จัดการทีมแมนยูไนเต็ด กลายเป็นคำถามตามมา เมื่อผลงานของ “ปีศาจแดง” ตลอดฤดูกาลนี้ ไม่สามารถประเมินในสิ่งที่จับต้องได้ “เอริก” กำลังพิสูจน์ตัวเอง กับ เอฟเอคัพ เป็นการพิสูจน์ฝีมือในการคุมทีมต่อหน้าเจ้าของสโมสรคนใหม่ คือ จิม แรตคลิฟฟ์ มหาเศรษฐีชาวอังกฤษ ทั้งนี้ จิม แรตคลิฟฟ์ กลายเป็นเจ้าของร่วมของสโมสรในปีนี้ ท่ามกลางความเสื่อมถอยตลอด 11 ปี ของแมนยูไนเต็ด และการเข้ามาของ จิม แรตคลิฟฟ์ นำมาซึ่งความท้าทายต่อการแต่งตั้ง ผู้อำนวยการด้านเทคนิค ในขณะที่ตำแหน่งของเท็น ฮาก กำลังเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญ จากผลงานที่ แมนยู จบในพรีเมียร์ลีก ที่อันดับ 8 และแพ้สูงสุดตลอดฤดูกาล คือ 14 ครั้ง ซึ่งสูงสุดเป็นสถิติในรอบหลายปี
“แมนซิตี้” อยู่ในเส้นทางคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกและเอฟเอ คัพ 2 สมัยติดต่อกันหรือ“ดับเบิ้ลแชมป์” เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ระบุว่า งานของเขาในฤดูกาลนี้ ยังไม่จบสิ่งที่เข้าต้องการทำให้สำเร็จคือ การชนะเลิศ เอฟเอคัพ เหนือ “แมนยูไนเต็ด” งานเรายังไม่เสร็จ เรายังมีภารกิจที่ต้องสู้กับยูไนเต็ด ฤดูกาลนี้ เราได้ผลงานที่ดีเมื่อพบกับยูไนเต็ด และ ผมคิดว่าเราจะจบฤดูกาลได้อย่างสวมงาม ด้วยการได้ผลการแข่งขันที่ดีในเกมนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอคัพ” เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กล่าว