Mini Cooper SE 2024 สนุกเร้าใจ.. ไปได้ไกลกว่าเดิม
Mini Cooper (มีนี คูเพอร์) รถรุ่นใหม่ (รุ่นที่ 5) ในชื่อใหม่ ซึ่งเริ่มการจำหน่ายในปี 2024 นี้ เป็นรถเก๋งแฮทช์แบคขนาดเล็กกะทัดรัด มิติตัวถังยาว/กว้าง/สูง 3,858/1,756/1,460 มม. กว้างและสูงกว่าเดิม (3,863-3,876/1,727/1.414 มม.) โดยมีความยาวฐานล้อ 2,526 มม.
ผสมผสานลักษณะการออกแบบสไตล์ Retro เข้ากับเทคโนโลยียุคใหม่ได้อย่างลงตัว เป็นรถ 3 ประตูแฮทช์แบค 4 ที่นั่ง มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศต่ำสุด 0.28 ยังคงมีหน้าตา และรูปทรงองค์เอวที่เห็นเพียงแวบเดียวก็บอกได้เลยว่า นี่คือ รถ Mini โดยเฉพาะดวงโคมไฟหน้ารูปวงกลม และแผงกระจังหน้ารูปแปดเหลี่ยม
Mini เปิดตัว Mini Cooper เจนเนอเรชันที่ 5 ด้วยรถพลังไฟฟ้า 100% แบบ BEV 2 โมเดล
Mini Cooper E (มีนี คูเพอร์ อี) ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 135 kW (กิโลวัตต์) หรือ 184 แรงม้า กับแบทเตอรีขนาดความจุ 40.7 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.3 วินาที เมื่อชาร์จไฟเต็ม วิ่งได้ไกล 305 กม. ตามมาตรฐาน WLTP น้ำหนักตัว 1,615 กก.
Mini Cooper SE (มีนี คูเพอร์ เอสอี) เพิ่มขนาดมอเตอร์ไฟฟ้าเป็น 160 kW หรือ 218 แรงม้า และเพิ่มขนาดแบทเตอรีเป็น 54.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 6.7 วินาที เมื่อชาร์จไฟเต็ม วิ่งได้ไกล 402 กม. ตามมาตรฐาน WLTP น้ำหนักตัว 1,680 กก.
มินิ ประเทศไทย เลือกที่จะเปิดตัว Mini Cooper เจเนอเรชันที่ 5 ด้วยรุ่น SE
ไฟหน้า LED ทรงกลมที่มาพร้อมการปรับรูปแบบไฟหน้าได้ถึง 3 โหมด กระจังหน้ารูปแปดเหลี่ยม และออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ เช่น ใต้ท้องรถแบบปิด และล้อที่ออกแบบให้เหมาะกับรถไฟฟ้า ซึ่งเพิ่มระยะการขับขี่สูงสุด แต่ยังมอบประสบการณ์ "Electrified Go-Kart" ที่เร้าใจ และสีสันที่หลากหลาย
เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.7 วินาที
มอเตอร์ไฟฟ้า 160 kW หรือ 218 แรงม้า ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.7 วินาที ได้รับการพัฒนาจากรุ่นก่อนหน้า ที่มีกำลังอยู่ 135 kW หรือ184 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.3 วินาที แรงบิดก็เพิ่มเป็น 330 Nm (นิวตันเมตร) หรือ 33.7 กก.ม.
วิ่งไกลสุด 402 กม. ตามมาตรฐาน WLTP
ขนาดของแบทเตอรี 49.2 kWh (กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง) และระยะทางวิ่งไกลสุด 402 กม. ตามมาตรฐาน WLTP เมื่อชาร์จไฟเต็ม จากเดิมที่วิ่งได้ไกล 305 กม.
DC 95 kWh ชาร์จจาก 10% ถึง 80% ในเวลาเพียง 30 นาที
และเพิ่มประสิทธิภาพการชาร์จที่รองรับการชาร์จแบบ DC จากเดิม 70 kWh เป็น 95 kWh ทำให้ชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 30 นาที
ภายในห้องโดยสารของ Mini Cooper SE ใหม่ เรียบหรู สไตล์มินิมัลลิสต์ และคล่องตัว แผงหน้าปัดคลาสสิกที่มาพร้อมเลย์เอาต์เรียบง่าย พวงมาลัยกับสวิตช์แบบ Toggle แต่ยังคงความโดดเด่นด้วยหน้าจอ OLED ความละเอียดสูงทรงกลมเต็มรูปแบบ ทำหน้าที่เป็นทั้งแผงหน้าปัดและศูนย์กลางระบบอินโฟเทนเมนต์และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่พัฒนาใหม่
Mini Cooper SE ใหม่ ยังมาพร้อมเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น MINI Experience Modes ถึง 7 รูปแบบ ซึ่งสามารถปรับแต่งการแสดงผลหน้าจอ แสงไฟภายใน เสียง รวมถึงการขับขี่ได้อย่างหลากหลาย สร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร และยังเป็นครั้งแรกที่มาพร้อม MINI Connected Package แพคเกจดิจิทัลพรีเมียมที่อัดฟีเจอร์ทันสมัย ทั้ง MINI Navigation ที่ยกระดับระบบนำทางด้วยภาพ 3 มิติ MINI Intelligent Personal Assistant ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ตอบสนองคำสั่งเสียง รวมถึง MINI Connected Store ที่รวมแอปพลิเคชันมากมาย
แม้ว่าจะมีการขยับขยายขนาดแบทเตอรีจาก 36.6 kWh เป็น 49.2 kWh แต่ยังคงมีห้องเก็บสัมภาระขนาด 210 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังสามารถเพิ่มความจุสัมภาระเป็น 800 ลิตร
สีตัวรถมีให้เลือกถึง 6 สี ประกอบด้วย น้ำเงิน เขียว ขาว เหลือง แดง และเทา หลังคาและกระจกมองข้างสีดำ หรือหลังคาและกระจกมองข้างสีขาว
สำหรับผู้ที่สนใจ Mini Cooper SE ใหม่ นี้ สามารถดูข้อเสนอสุดพิเศษและสั่งจองผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ https://minionlinesales.com ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และเตรียมพบกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Mini Cooper SE ใหม่ ได้ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2567 ทาง https://www.facebook.com/MINI.Thailand