"ยิ่งลักษณ์" พ้อ ต่อไปนี้ใครจะกล้าทำนโยบายเพื่อปชช. ลั่น ใครไม่โดนไม่รู้ หลังศาลสั่งชดใช้ใน 10,028 ล้านบาท
"ยิ่งลักษณ์" พ้อ ต่อไปนี้ใครจะกล้าทำนโยบายเพื่อปชช.หลังศาลสั่งชดใช้ในคดีจำนำข้าว จำนวน 10,028 ล้านบาท บอกเจอทั้งยึดอำนาจ ยัดคดี ยึดทรัพย์ ลั่น ใครไม่โดนไม่รู้
จากกรณีที่ ศาลปกครองสูงสุด อ่านคำพิพากษา ในคดีหมายเลขดำที่ อผ.163 - 166/2564 กรุงเทพมหานคร ระหว่าง นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับพวกรวม 2 คน (ผู้ฟ้องคดี) กับ นายกรัฐมนตรี กับพวกรวม 9 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและคดีพิพาทเกี่ยวกับความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย โดย ศาลปกครองสูงสุด พิพากษา นางสาวยิ่งลักษณ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องชดใช้ความเสียหายจากโครงการจำนำข้าว จำนวน 10,028 ล้านบาท
เมื่อเวลา 17.00น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯโพสต์เฟซบุ๊ก มีเนื้อหาสรุปว่า วันที่ 22 พ.ค.ปีนี้ เป็นวันครบรอบ 11 ปี รัฐประหาร ซึ่งเป็นการยึดอำนาจอธิปไตยของประชาชนทั้งประเทศ และเป็นวันที่ศาลปกครองสูงสุด อ่านคำวินิจฉัยให้ตนชดใช้หนี้กว่า 10,000 ล้านบาท จากคดีระบายข้าว ทั้งที่ไม่ได้เป็นจำเลยในคดีนี้ และศาลปกครองกลางได้เคยวินิจฉัยว่าตนไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหาย คำวินิจฉัยวันนี้ทำให้ตนต้องชดใช้หนี้ที่ไม่ได้ก่อ หัวหน้าฝ่ายบริหารต้องมารับภาระหนี้ที่เกิดจากการระบายข้าวของฝ่ายปฏิบัติ และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก็พิพากษาในคดีของตนว่าปล่อยปละละเลยในการบริหารโครงการรับจำนำข้าวเท่านั้น นโยบายรับจำนำข้าวได้แถลงต่อรัฐสภา รัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องปฏิบัติ มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ มีเจตนาช่วยเหลือให้พี่น้องชาวนาได้ลืมตาอ้าปาก มีครอบครัวชาวนาได้ประโยชน์จำนวนมาก แต่กลับถูกกล่าวหาว่าทำให้เกิดความเสียหาย ต่อไปใครจะกล้าคิดนโยบายเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เข้าไม่ถึงโอกาสทางเศรษฐกิจได้อีก
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวอีกว่า ตนไม่มีเจตนาจะทำให้โครงการเสียหาย การดำเนินโครงการแต่ละขั้นตอน เกี่ยวข้องกับหน่วยงานและบุคลากร ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่หัวหน้าฝ่ายบริหารจะไปแทรกแซง แต่ตนกลับต้องรับผิดชอบความเสียหายเพียงลำพัง หากจะบอกว่าสิ่งนี้คือความเป็นธรรม ก็เป็นเรื่องยากที่ตนจะเข้าใจและยอมรับได้ หนี้ 10,000 ล้านบาท ชดใช้ทั้งชีวิตยังไงก็ไม่มีวันหมด การทุ่มเททำงานแบกรับแรงเสียดทานทั้งทางการเมืองและอีกหลายรูปแบบ เพื่อค้ำยันราคาข้าว เพื่อพี่น้องชาวนาได้มีชีวิตที่ดีกว่า กลับมีบทสรุปที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับตน โครงการรับจำนำข้าวบริหารร่วมกันเป็นคณะกรรมการ การตัดสินให้ตนในฐานะนายกฯ ต้องชดใช้ค่าเสียหาย ยังมีคำถามว่ามีอยู่จริงหรือไม่ เพราะหลังรัฐประหารก็มีข่าวว่ารัฐบาลเวลานั้นเอาข้าวดีไปขายเป็นข้าวเน่า ข้าวที่เหลือในโกดัง 18.9 ล้านตัน ถูกขายในราคาต่ำกว่าที่ควรได้รับ คิดเป็นมูลค่าส่วนต่างนับ 100,000 ล้านบาท แต่ไม่ปรากฏความคืบหน้าของการตรวจสอบ และหาคนรับผิดชอบไม่ได้จนปัจจุบัน ตลอดเวลา 11 ปี ที่ผ่านมา สิ่งที่ตนจำต้องพบเจอซ้ำแล้วซ้ำเล่าคือ ยึดอำนาจ ยัดคดี อายัดทรัพย์ และเอาเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องมาบังคับให้ใช้หนี้ ความรู้สึกแบบนี้ไม่เกิดขึ้นกับตัวเองก็คงไม่มีใครรู้ แต่ถึงกระนั้นตนก็จะเรียกร้องต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมในชีวิตจนถึงที่สุดตามกฎหมายที่พึงกระทำได้ ถ้านายกฯที่มาจากการเลือกตั้ง ยังไม่อาจเข้าถึงความยุติธรรมที่แท้จริง ก็ไม่มีหลักประกันใดๆ สำหรับประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยเช่นกัน