โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SOCIETY: การศึกษาพบ ฝันร้ายเป็นประจำ เสี่ยงขิตก่อนวัยอันควร เข้าใกล้ความตายมากกว่าคนไม่ฝันร้ายถึง 3 เท่า

BrandThink

เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 03.56 น.

ใครจะไปคิดว่า ‘ความฝัน’ อาจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนเราได้ ทั้งฝันว่าโดนไล่ฆ่า ฝันว่าหนีซอมบี้ ฝันเห็นผี หรือฝันถึงประสบการณ์แย่ๆ ในอดีต รวมถึงสารพัดฝันร้ายที่เคยมาหลอกหลอนเรากลับไม่ได้หายไปเมื่อตื่นขึ้น แต่มันกำลังบ่อนทำลายสุขภาพเราทุกครั้งที่หลับตาฝันเห็น

ดร.อาบีเดมี โอตาอิคู (Dr. Abidemi Otaiku) นักประสาทวิทยาจากภาควิชาวิทยาศาสตร์สมองแห่ง Imperial College London เผยว่า สมองของเราขณะหลับไม่สามารถแยกแยะความฝันออกจากความจริงได้ และความกลัวที่เราพบเจอในฝันร้าย ก็คือความกลัวที่ร่างกายตอบสนองราวกับมันเกิดขึ้นจริง

จากการศึกษาของโอตาอิคูและทีมวิจัยที่วิเคราะห์ข้อมูลของผู้ใหญ่มากกว่า 183,000 คน อายุระหว่าง 26-86 ปี และเด็กกว่า 2,400 คน อายุ 8-10 ปี พบว่า ผู้ใหญ่ที่นอนฝันร้ายประจำทุกสัปดาห์ มีโอกาสเสียชีวิตก่อนอายุ 70 ปี มากกว่าคนทั่วไปถึง 3 เท่า ซึ่งตัวเลขนี้ทำให้ฝันร้ายกลายเป็น ‘ตัวทำนายการเสียชีวิตก่อนวัย’ ที่รุนแรงยิ่งกว่าการกินอาหารแย่ๆ การไม่ออกกำลังกาย หรือแม้แต่การสูบบุหรี่

เพราะฝันร้ายไม่ใช่แค่ความฝันเลวร้าย แต่มันยังไปกระตุ้นระบบสู้หรือหนี (fight-or-flight response) ให้ตื่นตัวแบบเดียวกับเวลาที่เรากำลังเอาชีวิตรอดจากภัยอันตรายจริงๆ ทั้งหัวใจเต้นเร็ว เหงื่อออก หายใจติดขัด และระดับคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนความเครียดก็พุ่งสูงขึ้น แม้ร่างกายจะยังนอนอยู่บนเตียงก็ตาม

ในงานวิจัยเดียวกันนี้ นักวิจัยได้ตรวจสอบการแก่ตัวทางชีวภาพของร่างกายผู้ร่วมทดลองผ่านความยาวของ ‘เทโลเมียร์’ (telomere) ซึ่งเป็นปลายของโครโมโซมที่หดสั้นลงเรื่อยๆ เมื่อเราอายุมากขึ้น โดยเทโลเมียร์ที่สั้นลงมักสัมพันธ์กับโรคเรื้อรัง เช่น มะเร็งหรือโรคหัวใจ

ผลปรากฏว่าคนที่มีฝันร้ายเป็นประจำมีเทโลเมียร์สั้นกว่าคนทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ และมีความเสี่ยงเสียชีวิตก่อนวัยสูงขึ้นถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสะท้อนว่าร่างกายของพวกเขากำลังแก่เร็วขึ้นจริงๆ จากความเครียดสะสมและการถูกรบกวนการนอนซ้ำๆ

โอตาอิคูอธิบายว่า ระดับคอร์ติซอลที่สูงเป็นระยะเวลานานจากฝันร้ายเรื้อรัง อาจเร่งให้เซลล์แก่ตัวเร็วกว่าปกติ ในขณะเดียวกัน ฝันร้ายก็รบกวนคุณภาพการนอนอย่างรุนแรง ส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้เต็มที่ในช่วงกลางคืน และกระบวนการซ่อมแซมเซลล์ก็ถูกขัดขวางอย่างต่อเนื่อง

แม้แต่คนที่มีฝันร้ายแค่เดือนละครั้ง ก็ยังพบว่ามีความเสี่ยงเสียชีวิตก่อนวัยสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกรณีของฝันร้ายทุกสัปดาห์ ที่ถือเป็นสัญญาณอันตรายมากที่สุด

สิ่งที่น่าสนใจคือ ความสัมพันธ์ระหว่างฝันร้ายกับอัตราการตายนี้เกิดขึ้นโดยไม่เกี่ยวกับอายุ เพศ เชื้อชาติ หรือสภาพจิตใจพื้นฐาน ซึ่งหมายความว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ฝันร้ายก็สามารถส่งผลต่อร่างกายของคุณได้เหมือนกัน

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า “เมื่อคืนฝันอะไร” แต่เป็น “เมื่อคืนร่างกายของคุณต้องต่อสู้กับความกลัวมากแค่ไหน”

โอตาอิคูย้ำว่า สังคมควรเริ่มมองฝันร้ายอย่างจริงจังในฐานะปัญหาด้านสาธารณสุข เพราะฝันร้ายเป็นสิ่งที่พบได้บ่อย และสามารถป้องกันหรือรักษาได้ ไม่ว่าจะเป็นการหลีกเลี่ยงภาพยนตร์หรือเนื้อหาหลอนๆ การจัดการความเครียด รักษาสุขภาพการนอนให้ดี ไปจนถึงการเข้ารับการบำบัดสำหรับคนที่มีภาวะวิตกกังวลหรือซึมเศร้า

นอกจากนั้น ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำว่า การเข้านอนให้เป็นเวลา หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และคาเฟอีนก่อนนอน จดบันทึกความกังวลออกมา และสร้างบรรยากาศก่อนนอนให้ผ่อนคลาย คือสิ่งง่ายๆ ที่อาจช่วยคุณให้พ้นจากฝันร้าย และอาจหมายถึงการมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นด้วย

บางทีการนอนหลับฝันดี ก็ไม่ใช่แค่เรื่องของความสุข แต่เป็นการดูแลชีวิตของคุณไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...