โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

กมธ.สว. "สถานบันเทิงครบวงจร" เชิญนายกฯ และ 5 อดีตนายกฯให้ข้อมูล

SpringNews

อัพเดต 09 พ.ค. 2568 เวลา 04.28 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. 2568 เวลา 03.57 น.

คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร (เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์) วุฒิสภา ซึ่งมีนายวีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เป็นประธาน ได้จัดประชุมที่รัฐสภาเพื่อวางกรอบแนวทางการทำงานและจัดตั้งคณะอนุกรรมาธิการเพื่อศึกษาผลกระทบในด้านต่างๆ จากการเปิดสถานบันเทิงครบวงจรที่มีกาสิโนและพนันออนไลน์ในประเทศไทย

ภายหลังการประชุม นายวีระพันธ์ได้เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการฯ มีมติให้เชิญคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินนโยบายเรื่องกาสิโนในการประชุมครั้งต่อไป โดยเน้นย้ำว่าต้องการให้นายกรัฐมนตรีมาชี้แจงด้วยตนเอง

นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการฯ ยังมีแผนที่จะเชิญอดีตผู้นำประเทศหลายท่านมาให้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นดังกล่าว ประกอบด้วย อดีตนายกรัฐมนตรีหลายท่าน ได้แก่ นายทักษิณ ชินวัตร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายชวน หลีกภัย นายเศรษฐา ทวีสิน นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รวมถึงอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร อาทิ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ นายอาทิตย์ อุไรรัตน์

การเชิญผู้นำทั้งในอดีตและปัจจุบันมาให้ข้อมูลสะท้อนถึงความพยายามของคณะกรรมาธิการฯ ในการรวบรวมความคิดเห็นที่หลากหลายและครอบคลุมจากทุกฝ่าย เพื่อให้การพิจารณาประเด็นดังกล่าวเป็นไปอย่างรอบด้านและเป็นกลาง

การจัดตั้งคณะอนุกรรมาธิการศึกษาผลกระทบ

ที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ มีมติจัดตั้งคณะอนุกรรมาธิการ 2 คณะ เพื่อศึกษาผลกระทบในด้านต่างๆ จากการเปิดสถานบันเทิงครบวงจรที่มีกาสิโน ได้แก่

1. คณะอนุกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบทางสังคมและกฎหมาย ของการมีสถานบันเทิงครบวงจรที่มีกาสิโนและพนันออนไลน์

โดยมีนายนิพนธ์ เอกวานิช สว. เป็นประธาน คณะอนุกรรมาธิการชุดนี้จะรับผิดชอบศึกษาประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบทางสังคม สิ่งแวดล้อม การผังเมือง ประเด็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ยุทธศาสตร์ชาติ และการทำประชาพิจารณ์ตามมาตรา 77

2. คณะอนุกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจ ของการมีสถานบันเทิงครบวงจรที่มีกาสิโนและพนันออนไลน์

โดยมีนายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม สว. เป็นประธาน คณะอนุกรรมาธิการชุดนี้จะรับผิดชอบศึกษาผลกระทบด้านเศรษฐกิจ การลงทุน การท่องเที่ยว และการจ้างงานที่อาจเกิดขึ้นจากการเปิดสถานบันเทิงครบวงจรที่มีกาสิโน

ประเด็นการถกเถียงในที่ประชุม

ในการประชุมครั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ ได้หารือกันใน 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ ผลกระทบด้านสังคม เศรษฐกิจ และกฎหมาย โดยมีประเด็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง ดังนี้

นิยามของสถานบันเทิงครบวงจร

ที่ประชุมมีการถกเถียงอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับการกำหนดนิยามของ "สถานบันเทิงครบวงจร" โดยมีข้อเสนอให้ใช้คำที่ชัดเจนและตรงไปตรงมามากขึ้น เพื่อให้ประชาชนเข้าใจได้ง่ายและครอบคลุมถึงกิจกรรมการพนันทุกรูปแบบ มีการเสนอทางเลือกหลายรูปแบบ เช่น

  • "สถานบันเทิงครบวงจรที่มีบ่อนกาสิโน หรือ การพนันทุกรูปแบบ รวมทั้งการพนันออนไลน์"
  • "สถานบันเทิงครบวงจรที่มีบ่อนกาสิโน" โดยเพิ่มรายละเอียดในบทนำ
  • "สถานบันเทิงครบวงจรที่มีกาสิโนและพนันออนไลน์" ซึ่งสอดคล้องกับร่างกฎหมายของรัฐบาล

สุดท้าย ที่ประชุมมีความเห็นให้ใช้คำว่า "สถานบันเทิงครบวงจรที่มีกาสิโนและพนันออนไลน์" เพื่อให้ครอบคลุมการพนันทุกรูปแบบ และเพื่อป้องกันความสับสนในกรณีที่ต้องมีการทำประชามติในอนาคต

ประเด็นด้านกฎหมาย

ในช่วงแรกของการประชุม มีการเสนอให้แยกการศึกษาด้านกฎหมายออกมาเป็นอีกหนึ่งคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อศึกษากฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายเกี่ยวกับการขายสุรานอกเวลา พระราชบัญญัติโรงแรม การจัดโซนนิ่ง รวมถึงการปรับปรุงกฎหมายการพนันเดิม และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมไม่เห็นด้วยกับการแยกคณะอนุกรรมาธิการด้านกฎหมายออกมาต่างหาก เนื่องจากกังวลว่าอาจทำให้ลดทอนความสำคัญของประเด็นเรื่องกาสิโนลง จึงตัดสินใจให้รวมการศึกษาด้านกฎหมายไว้ในคณะอนุกรรมาธิการด้านสังคมและกฎหมาย

นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังมีการหยิบยกประเด็นเรื่องอำนาจทางการเมืองที่อาจส่งผลต่อการผลักดันกฎหมาย โดยมีการแสดงความกังวลว่าอาจมีฝ่ายการเมืองที่คุมเสียงในสภาและสามารถล้มกฎหมายได้ แต่ไม่สามารถล้มรัฐธรรมนูญ จึงเสนอให้คำนึงถึงประเด็นนี้ด้วย

การทำงานอย่างเป็นกลางและกรอบเวลา

นายวีระพันธ์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความเป็นกลางในการพิจารณาศึกษาเรื่องนี้ โดยกล่าวว่า "ต้องล้างความเห็นส่วนตัวทั้งหมด ต้องเป็นกลางที่สุด เพื่อรับฟังความเห็นทุกด้าน" และยืนยันว่าคณะกรรมาธิการฯ จะไม่พิจารณาโดยมีธงคำตอบล่วงหน้า แต่จะนำเสนอข้อมูลในภาพรวมที่เป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลและประชาชน

สำหรับกรอบเวลาการทำงาน แม้จะมีกำหนดเดิมที่ 180 วัน แต่ที่ประชุมมีความเห็นให้เร่งจัดทำร่างรายงานให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นเดือนกรกฎาคม 2568 เนื่องจากมีการเปิดสมัยประชุมสภาในต้นเดือนกรกฎาคม และคณะกรรมาธิการฯ กังวลว่ารัฐบาลอาจเสนอกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาก่อนที่การศึกษาจะแล้วเสร็จ

การทำประชาพิจารณ์

ในที่ประชุมยังมีการหารือเกี่ยวกับการทำประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการกำหนดรูปแบบและวิธีการดำเนินการที่ชัดเจน โดยนายวีระพันธ์กล่าวว่า "ยังไม่มีการกำหนดว่า จะมีการดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร" ซึ่งคาดว่าจะมีการหารือเพิ่มเติมในการประชุมครั้งต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...