โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สภ.บางพลี ทลายแหล่งชำแหละรถจักรยานยนต์

77kaoded

อัพเดต 22 ม.ค. 2568 เวลา 00.44 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. 2568 เวลา 16.54 น. • 77Kaoded

สภ.บางพลี ได้รับแจ้งเหตุ ลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ จำนวนหลายคัน ฝ่ายสืบสวนได้ติดตาม จนรู้ว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุได้นำรถจักรยานยนต์ ที่ได้จากการก่อเหตุ ไปจอดไว้ภายในบริเวณ บ้านหลังหนึ่ง จึงได้วางแผนเข้าจับกุม ทลายแหล่งชำแหละรถจักรยานยนต์

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 มกราคม 2568 พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ / พ.ต.อ.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย ผกก.บางพลี / พ.ต.ต.ภาวัต รัตนาภรณ์ รอง ผกก.สส.ฯ / กำลังชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ต.สันติราษฎร์ เงินมั่น สว.สส.ฯ/เจ้าหน้าที่ตำรวจ สก.บางพลี แถลงผลการจับกุมผู้กระทำผิดรายสำคัญก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ สภ.บางพลี

ด้วยช่วงเดือนมกราคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สภ.บางพลี ได้รับแจ้งเหตุ ลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ จำนวนหลายคัน ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนภายในพื้นที่ ผู้บังคับบัญชา จึงได้สังการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สภ.บางพลี สืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุดังกล่าว มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเส้นทางหลบหนี ทราบว่าภายหลังก่อเหตุนั้น กลุ่มผู้ก่อเหตุได้นำรถจักรยานยนต์ ที่ได้จากการก่อเหตุ ไปจอดไว้ภายในบริเวณ บ้านเลขที่ 121/1 ม.6 ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ จึงได้วางแผนเข้าจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุดังกล่าว โดยสอดส่องพฤติกรรมของบุคคลผู้อาศัยอยู่ในบ้านและได้วางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์จำนวนหลายคืน

ต่อมาวันที่ 20 ม.ค. 2568 เวลาประมาณ 01.30 น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สภ.บางพลี ตรวจพบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุดังกล่าวเป็นชาย 2 คน ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบริเวณที่พัก เพื่อไปก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ จึงได้จัดกำลังซุ่มโป่งเพื่อทำการจับกุมโดยรอบ ซึ่งต่อมากลุ่มผู้ก่อเหตุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุและรถจักรยานยนต์ที่ได้จากการก่อเหตุ จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม *นายจิรายุ หรือเตี้ย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี และนายพีรพล หรือทีม (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี โดยจากการสอบถามผู้ก่อเหตุทั้ง 2 ได้ให้การว่าพวกตนนั้นได้ก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์มาแล้ว มากกว่า 10 ครั้ง โดยใช้วิธีหักคอรถ จากนั้นต่อไฟฟ้าตรงซึ่งทำให้สามารถขับขี่รถจักรยานยนต์ได้ปกติ หลังจากก่อเหตุแล้วนั้น จะนำรถจักรยานยนต์ที่ได้

จากการลักทรัพย์มาจอดภายในบริเวณบ้านเลขที่ 121/1 ฯ ทำการเปลี่ยนเบ้ากุญแจรถจักรยานยนต์ จากนั้นจะนำเบ้ากุญแจเดิม ป้ายทะเบียน เอกสารต่างๆ ที่ติดมากับรถจักรยานยนต์ ไปโยนทิ้งที่บริเวณคลองบางโฉลง ซึ่งอยู่บริเวณด้านหลังของบ้านดังกล่าว จากนั้น*นายเหนือฯ จะให้พวกตนนำรถจักรยานยนต์ ไปจอดไว้ที่สถานที่ต่างๆ ตามที่*นายเหนือฯแจ้ง ซึ่งนายเหนือฯ จะเป็นผู้ติดต่อชื้อ-ขาย รถจักรยานยนต์ที่ได้จากการลักทรัพย์และนำเงินที่ได้จากการขายรถจักรยานยนต์ มาแบ่งให้พวกตน คันละ 2,500 – 3,000 บาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สภ.บางพลี ได้นำตัวผู้ถูกจับทั้งสอง ตรวจค้นบริเวณคลองบางโฉลง ซึ่งอยู่บริเวณด้านหลังบ้าน ข้างต้น โดยตรวจพบทรัพย์สินจำนวนหลายรายการ พร้อมยึดของกลางที่ตรวจยึดได้ 1.รถจักรยานยนส์ ยี่ห้อ HONDA รุ่น WAVE125 i สีดำ ทะเบียน 6 ขอ 2078 กรุงเทพมหานคร (รถจักรยานยนต์คันที่ใช้ในการก่อเหตุ) / 2.รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ HONDA รุ่น WAVE125i สีดำ-เทา ทะเบียน 5ขอ 4566 กรุงเทพมหานคร (รถจักรยานยนต์คันที่ถูกประทุษร้าย) / 3.รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ HONDA รุ่น WAVE110i สีดำ-แดง ทะเบียน 6 ขน 4431 กรุงเทพมหานคร (รถจักรยานยนต์คันที่ถูกประทุษร้าย) / 4.เบ้ากุญแจ จำนวน 19 อัน / 5.กรอบแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 8 อัน / 6.ป้ายทะเบียน จำนวน 3 ป้าย พร้อมของกลางอื่นๆตามเอกสารแนบ โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือรับของโจร” นำตัวส่งพนักงานสอบสวน

ขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนให้ประชาชนผู้ใช้รถจักรยานยนต์ทราบ เนื่องจากคนร้ายมีความชำนาญในการโจรกรรมรถจักรยานยนต์ โดยใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที ควรเพิ่มการป้องกัน การถูกโจรกรรมรถจักรยานยนต์ โดยมีวิธีการดังนี้ คือ อย่าจอดรถไว้ในที่เปลี่ยว มุมอับ มุมมืดหรือเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรม, จอดรถทุกครั้ง ห้ามลืมกุญแจไว้ที่รถในทุกกรณี, จอดรถต้องล็อคคอ ใช้อุปกรณ์ล็อคดิสเบรก ใช้สายลวดสลิงถัก ที่ป้องกันการตัด นำมาคล้องล็อค , ติดตั้งระบบกันขโมยแบบส่งเสียง ต้องดูให้ดีว่าระบบมีแบตสำรองอยู่ในตัวหรือไม่เพราะเดี๋ยวนี้โจรมือเบาตัดสายไฟที่ขั้วแบตเตอร์รี่ทำให้ระบบกันขโมยหยุดทำงานทันที ควรล็อคคอรถจักรยานยนต์ทุกครั้ง ทั้งนี้ไม่ควรเก็บสำเนาเอกสาร หรือเอกสารคู่มือการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ไว้ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ เนื่องจากหากถูกคนร้ายลักทรัพย์ คนร้ายอาจจะใช้เอกสารดังกล่าวไปอ้างอิงเพื่อนำรถจักรยายนต์ไปจำหน่ายอย่างผิดกฎหมายได้ ควรเก็บสำเนาเอกสารดังกล่าวไว้ที่ตัว เพื่อสะดวกต่อการแสดงให้เจ้าหน้าที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...