โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

'ต่าย สายธาร' เผยเหตุตัดสินใจเปิดตัวรักครั้งใหม่ ผู้สื่อข่าวช่องดัง เล่าโมเมนต์พาไปเจอ 'แม่สีดา'

MATICHON ONLINE

อัพเดต 15 ธ.ค. 2567 เวลา 06.45 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2567 เวลา 06.22 น.

‘ต่าย สายธาร’ เผยเหตุตัดสินใจเปิดตัวรักครั้งใหม่ ผู้สื่อข่าวช่องดัง เล่าโมเมนต์พาไปเจอ ‘แม่สีดา’

นักแสดงสาวจิตอาสา ต่าย สายธาร ที่วันนี้ออกมาประกาศกำลังคบผู้สื่อข่าวช่องดัง ตั้ม ผดุง แถมตอนนี้ยังคลั่งรักแบบสุดๆ พร้อมย้อนเล่าจุดเริ่มต้นรักครั้งนี้ได้มาเพราะเพื่อนเป็นพ่อสื่อ รวมไปถึงความประทับใจพาไปเจอ แม่สีดา ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องOne31

คุณตั้มเป็นแฟนคลับของคุณต่ายจริงหรือเปล่า?

ตั้ม : จริงครับ ตั้งแต่หนังเรื่องแรกๆ ที่ต่ายเล่น ปลื้มที่เขาสวยมาก

เคยเจอกันแล้วสมัยก่อน เคยเจอที่ไหน?

ตั้ม : เคยเจอที่รายการ ตอนนั้นเป็นบรรณาธิการ เขาจำไม่ได้แต่เราจำได้ทุกอย่างเลย

ทำไมตอนนั้นไม่จีบไปเลย?

ตั้ม : คือตอนนั้นเราขี้อาย จีบผู้หญิงไม่ค่อยเก่ง ตอนแรกที่เขามาออกรายการแล้วก็นั่งมองเขาอยู่ แต่เขาค่อนข้างจะวิชาการ หน่อยนึงเพราะตอนนั้นเขาเพิ่งไปช่วยคดีแตงโมมา วันนั้นเราก็นั่งฟังนั่งยิ้ม ทีมงานมองมาเราก็นั่งยิ้ม

ตอนเจอเขาครั้งแรกมีความคิดไหมว่าจะจีบเขา?

ตั้ม : ไม่เคยเลยไม่ได้อยู่ในหัวสมองด้วยเพราะว่าเรามันคนธรรมดาและเขาเป็นดาราด้วยระดับนางเอก ตอนนั้นรู้ว่าชอบแต่ไม่กล้าคิด

เจอดารามาก็เยอะทำไมต้องไป “ต่าย สายธาร” คนเดียว?

ตั้ม : คือเราชื่นชอบเขามาตั้งแต่วัยเด็ก แอบชอบเขามาตั้งแต่ตอนเป็นดาราแรกๆ

แล้วได้มาคุยกันเพราะอะไรเห็นว่ามีพ่อสื่อ?

ตั้ม : เพื่อนของผมเป็นพ่อสื่อให้วันนั้นไปดูคอนเสิร์ต เสก โลโซ พอดีเจอเพื่อนอยู่บนเวทีพอดีก็เลยโทรเรียกเพื่อนลงมาหน่อย จะให้ลงมาคุยกันเพื่อนก็บอกว่าตั้มโสดนิ ต่ายก็โสด

ตอนนั้นคิดไหมว่าเป็น “ต่าย สารธาร” คนที่เขาบอก?

ตั้ม : คิดครับเพราะเขาถ่ายรูปด้วยกันบ่อย เขาก็ไม่รู้ว่าผมแอบชอบต่ายอยู่ถามโดยไม่รู้เลย พอเขาพูดก็รู้สึกฮึกเหิมแบบมีพ่อสื่อแล้วเขาก็โทรไปหาต่ายเลยให้รับเฟสผม ให้รับเพื่อนทันทีเลย

เมื่อสามเดือนที่แล้วยังให้สัมภาษณ์ว่าอยู่คนเดียวได้?

ต่าย : อดีตที่พี่พูดให้ลืมไปให้หมด

พอพี่กบบอกให้รับเฟสพี่ตั้มทำไมถึงรับเลย ไม่ลีลาหน่อย?

พี่ต่าย : ก็รับเลยคือกบอ่ะเขาบอกว่านี่คือโค้งสุดท้ายของชีวิตแล้วนะ แล้วก็บอกว่าอย่าพึ่งคุยไปรับแอดเขาก่อน คนนี้นะแล้วก็ส่งโปรไฟล์มาให้ดู และใช้แชทเฟสคุยกันก่อน ตอนที่เห็นก็ได้นะ

ตอนที่เห็นมีไปให้เพื่อนหรือคนรู้จักช่วยดูโปรไฟล์มั้ย?

ต่าย : ตอนนั้นต่ายอยู่คนเดียวแล้วก็เขาอยู่กับเพื่อน เพื่อนก็บอกให้รับเลย ก็คุยกันเลยอะไรอย่างเงี้ย

แล้วใครทักใครก่อน?

ตั้ม : ผมทักก่อน ก็ทักไปว่าสวัสดีก่อน มาในแนวนอบน้อมก่อน และเพื่อนที่ชื่อกบเขาก็คุยให้ก่อนว่าต้องคุยกับตั้มนะ เขาก็คุยให้ก่อนประมาณนึง เราก็เริ่มคุยกัน

คุยกันกี่วันถึงจะเปิดแชทวิดีโอคอล?

ต่าย : วันเดียว (หัวเราะ)

ตั้ม : วันเดียวเลยครับ

ทำไมอยู่ๆ ถึงให้เขาเปิดกล้อง?

ต่าย : คือแบบ.. มันจะมีประโยคที่กบคอยย้ำ เออเนี่ยโค้งสุดท้ายแล้วลองสักตั้งละกัน ไม่รู้ตอนนั้นมันอาจจะคลิกด้วยแหละเพราะว่าเออก็ มีความรู้สึกว่าอยากคุยนะ ทั้งๆ ที่ต่ายจำเขาไม่ได้จำไม่ได้ว่าเราเคยไปออกรายการอะไรด้วย เขาก็ทักมาแล้วก็คุย คุยไปคุยมา วันที่เขาไปดูคอนเสิร์ตเขาก็จะไปดู แต่เขาก็ไม่ได้ดูแล้วก็คุยกันอีกวันนึงก็วีดีโอคอลคุยกันจนตี 3-4 คือถ้ามี 24 ชั่วโมงเราก็คุยกันไป 22 ชั่วโมงแล้ว

แล้วกี่วันนัดเจอกัน?

ตั้ม : ไม่กี่วันครับ ตอนนั้นผมเสนอตัว ไปถ่ายละครผมก็เลยบอกว่าเดี๋ยวไปรับ เพราะว่าเขาเลิกดึกสี่ทุ่ม

แล้วพี่ต่ายว่ายังไง?

ต่าย : เอาจริงๆ นะตอนนั้นก็ปรึกษาเพื่อนๆ ในกองถ่าย เพื่อนรักช่างแต่งหน้า เขาก็บอกว่าแม่ต้องให้เขามานะ ซึ่งต่ายก็ไม่มีฟิวนั้นมานาน ที่มีคนมารอรับที่กอง

พอเปิดประตูมาเจอกันครั้งแรกพูดว่าอะไร?

ต่าย : เรายกมือไหว้เขา (หัวเราะ) คนมีมารยาทเราเจอเขาเราก็สวัสดี ตอนนั้นก็เขินๆ เขินบรรยากาศเป็นสีชมพู คือตอนไปกองถ่ายเขาก็วีดีโอคอลมา แต่วันนั้นเราถ่ายทั้งวันก็ไม่ค่อยได้คุยเท่าไหร่บทก็ยาวมาก ก็ส่งมาให้เขาดูขอกำลังใจเพราะเราไม่มีอะไรคุย

แล้วพอเลิกกองก็ไปทานข้าวกันต่อ แล้วคุณทำอะไรหลังจากนั้น?

ต่าย : ก็ตอนนั้นคุณตั้มเขาไม่ทราบเลยว่าเราอ่ะนัดคุณแม่สีดากับเพื่อนๆ ทีมงาน นัดไว้ประมาณห้าคน แต่พอไปถึงมีเป็น 10 เยอะค่ะ

จริงๆ ตอนนั้นคิดว่าเดทกันสองคนหรือเปล่าพี่ตั้ม?

ตั้ม : ตอนนั้นคิดว่าไปกันสองคนไม่คิดว่าจะถูกซ้อนแผน ตอนเข้าไปก็ยิ้มก่อนเลยไม่คิดว่าจะได้เจอแม่สีดา เขาก็พูดว่านี่หรือลูกเขยฉันพูดคำนี้เลย เราก็ตอบไปว่า ‘ใช่ครับ’ ตอนนั้นต่ายก็ไปเข้าห้องน้ำทิ้งผมเลย

ต่าย : คือตอนนั้นพี่ไม่รู้จะทำยังไงไม่รู้จะเริ่มยังไง ก็เลยเข้าห้องน้ำก่อนดีกว่า ตอนนั้นทีมงานก็ถามว่าพี่เขย แม่ก็ถามว่านี่ลูกเขย แต่เขาอยู่เป็น

เห็นว่าพี่ต่ายเตรียมมากกว่าคำพูดนั่นคือการร้องเพลง?

ต่าย : ไม่ได้เตรียมนะคะวันนั้นเนี่ยก็กรึ่มๆ ด้วยแหละ ก็เป็นเพลงแพ้ใจ ก็ไม่คิดว่าจะมาร้องให้ใครฟัง

แม่สีดาคุยอะไรกับพี่ตอนที่พี่ต่ายแวะเข้าไปห้องน้ำ?

ตั้ม : เขาก็ถามว่านี่หรอลูกเขย เราก็ตอบไปว่าครับ แล้วก็นั่งคุยกันแล้วก็ถามไปรับเขาจากไหนมา รอนานไหมล่ะ ไม่ดุ วันแรกที่ไปเขาก็ซีเรียสนะ

วันแรกที่เจอกันเห็นว่าตกลงเป็นแฟนกันเลย?

ต่าย : วันแรกที่เจอกันมันเบลอไปหมด มันวิ๊งๆ ไปหมด คือด้วยความที่คุยกันตั้งแต่วันแรกที่ทักแชทมา แทบไม่ได้วางโทรศัพท์เลยอะค่ะ คุยวิดีโอคอลคุยตอนไปต่างจังหวัด เขานั่งรถตู้ไปก็คุยกันตลอด

วันที่พาพี่ตั้มไปแม่สีดา แม่เขามีพูดอะไรไหมหรือเป็นห่วงอะไรไหม?

ต่าย : ส่วนมากแม่จะบอกว่าต่ายทำตัวใหม่นะลูก ผู้หญิงนะลูก ทุกวันนี้เราก็เป็นผู้หญิงนะแม่ เมื่อคืนนี้แม่เองก็มานอนด้วย ก็พูดว่าให้เป็นผู้หญิงนะลูก ตั้มก็เคยบอกว่าถ้าวันนึงนะ ไปบ้านเขา แม่ก็บอกว่าหัดทำอาหารนะลูก ทุกวันนี้เราไม่ใช่ลูกแล้วตั้มเขาคือลูก

พี่ตั้มอยู่เป็นยังไงแม่สีดาถึงเข้าข้างกลายเป็นลูกไปเรียบร้อยแล้ว?

ตั้ม : ปกติผมก็เป็นคนแบบนี้อยู่แล้ว ก็รักทุกคน ใครที่เป็นครอบครัวเรา เป็นมิตรกับทุกคนง่าย

พี่ตั้มก็พาพี่ต่ายไปเจอคุณพ่อแล้ว?

ตั้ม : ก็แฮปปี้ดีครับ คุณพ่อก็ชอบเขาอยู่เหมือนกันก็เคยดูหนังเขาอยู่เหมือนกัน

ต่าย : ตอนนั้นก็เป็นวันเกิดของคุณพ่อ ไปเจอครั้งแรกครั้งแรกเหมือนกัน เราอ่ะคือต้องอวยพรให้คุณพ่อใช่ไหมแต่คุณพ่อมาเจอเราก็มาจับแขนเราตอนนั้นเราหูดับไปแล้ว แต่พ่ออ่ะอวยพรเรา ทำนองว่าขอให้คบกันไปนานๆ นะลูก อึ้งๆ อยู่ ก็ขอบคุณคุณพ่อ ก็บอกว่าวันนี้เป็นวันเกิดคุณพ่อนะคะ ไม่ใช่คุณพ่อมาอวยพรให้หนู คือผู้ใหญ่เขาเมตตาก็ต้องขอบคุณคุณพ่อด้วยนะคะ

พี่ตั้มเองก็โสดมานานจนครอบครัวอยากให้มีใคร?

ตั้ม : เขาก็อยากมีคนดูแลเราบ้าง เพราะว่าผมค่อนข้างที่จะไปไหนมาไหนคนเดียวตลอด ขับรถไปไหนมาไหนต่างจังหวัดก็ไปคนเดียวตลอด เดินทางคนเดียว ช่วยเหลือสังคมก็ไปคนเดียวตลอด

กับคนอื่นๆในบ้านของพี่ตั้ม พี่ต่ายก็ได้วีดีโอคอลคุย รู้จัก?

ต่าย : ก็มีคุณแม่ ลูกสาว หมาแมวก็วิดีโอคอลคุยหมดแล้ว คือเขามีน้องหมาน้องแมวเขาให้เราคุยหมด

ตั้ม : คือที่ให้คุยเพราะเขาให้เราคุยกับกระต่ายที่บ้านเขาก่อน ก็มุ้งมิ้งไปเรื่อยเรื่อยมันก็มีถามมิ่งของมัน ชอบเขาอ่ะเนาะอะไรก็ยอม

ตัดสินใจเปิดตัวด้วยการลงรูป?

ต่าย : ใช่ค่ะ คือมันเป็นการให้เกียรติ แล้วต่ายต้องบอกกับทุกคนนะคะว่าไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้ ไม่คิดว่าจะมีคนเข้ามาสนใจมากมายขนาดนี้ ต้องขอบคุณมากๆไม่ว่าจะเป็นเอฟซีหรือเพื่อนๆ ฟีดแบ็กที่ได้กลับมามีแต่ความสุขจอยๆ รอยยิ้ม มันก็ทำให้เรารู้สึกว่ามีรอยยิ้มไปด้วย เราก็เลยบอกไปว่ารอยยิ้มของเอฟซีแฟนคลับที่มีความสุขก็ทำให้เรามีความสุขไปด้วย โตแล้วทั้งคู่ด้วยวัยเราเลยอยากทำให้มันเป็นพลังบวกให้กันมากกว่า ความรักไม่ว่ามันจะเป็นรูปแบบไหนก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นแบบพ่อแม่ หรือรักในสังคม อยากให้เป็นเมตตา และเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้นความรักของพวกเราสองคนมันก็จะแบ่งปันเพื่อที่จะไปช่วยเหลือสังคมได้ด้วย อะไรที่เป็นพลังบวกเราจะเซฟเก็บไว้ จะเป็นพลังบวกให้กันและกัน อะไรที่มันท็อกซิกเราจะตัดออก

ตั้ม : ทุกวันนี้คนโทรมาถึง 40 คนได้ พยายามบอกไปข้างนอกเพื่อไม่ให้เจอใคร ตอนนี้ก็ตอบครบทุกคนครับ ก็เล่นมุกไปว่าทำไมหน้าเหมือนเราจัง แกล้งไม่ยอมรับ ก็เรื่องจริงครับก็คือผมชอบเขา คบกับเขามันคือเรื่องจริงครับ

มีคนบอกว่าที่พี่ต่ายมีแฟนเพราะก่อนหน้านี้ไปรับช่อดอกไม้จากเจ้าสาว?

ต่าย : ใช่ๆ งานแต่งงานของเพื่อนสนิทเลย คือมันเป็นเรื่องที่ถามตู่วันนั้นว่าเตรียมกับใครหรือเปล่า แบบอยากให้เราได้รับช่อดอกไม้ เขาก็บอกว่าไม่มี คือเป็นครั้งแรกในชีวิตเลยที่ได้ มันเหมือนเป็นอาถรรพ์ ต่ายเชื่อว่าบนโลกนี้ทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับความรักดีๆ

เห็นว่ารักดีๆ แบบนี้แต่มีบางช่วงที่มีน้ำตา?

ต่าย : วันนั้นใช่ไหมที่มีข่าวลงว่าต่ายโพสต์ นั้นต่ายต้องบอกเลยว่าต่ายเขียนแค่ 3-5 บรรทัดถ้าเข้าไปดูข้อความที่แก้ไข อิดิทหลายทีคือเติม คือเป็นรูปที่ต่ายโพสต์คู่กับตั้ม ความในใจ ประมาณว่าความรักเป็นสิ่งสวยงาม มันมีพลังต่างๆ ที่ทำให้เรามีแรงก้าวเดินหรือทำงานใช้ชีวิตต่อไป อะไรที่เป็นพลังบวกเราจะเก็บไว้ อะไรที่เป็นพลังลบเราจะตัดออก ตามนั้นเลย ก็เขียนไปก็น้ำตาคลอเพราะเราเป็นคนเซนซิทีฟด้วย

เพราะพี่ตั้มได้เห็นได้อ่านแล้วรู้สึกยังไงบ้าง?

ตั้ม : ก็ ดีใจที่เขารักเราจริง ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยกล้าแสดงออกสักเท่าไหร่ ไม่ค่อยเข้าไปโพสต์หรือคอมเมนต์อะไรเท่าไหร่

ต่าย : จริงๆ แล้วประเด็นสำคัญคือ เราไม่รู้หรอกว่าวันพรุ่งนี้จะมีจริงหรือเปล่า เพราะฉะนั้นเรามีโอกาสได้มาเจอกันมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเหวี่ยงใครสักคนมาให้เราเพราะฉะนั้นถ้าเราเจออะไรที่มันดีแล้วก็ควรที่จะรักษาไว้ เราไม่รู้หรอกว่าตื่นมาพรุ่งนี้เราจะเจอเขามั้ย

มีความรู้สึกคลั่งรักมากกว่ากัน?

ต่าย : เราไม่รู้หรอกค่ะ ว่าใครคลั่งรักมากกว่ากัน แต่มันเป็นความรู้สึกที่แชร์ความรักให้กับเขาแล้วก็ครอบครัวเขาด้วย

ใครมีพฤติกรรมการแสดงออกถึงความรักมากกว่ากัน?

ต่าย : จริงๆ ก็พอๆ กัน แต่พี่ตั้มเขาจะไม่ค่อยแสดงออก คนคงไม่คิดว่าเรามาเจอกันแล้วจะมุ้งมิ้ง เพราะต่ายก็เป็นกู้ภัย เขาก็อยู่ในสายข่าว มุมมองของความรักเปลี่ยนไปเยอะ เมื่อก่อนมีแบบเอาชนะ แต่ความรักไม่ใช่การเอาชนะหรือมาแข่งกันเอาเหรียญทอง เราคุยกันต่ายจะไม่ชอบทะเลาะ มีง้องแง้งนิดหน่อยถ้าคีย์เปลี่ยนไม่ได้เลย แล้วก็ไม่ทะเลาะนะ ถ้ารู้สึกว่าผิดก็ขอโทษๆ อย่างเงี้ย แล้วก็รับโทษ ก็หอมแก้มกันไป ความรักมันอยู่ที่เราสองคนมากกว่า

อยากให้บอกความในใจกัน?

ตั้ม : ก็อยากจะบอกว่าเป็นห่วงเขาเพราะเขาใช้ชีวิตอยู่ในห้องคนเดียว เป็นห่วงเขาเรื่องสุขภาพ เขามีโรคประจำตัวแล้วก็ป่วย ก็อยากให้ย้ายมาอยู่ด้วยกัน แต่ว่าไม่รู้ว่าเขาจะมาหรือเปล่า

ต่าย : ก็ยอมค่ะ แต่ว่าสักพักหนึ่ง เพราะต้องปรับตัวก่อน แต่ก็อยู่ด้วยแหละ ส่วนความในใจเขาเป็นของขวัญคริสต์มาสทั้งของขวัญส่งท้ายปีทั้งวันเกิด ตอนนี้เขาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว 2 มกราก็วันเกิดต่ายก็ตั้งใจจะไปทำบุญกัน

เห็นชวนว่ามาอยู่ด้วยกัน คิดจะแต่งงานไหม?

ตั้ม : เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของอนาคต รอไว้คุยกันสองคนก่อน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ต่าย สายธาร’ เผยเหตุตัดสินใจเปิดตัวรักครั้งใหม่ ผู้สื่อข่าวช่องดัง เล่าโมเมนต์พาไปเจอ ‘แม่สีดา’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...