ทรัมป์ลงนามคำสั่งสหรัฐฯ ถอนตัวจากข้อตกลงปารีส ท่ามกลางวิกฤตโลกร้อน
โดนัล ทรัมป์ได้เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบคนที่ 47 ของสหรัฐอเมริกา และได้กล่าวสุทรพจน์แรก เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ณ อาคารรัฐสภาในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
ในพิธีสาบานตนครั้งนี้ ทรัมป์ได้กล่าวสุนทรพจน์ว่า "ยุคทองของอเมริกาเริ่มต้นขึ้นแล้ว" และยังระบุว่า "เราจะเรียกเก็บภาษีและภาษีศุลกากรจากต่างประเทศเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับพลเมืองของเรา" และได้แสดงความเห็นว่าพลังงานสะอาดมีราคาแพงและสิ้นเปลือง และประกาศว่าจะเร่งขุดเจาะและใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล เน้นการลดข้อบังคับเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม โดยเน้นย้ำว่า "ผมจะประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานแห่งชาติ เราจะขุดเจาะและขุดเจาะต่อไป"
แต่สิ่งที่น่าจับตามองอีกอย่างคือ หลังจากพิธีสาบานตน เขาได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อถอนสหรัฐฯ ออกจากความตกลงปารีส ท่ามกลางวิกฤตโลกร้อน
ความตกลงปารีส เป็นความพยายามที่สำคัญที่สุดของโลกในการรับมือกับปัญหาอุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้น แม้จะไม่ใช่สนธิสัญญาที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่ถือเป็นเอกสารสำคัญที่ผลักดันความร่วมมือระดับโลกเพื่อแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน
ก่อนหน้านี้ ในสมัยการบริหารประเทศของทรัมป์เมื่อปี 2017 สหรัฐฯ เคยถอนตัวจากความตกลงปารีสมาแล้ว เขากล่าวว่า ตนได้รับเลือกตั้งมาเพื่อ "เป็นตัวแทนของชาวเมืองพิตส์เบิร์ก ไม่ใช่ชาวปารีส" ซึ่งสะท้อนจุดยืนที่ไม่สนับสนุนการมีส่วนร่วมในความตกลงนี้ แต่การตัดสินใจดังกล่าวถูกยกเลิกในวันแรกที่โจ ไบเดนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2021
ในการประกาศครั้งนี้ของทรัมป์ สหรัฐฯ จะต้องรอเวลาอีก 1 ปี จึงจะสามารถถอนตัวจากข้อตกลงนี้ได้อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะทำให้สหรัฐฯ เป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงปารีส ร่วมกับ อิหร่าน เยเมน และลิเบีย ซึ่งในปัจจุบันมีเพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่ยังคงอยู่นอกข้อตกลงนี้
การตัดสินใจดังกล่าวมาหลังจากที่นักวิทยาศาสตร์เพิ่งประกาศว่า ในปี 2024 อุณหภูมิโลกเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียสเหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
แม้การถอนตัวครั้งนี้จะได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานของสหรัฐฯ แต่ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากนักวิทยาศาสตร์และองค์กรสิ่งแวดล้อมทั่วโลก ที่มองว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ความพยายามแก้ไขปัญหาโลกร้อนที่ผ่านมาถดถอยลง และอาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
“เราจะลดราคา (น้ำมัน) ให้ต่ำลง สำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ของเราให้เต็มจนถึงขีดสุด และส่งออกพลังงานของอเมริกาไปทั่วโลก” ทรัมป์กล่าวต่อผู้ชมในพิธีสาบานตน “เราจะกลับมาเป็นประเทศที่มั่งคั่งอีกครั้ง และทรัพยากรน้ำมันดิบอันล้ำค่าที่อยู่ใต้เท้าของเราจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้เราทำสำเร็จ”
ที่มา
https://www.bbc.com/news/articles/c20px1e05w0o