สำรวจ 2 สินทรัพย์เด่นปี 2025 “หุ้นสหรัฐฯ – BTC” อันไหนน่าสนใจกว่ากัน?
สองสินทรัพย์ที่นักลงทุนทั่วโลกยกให้เป็นดาวเด่นปี 2025 คือ หุ้นสรัฐฯ และ Bitcoin (BTC) ซึ่งนักวิเคราะห์มากมายมองว่าทั้งสองสินทรัพย์มีสิทธิ์ปรับตัวขึ้นสูงในปีหน้า ซึ่งคำถามที่นักลงทุนหลายคนอยากรู้คือ “สินทรัพย์ไหนน่าสนใจมากกว่ากัน” โดยในบทความนี้ Wealthy Thai จะพาทุกท่านมาสำรวจทั้งสองสินทรัพย์นี้ว่าแต่ละอย่างมีโอกาสและความเสี่ยงต่างกันยังไงบ้าง
หุ้นสหรัฐฯ
สำหรับหุ้นสหรัฐฯ นักวิเคราะห์หลายแห่งมองราคาโดยรวมในปี 2025 จะปรับขึ้นต่อเนื่องจากปี 2024 แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงอยู่บ้าง โดยปัจจัยหนุนหลักได้แก่ (1) นโยบายสนับสนุนบริษัทอเมริกันของ Donald Trump (2) การลดดอกเบี้ยของ Fed รวมถึง(3) ภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มฟื้นตัวเร็วกว่าคาด โดยนักวิเคราะห์จาก Bank of America (BofA) คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเติบโตราว 2.5% ในปี 2025 ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์เฉลี่ยใน Bloomberg ที่ 2.0%
ซึ่ง BofA มองว่าการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และอัตรากำไรที่เพิ่มขึ้นของบริษัทจากนโยบายลดภาษี จะช่วยหนุนราคาหุ้นของกลุ่มธุรกิจชั้นนำที่ผลการดำเนินงานขึ้นอยู่กับการเติบโตของเศรษฐกิจค่อนข้างมาก เช่น การเงิน ค้าปลีก อสังหาฯ และ สาธานูปโภค รวมถึงบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ที่แข็งแกร่ง เช่น Apple (AAPL), Alphabet (GOOGL, GOOG), Microsoft (MSFT), Amazon (AMZN), Meta (META), Tesla (TSLA), และ Nvidia (NVDA) ฉุดให้ดัชนี S&P 500 ให้พุ่งขึ้นตาม
ทั้งนี้ ระดับเป้าหมายโดยเฉลี่ยของ S&P 500 สำหรับปี 2025 จาก 11 บริษัทหลักทรัพย์ รวบรวมโดย Yahoo Finance อยู่ที่ 6,680 จุด ซึ่งมี upside ราว 10% จากระดับในปัจจุบัน
ส่วนความเสี่ยงหลักที่อาจจำกัดการเติบโตของตลาดหุ้นสหรัฐฯ คือ (1) หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูง (2) การขึ้นภาษีนำเข้าของ Trump ที่อาจส่งผลเสียต่อบางอุตสาหกรรม (3) รายได้บริษัทที่อาจออกมาต่ำกว่าคาด ส่งผลเสียต่อมุมมองนักลงทุน และ (4) เหตุไม่คาดฝันที่อาจทำให้ Fed ปรับทิศทางการลดดอกเบี้ย
Bitcoin
สำหรับ BTC นักวิเคราะห์มองว่ามีปัจจัยหนุนหลักในปี 2025 คือ (1) การสนับสนุน BTC ให้มีบทบาททางการเงินมากขึ้นของ Trump เช่น การเสนอให้มีหน่วยงานรัฐบาลที่จะกำกับดูแล BTC หรือการเสนอให้ประเทศมีเงินสำรองเป็น BTC และ (2) ความสนใจของบริษัทต่างๆ ที่จะลงทุนในคริปโทสกุลนี้มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น MicroStrategy, Jiva Technologies, หรือ Genius Group
โดยศูนย์วิจัย Fundstrat มองว่าราคา BTC มีสิทธิ์แตะ 250,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2025 ซึ่งมี upside สูงถึงประมาณ 140% จากราคาปัจจุบัน
ในด้านความเสี่ยง นอกจากความผันผวนโดยปกติของคริปโทเคอร์เรนซีแล้ว BTC ก็ยังมีความเสี่ยงจาก (1) แรงต่อต้านของบางองค์กร เช่น Fed ที่จะให้ BTC เป็นเงินสำรอง และ (2) ความคลุมเครือในวิธีการและขั้นตอนที่จะทำให้ BTC เป็นเงินสำรองได้จริง
โดยสรุปแล้ว ถ้าหากถามว่าสินทรัพย์ไหนโดดเด่นกว่ากันในปีหน้า คงต้องตอบว่าขึ้นอยู่กับความชอบและเป้าหมายของนักลงทุน เพราะถ้าหากเป้าหมายคือการตักตวงกำไรให้ได้เร็วแล้วนั้น BTC ที่มี upside สูงก็น่าจะสนใจมากกว่า แต่ถ้าอยากได้การเติบโตที่ผันผวนน้อยกว่า หุ้นสหรัฐฯ ก็เป็นตัวเลือกที่ดีกว่า เนื่องจากแนวโน้มการเติบโตของตลาดหุ้นในครั้งนี้มีรากฐานหลักมาจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวและการขยายตัวของบริษัทยักษ์ใหญ่ ไม่ใช่แค่ความตื่นเต้นของนักลงทุน จึงเป็นการเติบโตที่มีความผันผวนน้อยกว่า