โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

คำถามสำคัญของหลายชาติในวันนี้ อายุกี่ปี ถึงควรจะเล่นโซเชียลมีเดียได้? หลังออสเตรเลียผ่านกฏหมายห้ามเด็ก ต่ำกว่า 16 ปี ใช้โซเชียลมีเดีย

Mirror Thailand

อัพเดต 03 ธ.ค. 2567 เวลา 01.31 น. • เผยแพร่ 03 ธ.ค. 2567 เวลา 01.31 น.
ภาพไฮไลต์

เราน่าจะเห็นข่าวกันแล้วว่าประเทศตะวันตกโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและแคนาดา พยายามจะแบนโซเชียลมีเดียยอดฮิตอย่าง TikTok ซึ่งดูเหมือนว่าการพยายามแบน TikTok ที่เกิดขึ้น จะมาจากเหตุผลในเรื่องความมั่นคงของรัฐ โดยเฉพาะการที่บริษัทเจ้าของ TikTok เป็นประเทศจีน แต่อีกประเด็นที่น่าสนใจก็คือเรื่องของ ‘เยาวชน’ อย่างกรณีของรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ก็เพิ่งฟ้อง TikTok ในข้อหาละเมิดความเป็นส่วนตัวของเด็ก และละเมิดกฎหมายของรัฐด้วยการแชร์ข้อมูลระบุตัวตนส่วนบุคคลของเด็ก โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองหรือผู้พิทักษ์ทางกฎหมาย

หรือที่ประเทศอังกฤษเองในปีที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมาธิการด้านข้อมูลข่าวสาร (ICO) แห่งสหราชอาณาจักร ก็ได้สั่งปรับเงิน TikTok 12.7 ล้านปอนด์ ข้อหาใช้ข้อมูลของเยาวชนอายุต่ำกว่า 13 ปีในทางที่ผิด และละเมิดกฎเกณฑ์ด้านการปกป้องข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้

ดูเหมือนว่าข้อมูลส่วนตัวของเยาวชนและการปกป้องเยาวชน จะกลายมาเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่แต่ละประเทศกำลังพิจารณาออกกฎหมายเพื่อจำกัดการเข้าถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ อย่างล่าสุดนี้ ออสเตรเลีย ก็ได้ผ่านกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีเล่นโซเชียลมีเดียซึ่งไม่ใช่แค่ TikTok เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง Facebook, Snapchat, Reddit, X และ Instagram อีกด้วย และหากแพลตฟอร์มเหล่านี้ยังไม่สามารถป้องกันเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้งานได้ก็จะถูกปรับเป็นเงิน 50 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 33 ล้านดอลลาร์สหรัฐทีเดียว

ในสิงคโปร์เอง ซึ่งเป็นที่ตั้งของเฮดควอเตอร์ของ TikTok และ โชว ซื่อ ชิว ซีอีโอของ TikTok ก็เป็นคนสิงคโปร์ มีกฎหมายห้ามเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 13 ปี เล่น TikTok ซึ่งที่จริงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียทั้ง Twitter, Instagram, Facebook และ TikTok ก็มีการกำหนดว่าผู้ที่จะใช้งานแพลตฟอร์มได้ต้องมีอายุ 13 ปีขึ้นไป แต่ก็มีหลายคนท้วงติงว่า 13 ปีก็ยังถือว่าเด็กเกินไปที่จะมีแอคเคาต์โซเชียลมีเดียเป็นของตัวเอง

ว่าแต่ เด็กเดี๋ยวนี้ต้องมีอายุกี่ปี ถึงควรจะเล่นโซเชียลมีเดียได้?
อย่างกรณีของออสเตรเลียที่เพิ่งผ่านกฎหมายได้กำหนดไว้ที่ 16 ปี ขณะที่ก็มีอีกหลายเสียง ในหลายประเทศที่มองว่า 17 หรือ 18 ปี จะดีกว่าไหม ให้เหมือนการกำหนดให้เข้าผับบาร์หรือซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ไปเลย แต่ในขณะเดียวกันอีกส่วนหนึ่งก็มองว่า การจำกัดอายุในการซื้อสิ่งที่ถูกเรียกว่าของมึนเมานั้น ไม่ควรถูกหยิบมาเทียบกับการจำกัดอายุในการเข้าถึงโซเชียลมีเดียเสียทีเดียว เพราะการเข้าถึงโซเชียลมีเดียไม่ได้มีเพียงแต่ด้านลบ โดยคณะกรรมการสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ เคยตั้งข้อสังเกตในเรื่องนี้ว่าเด็กๆ มีสิทธิที่จะ "เข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีความหมาย" ได้ ซึ่งอาจทำให้พวกเขาตระหนักถึงสิทธิพลเมือง การเมือง วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และสังคมอย่างเต็มรูปแบบได้เช่นกัน

ในขณะที่ TikTok ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสุดฮิตของเยาวชนทั่วโลกในตอนนี้ ก็พยายามที่จะแก้ปัญหานี้ด้วยการใช้เทคโนโลยีมาจำกัดในการเล่น โดยในช่วงต้นปี TikTok ออกแนวคิดมาว่า เยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี สามารถเล่น TikTok ต่อเนื่องได้แค่ 60 นาที หากเลย 60 นาทีไป ระบบจะระงับการเข้าถึง โดยหากจะเล่นต่อจะต้องกรอกพาสเวิร์ด ในขณะที่เยาวชนที่อายุต่ำกว่า 13 ปี จะต้องให้ผู้ปกครองกรอกพาสเวิร์ดให้เพื่อจะเล่นต่อได้อีก 30 นาที ซึ่งจะเท่ากับเวลาเฉลี่ยที่ผู้ใช้แอปฯ TikTok ใช้ทั่วโลก ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 95 นาที/วัน

ในไทยเองยังไม่ได้มีมาตรการเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้อย่างเป็นรูปธรรม และสิ่งที่เราเห็นก็คือเด็กจำนวนมากโลดแล่นอยู่ในโซเชียลมีเดีย และจำนวนหนึ่งได้ตกเป็นเหยื่อของการแสวงหาผลประโยชน์จากเด็กผ่านอินเทอร์เน็ต อย่างนี้แล้ว ไทยเราเองควรจะมีการจำกัดอายุการเข้าถึงโซเชียลมีเดียไหม และถ้ามีต้องอายุเท่าไรถึงควรจะเล่นโซเชียลมีเดียได้? คุณมีความคิดเห็นอย่างไร มาแชร์กัน

อ้างอิง

https://time.com/7178142/australia-social-media-ban-children-age-bill-parliament/

https://www.channelnewsasia.com/commentary/tiktok-instagram-age-too-young-social-media-risk-3269166

https://www.straitstimes.com/world/united-states/tiktok-to-develop-parental-control-tool-to-block-certain-videos

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...