โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไม “ม้าทรงต้องทรมานตัวเอง” ปาฏิหาริย์ อิทธิฤทธิ์ แฟชั่น?

อีจัน

อัพเดต 06 ต.ค. 2564 เวลา 09.07 น. • เผยแพร่ 06 ต.ค. 2564 เวลา 09.07 น. • อีจัน

ประเพณีถือศีลกินเจ มีจุดเริ่มต้นจากประเทศจีนเมื่อประมาณ 400 ปีมาแล้ว ช่วงชนเผ่าแมนจูเข้าปกครองประเทศจีน ซึ่งได้มีชาวจีนกลุ่มหนึ่งนุ่งขาว ห่มขาว และไม่รับประทานเนื้อสัตว์ ออกมาต่อต้านและมีการต่อสู้กันจนพ่ายแพ้สูญเสียชีวิต แต่ท้ายที่สุดก็ไม่สามารถต้านทานการรุกรานของชาวแมนจูได้ เมื่อถึงวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 9 ชาวจีนที่ยังคงอยู่ภายใต้การปกครองของชาวแมนจู จึงพากันถือศีลกินเจ เพื่อรำลึกถึงเหล่านักสู้ "หงี่หั่วท้วง" ที่ได้ต่อสู้พลีชีพในครั้งนั้น ความเชื่อถืออีกกระแสหนึ่งของตำนานการกินเจนั้น เชื่อกันว่าเป็นการสักการะพระพุทธเจ้า ในอดีต 7 พระองค์ และพระมหาโพธิสัตว์อีก 2 พระองค์ รวมเป็น 9 พระองค์ หรืออีกนัยหนึ่งเรียกว่า ดาวนพเคราะห์ทั้ง 9 ในพิธีกรรมนี้ สาธุชนจึงงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ตัดชีวิต หันมาบำเพ็ญศีล โดยการตั้งปณิธานในการกินเจ งดเว้นอาหารคาว เพื่อเป็นการสมาทานศีล 3 ประการ คือ

1. เว้นจากการเอาชีวิตของสัตว์มาบำรุงชีวิตของตน

2. เว้นจากการเอาชีวิตของสัตว์มาเพิ่มเลือดของตน

3. เว้นจากการเอาชีวิตของสัตว์มาเพิ่มเนื้อของตน

โดยประเพณีกินเจที่ชาวจีนเรียกกันว่า “เก้าอ๊วงเจ” หรือ “กิ้วอ๊วงเจ” แปลว่า “เจเดือน 9″ เริ่มต้นในวันขึ้น 1 ค่ำ ถึง 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีน รวม 9 วัน 9 คืน ตรงกับเดือน 11 หรือเดือนตุลาคมของไทย (ตามปฏิทินสากล) สำหรับในปี พ.ศ.2564 นี้ เริ่มวันที่ 6 – 14ตุลาคม

คำว่า “เก้าอ๊วง” หรือ “กิ้วอ๊วง” แปลว่า “พระราชา 9 องค์” หรือ “นพราชา” หมายถึงผู้เป็นใหญ่ทั้ง 9 ซึ่งเป็นที่มาของประเพณีกินผักกินเจนั่นเอง

โดยเทศกาลนี้เกิดขึ้นครั้งแรกที่หมู่บ้านไล่ทู หรือหมู่บ้านกระทู้ ของจังหวัดภูเก็ตในปัจจุบัน คนไทยเชื้อสายจีนจึงมีความเชื่อและศรัทธาในเรื่องเทพเจ้าที่คุ้มครองประจำหมู่บ้าน จึงได้มีการอันเชิญเทพเจ้ามาคุ้มครองคนในหมู่บ้านให้อยู่เย็นเป็นสุข โดยใช้คนเป็นสื่อกลาง หรือที่เรียกกันว่า “ม้าทรง”

การอันเชิญพระจีนเข้าประทับทรง จะต้องทำการบวงสรวงในอ้าม โดยมีม้าทรงและพี่เลี้ยงม้าทรง มีฮวดกั่วเป็นผู้กล่าวบทอัญเชิญพระจีน ตีล่อโก๊ะ ตีกลอง จุดธูป เผาไม้หอม นำผลไม้มาเป็นของไหว้วางไว้หน้าตั๋วพระ เมื่อพระจีนเข้าทรงจะเกิดอาการตัวสั่นสะท้าน ไม่สามารถควบคุมอากัปกิริยาของตนเองได้ หลังจากนั้นเมื่อพระจีนลงมาประทับแล้ว ร่างของม้าทรงจะเดินไปด้วยท่าทางของพระจีนองค์นั้นๆไปยังหน้าตั๋วพระจีน พี่เลี้ยงจะช่วยกันใส่ต้อให้ และจัดเตรียม อ่อเหล่ง ฮวดโซะ และอาวุธประจำกายไว้ให้ จากนั้น จุดธูปและเดินต่อไปหน้าแท่นของหยกอ๋อง เพื่อรายงานให้ทราบถึงการลงมาประทับยังม้าทรง ซึ่งการที่บุคคลหนึ่งจะเป็นม้าทรงได้นั้น ทั่วไปมักถูกแบ่งความเชื่อออกเป็น 2 แบบ คือบุคคลที่ชะตาขาดแต่ยังไม่ถึงอายุขัยที่จะต้องตาย และมีบุญสัมพันธ์กับเทพองค์นั้นๆ ท่านก็จะเลือกลงมาประทับเพื่อใช้ร่างในการทำความดีเป็นสื่อกลางให้ท่านได้โปรดลูกหลานที่กำลังทุกข์ได้พ้นทุกข์ หรืออีกนัยหนึ่งก็เชื่อว่าเป็นการนำบุคคลที่มีใจรักและศรัทธา มีความเหมาะสมกับการเป็นสื่อกลางให้เทพเจ้า ก็จัดทำการอันเชิญเทพลงมาประทับโดยจะมีฮวดกั่วคอยทำหน้าที่ในการกล่าวบทอันเชิญเทพเจ้า

พิธีกรรมต่างๆมักถูกจัดขึ้นในช่วงค่ำของวันนั้นๆ มีเพียงพิธีการเลี้ยงขอบคุณทหารและแห่พระที่มักจัดขึ้นตอนเช้าถึงตอนกลางวัน ซึ่งพิธีกรรมที่ว่านี้ บุคคลทั่วไป มักให้ความสนใจไปยังตอนที่ได้เห็นม้าทรงนั้นทำการทรมานตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการ ใช้มีดโกนเชือดลิ้น ลูกตุ้มที่มีหนามแหลมโยนไปข้างหลัง ใช้ดาบฟาดไปมาบนตัวโดยเฉพาะบริเวณหลัง ลุยไฟ ปีนบันไดมีด อาบน้ำมัน และที่น่าตื่นตาที่สุดคงเป็นภาพช่วงที่มีการแห่พระ ซึ่งจะมีทั้งการนำอาวุธต่างๆมาทิ่มแทงร่างกายตนเอง แล้วเดินไปโปรดลูกหลานที่มาตั้งโต๊ะรับพระไปทั่วเมือง แต่การกระทำนี้ต้องมีฮวดกั่วคอยสวดกำกับตลอดทั้งตอนที่แทงและนำออกจากตัวของม้าทรง เมื่อถอดออก จะเป็นแผลเล็กๆเท่านั้น ไม่ว่าเหล็กที่แทงเข้าไปจะใหญ่สักแค่ไหน แผลก็หายสนิทได้ในไม่กี่วัน ถ้าแผลใหญ่มากๆก็อาจจะทิ้งรอยแผลเป็นไว้บ้าง แต่ก็เป็นแผลเป็นที่เล็กและจางเท่านั้นเอง

สิ่งเหล่านี้หากเป็นบุคคลภายนอก หรือบุคคลที่ไม่ได้มีความเชื่อความศรัทธาในเรื่องนี้ ก็คงจะไม่เชื่อว่า การทรมานตัวเองของม้าทรงนั้น เป็นการกระทำโดยเทพเจ้า น่าจะอาศัยหลักการหรือเทคนิคของศาสตร์มายากลเข้ามาแสดงให้ผู้คนได้ดูกันมากกว่า

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เรื่องพิธีกรรมต่างๆ ล้วนเป็นความเชื่อส่วนบุคคลนะคะ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านเรื่องราวนี้

ขอบคุณข้อมูลประวัติประเพณีกินเจ จาก https://sites.google.com/site/5701102081021mkone/

ยาย…จำผมได้ไหม?คลิปอีจันแนะนำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...