โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ด่วน! กองทัพอากาศปากีสถาน ยิงเครื่องบินรบอินเดียร่วง 2 ลำ จับ 1 นักบิน

Khaosod

อัพเดต 27 ก.พ. 2562 เวลา 08.39 น. • เผยแพร่ 27 ก.พ. 2562 เวลา 07.45 น.

ปากีสถานยิงบินรบอินเดียร่วง 2 ลำ จับ 2 นักบิน ลั่นไม่ได้มุ่งก่อสงคราม

ปากีสถานยิงบินรบอินเดียร่วง – วันที่ 27 ก.พ. บีบีซี และเอเอฟพี รายงานว่า โฆษกกองทัพปากีสถาน แถลงว่ากองทัพปากีสถานได้ยิงเครื่องบินกองทัพอากาศอินเดียร่วงลง 2 ลำ บริเวณพื้นที่ความขัดแย้งในดินแดนแคชเมียร์ โดยเครื่องบินลำหนึ่งร่วงลงพื้นที่ในควบคุมของอินเดีย และอีกลำหนึ่งตกลงในพื้นที่ควบคุมของปากีสถาน ทำให้นักบินอินเดียถูกจับกุม 2 นาย นายหนึ่งถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล

แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้น หลังมีรายงานว่า เครื่องบินกองทัพอากาศปากีสถาน รุกล้ำน่านฟ้าของอินเดียก่อนจะถูกผลักดันกลับไป

เหตุการณ์ความตึงเครียดระหว่างอินเดียและปากีสถานรอบใหม่ เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ. หลังเกิดเหตุระเบิดคาร์บอมบ์พลีชีพ ทำให้คณะตำรวจของอินเดียเสียชีวิตอย่างน้อย 40 นาย ในดินแดนแคชเมียร์ ทำให้ทางการอินเดีย ส่งเครื่องบินรบเข้าโจมตีกลุ่มติดอาวุธที่อ้างความรับผิดชอบในระเบิดดังกล่าว ที่มีฐานที่มั่นอยู่ในพื้นที่ของปากีสถาน

ขณะที่ทางการปากีสถานได้นำเครื่องบินออกปฏิบัติการโจมตีทางอากาศบริเวณพรมแดนอินเดีย-ปากีสถาน รวมไปถึงดินแดนแคชเมียร์ในควบคุมของอินเดีย โดยทางการปากีสถานระบุว่า ได้โจมตีทางอากาศเป้าหมายที่ไม่ใช่ทหาร และหลีกเลี่ยงความสูญเสียของประชาชน

“เราไม่ได้ต้องการเพิ่มความตึงเครียด และเราไม่ได้มุ่งให้เกิดสงคราม” พลตรี อาซิฟ กาฟูร์ โฆษกกองทัพปากีสถานกล่าว และเรียกร้องให้รัฐบาลอินเดียเปิดการเจรจา 

ทั้งนี้ ทั้งอินเดียและปากีสถาน ต่างอ้างสิทธิเหนือดินแดนแคชเมียร์ แต่ทั้งสองประเทศได้ควบคุมบางส่วนของดินแดนแคชเมียร์เท่านั้น

+++++

อ่านข่าวก่อนหน้านี้ :

youtube
youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...