แพทย์ชี้แบคทีเรียต้นตอ "เนื้อเน่า" ปวดบวมแดงร้อนก่อนเชื้อลามเข้าเลือดเสียชีวิต
วันนี้ (20 ส.ค.2561) นพ.ไพฑูรย์ ใบประเสริฐ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลหนองบัวลำภู เปิดเผยว่า สถานการณ์โรคเนื้อเน่าหรือโรคแบคทีเรียกินเนื้อในพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู พบผู้ป่วยในกลุ่มผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่เป็นคนหนุ่มคนสาว เนื่องจากพออายุมากขึ้น ภูมิต้านทานก็ลดลง นอกจากนี้ โรคเบาหวานและโรคเอสซีดี ยังทำให้ภูมิต้านทานลดลงด้วย ซึ่งพบว่าสาเหตุของการเสียชีวิตจะมีโรคเบาหวานร่วมด้วย อีกเรื่องหนึ่งคือการใช้ยาพวกสเตียรอยด์ในพื้นที่
ทั้งนี้ จากงานวิจัยที่ทำมาเมื่อปี 2555 อันดับ 1 ของโรคร่วม คือเบาหวาน อันดับ 2 คือการใช้สเตียรอยด์ ซึ่งสเตียรอยด์อาจมาในรูปของยาสเตียรอยด์ และยากษัยเส้น หรือยาที่อวดอ้างสรรพคุณว่าบำรุงร่างกายชนิดต่างๆ ซึ่งหลังจากได้รับสเตียรอยด์ในช่วงแรกจะพบว่าอาการดีขึ้น สบายขึ้น แต่ถ้าในระยะยาวจะมีอันตราย ทำให้ลดภูมิต้านทานและอาการรุนแรงขึ้น ส่วนสารเคมี เพียงแต่เป็นการตั้งสมมติฐาน ยังไม่เคยวิจัยจริงจังว่าเป็นสาเหตุของโรคนี้หรือไม่
ส่วนผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เสียชีวิตจากโรคนี้ เนื่องจากติดเชื้อในกระแสเลือด สาเหตุมาจากเชื้อที่อยู่ใต้ผิวหนังและอยู่ติดกับกล้ามเนื้อ ได้ซึมเข้ากระแสเลือด ซึ่งการรักษาจะทำด้วยการผ่าตัดและนำเนื้อตายออก และต้องรักษาให้ทันเวลา ถ้ามาช้า และรักษาช้า เชื้อเข้ากระแสเลือดแล้ว และเข้าไปทำลายอวัยวะภายในแล้ว ได้แก่ ตับ ไต ปอด หัวใจ สมอง จนกระทั่งการทำงานของอวัยวะผิดปกติ ส่วนใหญ่จะไม่รอด เพราะมีภาวะช็อคแล้ว
สำหรับปัญหาของโรคนี้ คือเริ่มต้นอาการจะไม่ชัดเจน เนื่องจากเป็นโรคที่อยู่ในชั้นใต้ผิวหนังค่อนข้างลึก อยู่ติดกล้ามเนื้อ ดังนั้น เริ่มแรกจึงมีอาการปวดบวมแดงร้อนนิดหน่อย ซึ่งประชาชนอาจคิดว่าไม่เป็นอะไร แม้แต่แพทย์หรือบุคลากรทางสาธารณสุขที่ไม่ชำนาญ อาจจะมองไม่ออก ทำให้การรักษาช้า
อ่านข่าวเพิ่มเติม
เกษตรกรใน จ.หนองบัวลำภู กว่า 120 คน ป่วยเป็นโรคเนื้อเน่า