หยวนดิจิทัล ยอดฮิต มีผู้ใช้งานแล้วกว่า 3 ล้านธุรกรรม
สกุลเงิน หยวนดิจิทัล ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายนับตั้งแต่มีการเปิดใช้งานเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยในปัจจุบันมีผู้ใช้งานแล้วถึง 3.13 ล้านธุรกรรม รวมมูลค่าถึง 1.1 พันล้านหยวน หรือ 162 ล้านดอลลาร์
ธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (People’s Bank of China) ประกาศผลความสำเร็จในการใช้งานสกุลเงินหยวนดิจิทัล หลังจากที่ได้มีการทดสอบนำร่องและใช้งานสกุลเงินหยวนดิจิทัลเป็นครั้งแรกเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จนปัจจุบันมีการใช้งานหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการชำระบิลค่าใช้จ่ายต่าง ๆ การใช้งานสำหรับการขนส่ง ตลอดจนการใช้บริการของภาครัฐ โดยวิธีการชำระเงินยังสามารถใช้ได้ทั้งบาร์โค้ด ระบบการจดจำใบหน้า และการแตะบัตร (tap & go)
โดยในโครงการนำร่องนี้มีผู้สนใจใช้งานสร้างกระเป๋าเงินดิจิทัลส่วนบุคคลถึง 113,300 ราย และมีบริษัทที่ให้ความสนใจสร้างกระเป๋าเงินดิจิทัลสำหรับองค์กรจำนวน 8,800 บริษัท นอกจากนี้รัฐบาลของมณฑลเซินเจิ้นยังได้มอบเงินหยวนดิจิทัลเป็นรางวัลให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 ราว 5,000 ราย
ผู้ใช้งานสกุลเงินหยวนดิจิทัลสามารถเติมเงินเข้าไปยังบัญชีกระเป๋าเงินดิจิทัล จากนั้นก็จะสามารถถอนเงิน ชำระเงิน และ โอนเงิน หลังจากลงทะเบียนผ่านมือถือเป็นที่เรียบร้อย
ธนาคารของรัฐบาลจีนสี่แห่ง ได้แก่ China Construction Bank, Bank of China, Industrial and Commercial Bank of China และ Agricultural Bank of China ได้เริ่มทำการทดสอบการใช้งานกระเป๋าเงินหยวนดิจิทัลและเปิดใช้งานแอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และยังมีการทดสอบการใช้งานหยวนดิจิทัลเพิ่มเติมในเมืองสำคัญอื่น ๆ เช่น ปักกิ่ง ฮ่องกง และมาเก๊า โดยรัฐบาลจีนระบุว่าจะนำสกุลเงินหยวนดิจิทัลมาทดสอบการใช้งานในกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2565 ที่กรุงปักกิ่งด้วย
ความสำเร็จในการทดสอบโครงการนำร่องดังกล่าวทำให้ความหวังของจีนในการเปิดตัวสกุลเงินหยวนดิจิทัลแห่งชาติ (Digital Currency Electronic Payment (DCEP)) ให้เป็นสกุลเงินที่มีการยอมรับอย่างถูกต้องตามกฏหมายใกล้ความเป็นจริงขึ้นทุกขณะ
สกุลเงินหยวนดิจิทัลถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อขยายฐานการชำระเงินปลีกย่อยภายในประเทศและเพื่อป้องกันการครอบงำอำนาจของสกุลเงินดอลลาร์ของสหรัฐ นอกจากนี้ยังจะมีการขยายขอบเขตการใช้งานให้ครอบคลุมถึงการชำระเงินและโอนเงินข้ามพรมแดนด้วย
รัฐบาลจีนยังได้ประกาศถึงเป้าหมายในการนำสกุลเงินหยวนดิจิทัลมาแทนที่เงินสดในอนาคต ซึ่งจะทำให้รัฐบาลสามารถควบคุมสกุลเงินและสามารถสร้างวิธีการใช้งานสกุลเงินหยวนดิจิทัลแบบปลีกย่อยได้อย่างเต็มที่ และธนาคารกลางของจีนจะประกันมูลค่าเงินหยวนดิจิทัลโดยอาศัยมาตรการกำกับดูแลตามข้อกำหนดเงินสำรองและอัตราส่วนเงินกองทุน โดยธนาคารกลางจะเป็นผู้แจกจ่ายสกุลเงินหยวนดิจิทัลผ่านผู้ให้บริการลำดับที่สอง ซึ่งรวมถึงธนาคารของรัฐ ผู้ให้บริการโทรคมนาคมของรัฐ และผู้ให้บริการชำระเงินออนไลน์ เช่น Ant Group และ Tencent เป็นต้น