โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถึงเวลาจัดระเบียบคุณภาพชีวิต ‘แคมป์คนงานก่อสร้าง’

The Momentum

อัพเดต 01 ก.ค. 2564 เวลา 07.40 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2564 เวลา 10.17 น. • สิรินยา วัฒนสุขชัย

In focus

  • ผู้มีอำนาจสั่งการ ‘ปิดแคมป์ก่อสร้าง’ ไม่เคยรู้ว่า คนงานก่อสร้างจำนวนไม่น้อยที่อยู่ภายใต้การดูแลของผู้รับเหมารายย่อย ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม อีกทั้งสภาพความเป็นอยู่ของแคมป์ก่อสร้างก็มีขนาดเล็ก แออัดคับแคบ แถมยังร้อนอบอ้าว ยากที่จะใช้ชีวิตให้สุขใจและปลอดภัยได้
  • เมื่อลองดูภาพที่พักชั่วคราวของคนงานในโครงการก่อสร้างขนาดกลางหรือขนาดเล็ก จะพบว่าช่างแตกต่างจากอาคาร บ้านเรือนใหญ่โตหรูหราที่พวกเขากำลังสร้างให้คนอื่นอยู่
  • ได้แต่หวังว่า ‘คลัสเตอร์แคมป์ก่อสร้าง’ ในครั้งนี้ จะปลุกหน่วยงานรัฐให้ตื่นตัว แล้วลุกขึ้นมาดำเนินการ ‘จัดระเบียบ’ และใช้โอกาสนี้ ‘ยกระดับ’ คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของแรงงานในทุกอุตสาหกรรมให้ดีขึ้นกว่าเดิม

สิ้นประกาศปิดแคมป์คนงานก่อสร้างทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑลจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เมื่อช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ผ่านมา พร้อมคำสั่ง ‘ห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานเป็นเวลา 30 วัน’ โดยมีผลบังคับวันจันทร์ ผู้มีอำนาจในรัฐบาลคงเริ่มเบาใจว่าสามารถหาทางออกเพื่อชะลอการแพร่ระบาดระลอกล่าสุดนี้ได้สำเร็จ และมั่นใจว่าคนงานนับแสนในแคมป์ก่อสร้างกว่า 400 แห่งทั่วเมืองหลวงจะไม่เคลื่อนย้ายตัวเองออกจากที่พักแน่นอน

ทว่าไม่ถึง 24 ชั่วโมงถัดมา ภาพแรงงานก่อสร้างขนของเต็มท้ายรถกระบะพร้อมออกเดินทางกลับภูมิลำเนาถูกแชร์บนโซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวาง ดูเหมือนว่าผู้มีอำนาจสั่งการปิดแคมป์ก่อสร้างไม่เคยรู้ว่า คนงานก่อสร้างจำนวนไม่น้อยที่อยู่ภายใต้การดูแลของผู้รับเหมารายย่อยนั้น ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม อีกทั้งสภาพความเป็นอยู่ของแคมป์ก่อสร้างที่มีขนาดเล็กนั้นแออัดคับแคบ แถมยังร้อนอบอ้าว ยากที่จะใช้ชีวิตให้สุขใจและปลอดภัยได้

แม้ภาพที่พักคนงานหลายแห่งที่ถูกปิดตัวชั่วคราวที่ปรากฏอยู่ตามข่าวจะอยู่ในสภาพค่อนข้างดี เป็นอาคารชั่วคราวสองชั้น มีพื้นที่แบ่งเป็นสัดส่วนสำหรับแต่ละครอบครัว สาธารณูปโภคตรงตามกฎหมายกำหนด และเมื่อลองค้นคำว่า ‘บ้านพักคนงานสำเร็จรูป’ ก็จะเห็นภาพเรือนแถวที่ใช้วัสดุสำเร็จรูปพร้อมเคลื่อนย้ายและประกอบใหม่เรียบร้อยสวยงาม ประตูหน้าต่างครบครัน ได้มาตรฐาน หรือเป็นตู้คอนเทนเนอร์เก่าที่นำมาปรับเป็นห้องพักอาศัย ติดเครื่องปรับอากาศ แต่คิดหรือว่าบ้านพักคนงานจริงๆ จะมีเครื่องปรับอากาศเหมือนในโฆษณา และการกินอยู่หลับนอนในบ้านพักชั่วคราวเหล่านี้ท่ามกลางภูมิอากาศบ้านเราที่อุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส จะเอาชีวิตรอดไปได้จริงๆ 

ยิ่งไปกว่านั้น บ้านพักชั่วคราวของคนงานก่อสร้างส่วนใหญ่อาจจะไม่ได้มาในรูปแบบนี้ด้วยซ้ำไป บ้านพักในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่อาจจะมีบ้านพักชั่วคราวที่ได้มาตรฐาน แต่หลายโครงการที่ผู้รับเหมารายย่อยพยายามคุมงบการก่อสร้าง มักให้ความสนใจกับความเป็นอยู่ของคนงานเพียงน้อยนิด

เมื่อเร็วๆนี้ นิตยสาร สารคดี ได้เผยแพร่ภาพบรรยากาศแคมป์คนงานก่อสร้าง เป็นเรือนพักมุงหลังคาและผนังด้วยสังกะสี ขนาดพื้นที่ราว 4 ตารางเมตรต่อครอบครัว พ่อแม่ลูกหลายชีวิตนั่งรวมตัวกันกินอาหารกลางห้อง ซึ่งไม่ต่างจากพื้นที่สารพัดประโยชน์ที่สมาชิกทุกคนใช้ร่วมกันตั้งแต่ตื่นจนเข้านอน คงจะทำให้นึกออกว่าการกักตัวในแคมป์ก่อสร้างหนึ่งเดือนเป็นเรื่องที่โหดเกินไป ภาพ ‘ห้องน้ำกลางแจ้ง’ ตั้งอยู่หน้าเพิงสังกะสีที่หันหน้าชนกันราวกับเป็นคอร์ทยาร์ดของชุมชน ในภาพ แรงงานชายคนหนึ่งใช้หมวกก่อสร้างตักน้ำจากถังชำระล้างร่างกาย อีกคนกำลังยืนสระผม เด็กชายคนหนึ่งเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ส่วนเด็กผู้หญิงอีกคนกำลังอาบน้ำให้ตุ๊กตาของเธอ นี่คือ ‘ห้องน้ำ’ ที่มีขนาดใหญ่กว่าที่ระบุไว้ในประกาศหลายเท่านัก เพียงแต่มันไม่มีฝาผนังหรือหลังคาใดๆ ไม่ต้องพูดถึงระบบระบายน้ำหรือบำบัดน้ำเสีย ภาพชุดนี้ช่างขัดแย้งกับประกาศคณะกรรมการสวัสดิการแรงงาน เรื่องมาตรฐานด้านสวัสดิการแรงงานที่พักอาศัยสำหรับลูกจ้างประเภทกิจการก่อสร้าง ลงวันที่ 13 มกราคม 2559 เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของแรงงานให้ได้มาตรฐานความสะอาดและปลอดภัย

ประกาศดังกล่าวได้อาศัยอำนาจพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 93 (3) กำหนดมาตรฐานที่พักของคนงาน (ในกรณีที่นายจ้างเป็นคนจัดหา) ให้มีขนาดความกว้างอย่างน้อย 2.5 เมตร พื้นที่รวมไม่น้อยกว่า 9 ตารางเมตร และความสูงไม่น้อยกว่า 2.4 เมตร ทั้งนี้ ให้มีพื้นที่พักอาศัยไม่น้อยกว่า 3 ตารางเมตรต่อคน ฐานรากและโครงสร้างที่มีความปลอดภัยแข็งแรง วัสดุที่ใช้ต้องมีความเหมาะสม รวมไปถึงระบบระบายอากาศร้อยละ 10 ของพื้นที่ 

มาตรฐานดังกล่าวยังครอบคลุมถึงห้องน้ำและห้องส้วมที่ต้องมีความแข็งแรง ใช้วัสดุเหมาะสมการใช้งานไม่ต่างจากที่พัก แยกหญิงชาย แต่ละห้องมีขนาดไม่น้อยกว่า 1 ตารางเมตร และถ้าห้องน้ำและห้องส้วมอยู่รวมกันต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า 1.5 ตารางเมตร อีกทั้งต้องมีการจัดการเรื่องความสะอาดและขยะมูลฝอยไม่ให้สร้างความรำคาญแก่ผู้อื่น หรือไม่ปล่อยน้ำไหลนองรบกวนพื้นที่ใกล้เคียง นอกจากนี้ยังมีข้อกำหนดให้จัดเตรียมอุปกรณ์ไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และมีความปลอดภัยให้กับคนงานที่พักอาศัยด้วย

เมื่อลองดูภาพที่พักของคนงานในโครงการก่อสร้างขนาดกลางหรือขนาดเล็กแล้ว จะพบว่าช่างแตกต่างจากอาคารบ้านเรือนใหญ่โตหรูหราที่พวกเขากำลังสร้างให้คนอื่นอยู่

ที่น่ากังวลไปกว่านั้นคือ หลายคนอาจจะคิดว่าความเป็นอยู่ที่ต่ำกว่ามาตรฐานในภาพที่เผยแพร่ผ่านสื่อ เป็นเพียงภาพของที่พักอาศัยชั่วคราวของแรงงานก่อสร้างที่มักจะอยู่ในพื้นที่เพียงไม่กี่เดือน เพราะพวกเขาถูกมองว่าเป็นแรงงานที่พร้อมจะเคลื่อนที่เสมอ จึงไม่จำเป็นต้องมีที่พักอาศัยที่ได้มาตรฐานและถาวร

ยกตัวอย่างเช่น แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านในอุตสาหกรรมอาหารทะเลในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งมีคุณภาพชีวิตที่ไม่ได้แตกต่างกันนัก บางคนอาจโชคดีที่โรงงานบางแห่งสร้างหอพักใหม่ และมีการจัดห้องพักเป็นสัดส่วนพร้อมห้องน้ำในตัว แต่แรงงานจำนวนมากต้องเช่าห้องที่สภาพไม่แตกต่างจากแรงงานก่อสร้างที่เราเห็น ครอบครัวพ่อแม่ลูกมักเช่าห้องอยู่รวมกันในห้องขนาดเล็ก ขณะที่คนโสดจะรวมกลุ่มกันสามหรือสี่คน เช่าห้องที่มีพื้นที่กว้างพอให้เก็บสัมภาระส่วนตัวเพียงเล็กน้อย และมีพื้นที่มากพอนอนเบียดกันในแต่ละคืน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุด ทุกตารางเมตรล้วนถูกใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ตั้งแต่เป็นที่นอน ครัว ห้องอาหาร และพื้นที่พักผ่อน โดยใช้ห้องน้ำร่วมกัน

ในยามปกติคงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่ในยามวิกฤตเช่นนี้ที่ทุกคนควรเว้นระยะห่างกันสองเมตร มีการแยกข้าวของเครื่องใช้และห้องน้ำส่วนตัว ลองจินตนาการว่าถ้าใครคนหนึ่งในห้องติดเชื้อโควิด แล้วคนที่เหลือในห้องเดียวกันจะหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือรักษาระยะห่างให้ปลอดภัยได้อย่างไร

มันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่แรงงานเหล่านี้จะให้ความร่วมมือกับรัฐบาล โดยใช้กฎเดียวกันกับคนที่มีที่พักอาศัยที่มีพื้นที่มากพอที่จะแบ่งเป็นสัดส่วนให้กับสมาชิกครอบครัว ให้สามารถแยกตัวเองอยู่ในห้องพัก แยกข้าวของเครื่องใช้และห้องน้ำส่วนตัวได้ หากจำเป็นต้องกักตัว

ในวันที่รัฐบาลสั่งปิดแคมป์คนงานทั่วกรุงเทพมหานครและปริมณฑลทั้งหมด พร้อมทั้งยังส่งกำลังตำรวจทหารเข้าควบคุมพื้นที่ แต่กลับไม่มีเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขหรือเจ้าหน้าที่แรงงานเข้าไปดูแลด้านสุขอนามัยหรือชีวิตความเป็นอยู่ให้กับแรงงานแต่อย่างใด

ก็ได้แต่หวังว่า ‘คลัสเตอร์แคมป์ก่อสร้าง’ ในครั้งนี้ จะปลุกหน่วยงานรัฐให้ตื่นตัว แล้วลุกขึ้นมาดำเนินการ ‘จัดระเบียบ’ และใช้โอกาสนี้ ‘ยกระดับ’ คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของแรงงานในทุกอุตสาหกรรมให้ดีขึ้นกว่าเดิม

 

อ้างอิง

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/945212

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/945618

https://www.facebook.com/sarakadeemag/posts/3041510529411710

https://houzzmate.com/topic/7916100108165658

http://legal.labour.go.th/images/law/Protection2541/notifications_0009.pdf

https://www.tcijthai.com/news/2018/6/watch/8063

https://www.thairath.co.th/news/local/northeast/2125932?fbclid=IwAR1T9MBHbn1OBV9J67sj7MNNA692gAUK_7VEMhZuxXWvW3gGkPFmjYpvNDIโควิด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...