โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในร.9 และ "แม่" ของไทย

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 25 ต.ค. 2568 เวลา 00.11 น. • เผยแพร่ 24 ต.ค. 2568 เวลา 23.59 น.
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงขึ้นปกนิตยสารชื่อดังของฝรั่งเศส พ.ศ. 2503

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 “สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง” และ “แม่” ของไทย

ภาพที่คุ้นตาประชาชนไทยส่วนใหญ่ภาพหนึ่ง คงหนีไม่พ้นภาพการเสด็จฯ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่ต่างๆ เคียงคู่กัน

บทบาทและภาพลักษณ์ของพระองค์ที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบันนี้ แตกต่างไปจากพระอัครมเหสีองค์ก่อนๆ หรือไม่อย่างไร?

วีระยุทธ ปีสาลี กล่าวถึงบทบาทและภาพลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในบทความชื่อว่า “ ‘The King with the Smile at His Side’ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 กับการเสด็จพระราชดำเนินเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทศวรรษ 2490-2500” นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับธันวาคม 2560 โดยมีเนื้อความว่า

แต่เดิมในระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์หรือยุคจารีต เจ้านายทุกพระองค์ทรงดำเนินชีวิตภายใต้กฎมณเฑียรบาลอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งราชสำนักฝ่ายใน เจ้านายหลายพระองค์จะประทับและรับรองแขกในเขตพระราชฐาน มากกว่าการออกมาสู่พื้นที่สาธารณะพบปะผู้อื่นได้

มองซิเออร์ เดอ ลาลูแบร์ ราชทูตฝรั่งเศสที่เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับกรุงศรีอยุธยาสมัยสมเด็จพระนารายณ์ กล่าวถึงการเก็บพระองค์ของสมเด็จพระอัครมเหสี ความว่า

“พระอัครมเหสีมีช้างพระที่นั่งกับเรือพระที่นั่งสำหรับทรงและมีขุนนางเจ้าพนักงานบำรุงรักษาฉลองพระเดชพระคุณและโดยเสด็จพระราชดำเนิน ยามเสด็จประพาสที่ใดๆ มีแต่เฉพาะนางกำนัลกับขันทีเท่านั้นที่มีโอกาสได้เห็นพระนาง ด้วยพระนางทรงซ่อนพระวรกายจากสายตาของไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินทั้งปวง

เมื่อเสด็จออกประพาสทางสถลมารคโดยช้างพระที่นั่ง หรือทางชลมารคโดยเรือพระที่นั่งก็ตาม พระนางย่อมประทับในกูบหรือในเก๋งมีพระวิสูตรกั้นพอให้พระนางทอดพระเนตรเห็นอะไรๆได้ แต่บุคคลที่อยู่ภายนอกจะมองไม่เห็นพระโฉมเลย และเพื่อให้เป็นการแสดงความเคารพก็มีธรรมเนียมอยู่ว่า ถ้าแม้เวลาพระนางเสด็จผ่านมา และไม่ทันจะเลี่ยงให้พ้นได้ ก็จะหันหลังให้แก่พระนางและหมอบก้มหน้าลงเสีย”

บทบาทของพระอัครมเหสีเริ่มมีมากขึ้น ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อเริ่มมีอิทธิพลจากตะวันตกเข้ามา เจ้านายจากยุโรปเดินทางเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีมากขึ้น ราชสำนักจึงลดหย่อนธรรมเนียมลง โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี ในฐานะสมเด็จพระอัครมเหสี เสด็จต้อนรับแขกเมืองด้วย โดยเสด็จต้อนรับอยู่ในห้องรับแขกส่วนตัวของพระองค์ และมีโอกาสตามเสด็จไปเจริญสัมพันธไมตรีในต่างประเทศบ้างในบางวโรกาส แต่ยังคงปฏิบัติพระองค์ตามอย่างเจ้านายแบบจารีตอยู่

เมื่อเข้าสู่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการเสด็จพระราชดำเนินเคียงคู่ระหว่างพระมหากษัตริย์กับพระมเหสีบ่อยครั้งขึ้น กระทั่งเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 วีระยุทธอธิบายไว้ว่า

“รัชกาลที่ 7 ในสมัยนี้มีการเปลี่ยนแปลงธรรมเนียมปฏิบัติเกี่ยวกับสมเด็จพระอัครมเหสีหลายประการ สังเกตได้จากพระราชจริยวัตรของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ที่ทรงปฏิบัติพระองค์เช่นเดียวกับสมเด็จพระบรมราชินีในโลกตะวันตก พระราชจริยวัตรหลายประการสะท้อนความเป็นสากล”

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลให้พระอัครมเหสีมีบทบาทเคียงคู่กับพระมหากษัตริย์มากขึ้นในการเสด็จพระราชดำเนินประกอบพระราชกรณีกิจต่างๆ และเด่นชัดขึ้นในสมัยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9

เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกที่เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในทุกภูมิภาค โดยมีสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปในพื้นที่นั้นๆ ด้วย

“การเสด็จพระราชดำเนินไปยังพื้นที่ต่างๆ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ทรงประกอบพระราชพิธีและประทับพระราชอาสน์ร่วมกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเฉกเช่นสมเด็จพระบรมราชินีในโลกสมัยใหม่”

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นกันเองกับราษฎร โดยลดหย่อนจารีตแบบเดิมที่เคร่งครัดในการใช้คำราชาศัพท์ ตามบันทึกของท่านผู้หญิงเกนหลง สนิทวงศ์ ณ อยุธยา นางสนองพระโอษฐ์ บันทึกไว้ว่า

“ในรายผู้เฒ่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ก็จะทรงเรียกว่า ‘ยาย’ หรือ ‘พ่อเฒ่า’ แม้แต่ภาษาก็ไม่มีราชาศัพท์ มีสิทธิ์พูดทุกอย่างที่อยากพูด บางคนเรียกพระองค์ท่านว่า ‘พ่อ’ และ ‘แม่’ เช่น จะกราบบังคมทูลว่า ‘แม่สวยเหลือเกิน ขอให้แม่อายุมั่นขวัญยืนเถิดนะแม่นะ’”

การวางพระองค์อย่างเป็นกันเองของสมเด็จพระบรมราชินีไทยนั้นสอดคล้องกับสถานการณ์บ้านเมืองหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ที่มิได้ทรงวางพระองค์เป็นนางกษัตริย์แบบจารีตอีกต่อไป ส่งผลให้สถาบันกษัตริย์เข้าถึงราษฎรได้มากขึ้น โดยเฉพาะราษฎรที่อยู่ต่างจังหวัด

นอกจากนั้น ทั้งสองพระองค์ยังเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศ โดยพระบาทสมเด็จปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502 ในแถบเพื่อนบ้านทวีปเอเชีย และต่อด้วยการเยือนยุโรปในปี พ.ศ. 2503 รวมทั้งหมด 14 ประเทศ

วีระยุทธอธิบายถึงเหตุการณ์นี้ว่า “การเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศแต่ละครั้ง ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทั่วโลก ดังจะเห็นได้จากจำนวนผู้มาเฝ้าฯ รับเสด็จ ภาพข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ทั้งของไทยและต่างประเทศที่ลงข่าวและภาพพระราชกรณียกิจของทั้ง 2 พระองค์ นับว่าเป็นการเผยแพร่ชื่อเสียงของประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักแก่ชาวต่างชาติ”

การเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศต่างๆ ของทั้งสองพระองค์ เนื่องจากสภาพการเมืองระหว่างประเทศในขณะนั้นอยู่ในยุคสงครามเย็น การเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศของพระมหากษัตริย์และพระราชินีจึงเป็นการแสดงจุดยืนของรัฐบาลไทยต่อสภาวะสงครามเย็น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของสหรัฐอเมริกาและโลกเสรี “สถาบันกษัตริย์จึงมีบทบาทสำคัญในการสานสัมพันธไมตรี แสดงอัตลักษณ์ และสร้างตัวตนของไทยในสังคมระหว่างประเทศ”

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ทรงมีบทบาทในการตามเสด็จและทรงเผยแพร่ชื่อเสียงของประเทศไทยให้กับนานาประเทศได้รู้จัก ซึ่งพระองค์ทรงได้รับคำชมเชยทั้งจากรัฐบาล เจ้าหน้าที่รัฐ และผู้สื่อข่าวของทุกประเทศ

การเสด็จพระราชดำเนินเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 นั้น แสดงให้เห็นถึง “บทบาทใหม่ของสมเด็จพระบรมราชินีของไทยในเวทีนานาชาติ” ซึ่งพระองค์ทรงมีภาพลักษณ์เป็น “สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง” อีกบทบาทด้วย

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 12 สิงหาคม 2561

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในร.9 และ “แม่” ของไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...