โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มาเลเซียดึงต่างชาติฟื้นอสังหา ซื้อบ้าน 10 ล้านบาทแจกวีซ่า 10 ปี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 มิ.ย. 2563 เวลา 11.30 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2563 เวลา 11.20 น.
Photo by Mladen ANTONOV/AFP

อาจไม่ใช่เรื่องใหม่แต่ดูจะทันสมัยมากในยุคโรคระบาดโควิด-19 ที่เป็นตัวการทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจไปทั่วโลก ข้อเสนอหรือมาตรการของรัฐบาลทุกประเทศในโลก จากเรื่องธรรมดา ๆ อาจกลายเป็นมาตรการโดดเด่นขึ้นมาได้เพียงชั่วข้ามคืน

หลังโควิดทัวร์สุขภาพมาแน่

เรากำลังพูดถึงมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาลมาเลเซีย “MM2H-Malaysia My Second Home” นโยบายที่เปิดช่องให้ผู้ซื้อชาวต่างชาติสามารถจับจองกรรมสิทธิ์บ้านและคอนโดมิเนียมได้มากขึ้น

แน่นอนว่าการครอบครองกรรมสิทธิ์ย่อมทำแบบมีเงื่อนไข เพราะทุกรัฐบาลในโลกการจะเลือกเชื้อเชิญชาวต่างชาติเข้ามาพำนักระยะยาวหรือได้สิทธิ์พำนักถาวรในประเทศ ย่อมต้องมีกลยุทธ์ในการคัดเลือก

กลุ่มกำลังซื้อสูงก่อนเป็นอันดับแรกเสมอ เพื่อไม่ต้องเป็นภาระงบประมาณของประเทศในการดูแล กลุ่มกำลังซื้อสูงย่อมมีความสามารถทางเศรษฐกิจในการดูแลตนเอง รวมทั้งมีความสามารถในการนำเงินเข้ามาจับจ่ายใช้สอยในประเทศ ซึ่งเท่ากับเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจทางอ้อมได้อีกทางหนึ่ง

 

“พี่ทุย-พรนริศ ชวนไชยสิทธิ์” นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย เปิดประเด็นว่า กฎหมายไทยเปิดให้ลูกค้าต่างชาติซื้อกรรมสิทธิ์คอนโดฯ 49% ได้อยู่แล้ว ในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจยังมีสิ่งดึงดูดอีกเรื่องคือการขยายเวลาวีซ่าเพื่อให้พักอาศัยในเมืองไทยได้ยาวนานขึ้น

ปัจจุบันรัฐบาลไทยให้วีซ่าหลายรูปแบบ เช่น วีซ่านักท่องเที่ยว 12 เดือน แต่พำนักได้ครั้งละไม่เกิน 2 เดือน, วีซ่าทำงาน 12 เดือน, ระยะยาวที่สุดคือวีซ่าลองสเตย์อายุ 10 ปี แต่จำกัดเฉพาะสัญชาติยุโรป-อเมริกา-ญี่ปุ่น และเป็นกลุ่มผู้สูงวัยอายุตัวเกิน 50 ปีขึ้นไป ต้องมีเงินฝากในเมืองไทย 3 ล้านบาทขึ้นไป เป็นต้น

“เทรนด์ที่ต้องเตรียมตัวรับมือคือจะมีทัวร์สุขภาพเข้าเมืองไทยมากขึ้น เพราะเรารับมือโควิด-19 เก่งมาก ดังนั้น คงจะขัดแย้งกันถ้าทัวร์สุขภาพมาแล้วต้องถูกกักตัว 14 วัน ยังไม่ทำอะไรเลยก็ต้องบินออกไปต่อวีซ่าเพื่อเข้ามาใหม่ อายุวีซ่า 3 เดือนก็หมดไปแล้ว ดังนั้น รัฐบาลไทยต้องตั้งรับในเรื่องนี้ด้วย”

ดึงลูกค้าจีนระบายสต๊อกคอนโดฯ

ในขณะที่จุดโฟกัสกำลังซื้ออสังหาฯเน้นไปที่ลูกค้าจีนเป็นหลัก ซึ่งการให้วีซ่ายังจำกัด 3-12 เดือน นำไปสู่ข้อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยขยายวีซ่าให้กับต่างชาติ ซึ่งก็คือลูกค้าจีนเพิ่มเป็น 10 ปี

“พี่แก้ว-ดร.อาภา อรรถบูรณ์วงศ์” นายกสมาคมอาคารชุดไทย ระบุว่า ตลาดคอนโดฯรับผลกระทบหนัก 2 ปีติดต่อกัน โดยปี 2562 เจอมาตรการ LTV-loan to value บังคับเงินดาวน์ 20% ในการขอสินเชื่อซื้อที่อยู่อาศัยหลังที่ 2 เพื่อสกัดนักเก็งกำไร ปี 2563 เจอวิกฤตโควิด-19 ทำให้มีภาวะสต๊อกพร้อมอยู่สูงกว่าปกติ

ในขณะที่ต่างชาติมีโควตาซื้อห้องชุด 49% อยู่แล้ว สิ่งที่รัฐบาลสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการระบายสต๊อกคอนโดฯ โดยสร้างแรงจูงใจจากการขยายวีซ่าให้ลูกค้าต่างชาติ มีเงื่อนไขซื้อห้องชุดราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท ให้วีซ่าจาก 1 ปี เป็น 5 ปี และถ้าซื้อราคาตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ให้วีซ่ายาว 10 ปีไปเลย

“ข้อเสนอนี้มีการทำเซอร์เวย์กับเอเย่นต์ต่างชาติว่าผู้ซื้อคิดอย่างไร คำตอบคือเป็นสิ่งที่ต้องการและน่าจะช่วยให้การตัดสินใจซื้ออสังหาฯในเมืองไทยได้เร็วขึ้น”

และเป็นข้อเสนอบนดาต้าเบสของแบงก์ชาติที่รายงานการโอนเงินข้ามประเทศเพื่อซื้ออสังหาฯในเมืองไทยปี 2562 รวม 9 หมื่นล้าน ปีนี้ถ้าได้ปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายรัฐ คาดหวังว่าจะมีเงินโอนกลับมาช็อปซื้อครึ่งหนึ่ง หรือ 5 หมื่นล้านบาท ก็สามารถระบายสต๊อกได้เยอะ

“เทรนด์ครึ่งปีหลัง ผลจากการควบคุมและป้องกันแพร่ระบาดโควิด-19 ได้ดีจนรัฐบาลไทยได้รับเสียงชื่นชมไปทั่วโลก จะเปิดประตูให้ต่างชาติสนใจเมืองไทยมากขึ้น ส่วนเศรษฐกิจจะกลับมาคึกคักได้มากน้อยแค่ไหน อยู่ที่มาตรการรัฐที่จะออกมาเป็นตัวช่วยกระตุ้นอีกแรง”

ยกระดับแข่งขัน “มาเลเซีย”

“บิ๊กโด่ง-พีระพงศ์ จรูญเอก” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เสนอแพ็กเกจดึงลูกค้าจีนกลับมาช็อปคอนโดฯในเมืองไทย 2 ข้อ

1.เพิ่มโควตา 49% จากเดิมมองเป็น 49% ต่อ 1 โครงการ ข้อเสนอให้เกลี่ย 49% เป็นโซนนิ่ง เช่น เขตคลองเตยมีคอนโดฯ 100 โครงการ ตึกที่ต่างชาติซื้อไม่เต็มให้เกลี่ยโควตาต่างชาติเป็นกองกลาง ไปเพิ่มโควตาให้กับตึกอื่น เป็นต้น

2.ขยายวีซ่าพำนักยาว 10 ปี ข้อเสนอนี้ไม่เพียงแต่ต้องการกระตุ้นอสังหาฯในเมืองไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการปรับนโยบายประเทศให้สามารถแข่งขันกับมาเลเซียโดยตรง

ปัจจุบันรัฐบาลมาเลเซียออกมาตรการกระตุ้นธุรกิจที่อยู่อาศัยโดยลูกค้าต่างชาติที่ซื้อราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป ให้วีซ่า 10 ปี ซึ่งเป็นหลักการของหลาย ๆ ประเทศ อย่างอเมริกา ออสเตรเลีย โดยเฉพาะในออสเตรเลีย มีคนจีน สิงคโปร์ ฮ่องกง คนไทยเก่ง ๆ ไปช่วยพัฒนาประเทศเขาตั้งมากมาย

“เทรนด์ครึ่งปีหลังและปี 2564 เป็นต้นไป ผมเห็นด้วยว่าลูกค้าจีน ฮ่องกงจะกลับมา ส่วนรัฐบาลไทยจะคัดกลุ่มกำลังซื้อยังไงก็ขึ้นกับการพิจารณา เช่น มาเลเซียมีเงื่อนไขซื้ออสังหาฯราคา 10 ล้าน ถ้าเราอยากชนะเขา เราก็คัดที่การซื้อราคา 5-7 ล้าน แลกกับวีซ่า 10 ปี ถ้าได้แบบนี้คนจีนจะมาอยู่เยอะขึ้นแน่นอน”

ตัวช่วยรีสตาร์ตอสังหาฯครึ่งปีหลัง

สอดคล้องกับ “เสี่ยปี๊-ธงชัย บุศราพันธ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) พูดชัดถ้อยชัดคำว่าครึ่งปีหลัง 2563 หากรัฐบาลไทยต้องการรีสตาร์ตภาคธุรกิจอสังหาฯ สิ่งที่ควรทำมากๆ คือ การให้ permanent visa เพื่อให้ชาวต่างชาติเข้ามาอยู่ยาวเหมือนกับเป็น citizenship

ยกตัวอย่างประเทศอังกฤษ “…ผมสามารถที่จะไปฝากเงินไว้กับการลงทุนที่อังกฤษ สมมุติฝาก 2 ล้านปอนด์ เงินลงทุนนอนอยู่สัก 5 ปี ภายใน 3 ปี เขาก็จะให้ citizenship มา ซึ่งอันนี้ไม่ได้เป็นคนทำงานอะไรนะ เพียงแต่อยู่ในประเทศตามเงื่อนไขนี้ก็จะได้เหมือนกับเป็น citizen ของเขา”

ตัวแบบของประเทศอังกฤษ “ธงชัย” ฟันธงว่า เป็นสิ่งที่ฮ่องกงอยากได้มากในประเทศไทย เหตุผลให้มองถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่ต้องยอมรับจริง ๆ ว่า คนในฮ่องกงอยากออกจากประเทศ (เพราะความขัดแย้งทางการเมือง)

ในขณะที่กลุ่มอาเซียนด้วยกัน “ประเทศมาเลเซีย” ประสบความสำเร็จมากมายจากการออกนโยบาย MM2H ทั้งส่งเสริม จูงใจ และเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยได้มากขึ้น จนทำให้มีกำลังซื้อจากฮ่องกงไหลทะลักเข้าไปช็อปอสังหาฯในมาเลเซีย

“ผมมองว่าถ้าไทยส่งเสริมเหมือนรัฐบาลมาเลเซีย ลูกค้าจีนช็อปอสังหาฯไทยพรึ่บเดียว จบเลย”

7 เงื่อนไข MM2H

สำหรับรายละเอียด MM2H มีข้อมูลจากศูนย์พัฒนาการค้าและธุรกิจไทยในอาเซียน สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ระบุการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ในมาเลเซียของชาวต่างชาติมีหลายระดับด้วยกัน

โดยมี “EPU-Economic Planning Unit, Prime Minister’s Department หรือสำนักงานวางแผนเศรษฐกิจแห่งชาติ”

เป็นหน่วยงานกำกับดูแลกฎระเบียบการทำธุรกรรมเกี่ยวกับถือกรรมสิทธิ์ของต่างชาติ

โฟกัสเฉพาะมาตรการ MM2H นโยบายที่กระจายอำนาจให้รัฐบาลท้องถิ่นโดยไม่ต้องขออนุมัติจาก EPU มีผลให้ผู้เข้าเกณฑ์จะได้รับอนุมัติวีซ่า “social visa” เป็นเวลา 10 ปี สามารถต่ออายุได้อีก และใช้เป็นเอกสารเข้า-ออกประเทศได้หลายครั้ง หรือ multiple-entry social visit passสิทธิประโยชน์ MM2H ผู้ถือวีซ่าสามารถนำ “คู่สมรส-พ่อแม่-บุตร” ที่ยังไม่แต่งงานเข้าประเทศได้ นอกจากนี้คู่สมรสชาวต่างชาติและเจ้าพนักงานต่างประเทศที่ประสงค์จะใช้ชีวิตวัยเกษียณสามารถสมัครเข้าโครงการได้อีกทั้งสามารถนำ “แม่บ้าน-รถยนต์ส่วนตัว” เข้ามาใช้ได้ด้วย กรณีซื้อรถยนต์ประกอบในประเทศจะได้รับยกเว้นภาษีสรรพสามิต และภาษีการขายอีกต่างหาก

เงื่อนไข 1.ผู้ขอวีซ่าต้องแสดงหลักฐานเงินฝากประจำอย่างน้อย 5 แสนริงกิต+รายได้ในต่างประเทศเดือนละ 1 หมื่นริงกิต

2.กรณีอายุตัว 50 ปีขึ้นไป เงินฝากประจำลดเหลือ 3.5 แสนริงกิต หรือรายได้ประจำเดือนในจำนวนดังกล่าว

3.สำหรับผู้ที่ซื้ออสังหาฯ มูลค่าตั้งแต่ 1 ล้านริงกิตแล้ว เงินฝากประจำอาจน้อยกว่านี้ได้

4.เงินฝากประจำอาจถอนออกมาบางส่วนหลังจากครบกำหนดฝาก 1 ปี เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้ออสังหาฯ ค่าเล่าเรียนบุตรในมาเลเซีย หรือค่ารักษาพยาบาล

5.การมีผู้รับรอง (sponsor) อย่างไรก็ตาม หากสถานะการเงินเป็นที่พอใจแก่เจ้าหน้าที่รับสมัครก็ไม่จำเป็นต้องมีผู้รับรอง

6.เอกสารรายงานสุขภาพจากโรงพยาบาลที่เป็นที่ยอมรับ และ 7.มีบัตรประกันสุขภาพที่เป็นที่ยอมรับในมาเลเซีย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...