โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“พฤษภา-ปีมะเส็ง” เดินหน้าฝ่าตลาดโลกผันผวน... ด้วยพื้นฐานสุดแกร่งไปกับ “กองหุ้นอินเดีย” & “กองหุ้นจีน” !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 14 ก.พ. เวลา 18.25 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. 2568 เวลา 02.43 น. • สรวิศ อิ่มบำรุง

ลายแทงกองทุน: ท่ามกลางมรสุม Trade War” ที่ Donald Trump” เปิดศึกไปทุกแนวรบทั่วโลกอย่างพร้อมเพรียงนั้น ยังคงมี 2 ประเทศที่แกร่งเกินกว่าที่สหรัฐคาดคิดไว้ นั่นก็คือ คู่มหาอำนาจแห่งเอเชีย “อินเดีย-จีน” นั่นเอง
เพราะเศรษฐกิจที่มีพลังของการบริโภคในประเทศจำนวนมหาศาลเป็นพื้นฐานที่หนุนหลังให้สามารถยืนหยัดได้ในท่ามกลาง Trade War” ในครั้งนี้นั่นเอง
ล่าสุด ทาง “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” (IMF) ยังคาดการณ์เศรษฐกิจ “อินเดีย” จะโตได้ 6.2% และ 6.3% ในปี25 และ26 ตามลำดับ (ที่มา: World Economic Outlook, April 2025) ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับเศรษฐกิจใหญ่ในโลก ไม่เพียงเท่านี้ยังคาดว่าอินเดียจะกลายเป็นเศรษฐกิจใหญ่ “อันดับ 3” ของโลกภายในปี27 แซงหน้าเยอรมนีและญี่ปุ่นอีกด้วย
ส่วน “จีน” ซึ่งเป็นเป้าหมายของสหรัฐในครั้งนี้ก็มีเซอร์ไพรส์เกินคาด หลังการเจรจาล่าสุด “สหรัฐ-จีน” ตกลงจะลดภาษีระหว่างกันครั้งใหญ่ โดย “จีน” จะลดภาษีสินค้าสหรัฐบางรายการเหลือ 10% จาก 125% ส่วน “สหรัฐ” จะลดภาษีให้จีนเหลือ 30% จาก 145%
นี่ไม่นับรวมการที่ “ธนาคารกลางจีน”(PBOC) ใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายโดยลดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงลง 0.10% พร้อมลดการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ลงอีก 0.50% เพื่อหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจให้เป็นไปตามเป้าที่รัฐบาลวางไว้ปีนี้จะโต 5% สูงกว่าที่ IMF คาดว่าจะโต 4% ให้ได้อีกด้วย
ทั้ง “หุ้นอินเดีย-จีน” จึงเป็น 2 ตลาดที่สุดแกร่ง พร้อมฝ่ามรสุม Trade War” ไปได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
วันนี้ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ จึงได้คัดสรร 4 กองทุนเด่น” พฤษภา-ปีมะเส็ง กับ 2 ธีมที่น่าสนใจ “กองทุนหุ้นอินเดีย” และ “กองทุนหุ้นจีน” มาฝากกัน

"KT-INDIA-A" ลุย "หุ้นอินเดีย" สร้างการเติบโตของเงินระยะยาว

มาเริ่มกันที่ KT-INDIA-A: กองทุนเปิดเคแทม อินเดีย อิควิตี้ ฟันด์ ชนิดสะสมมูลค่า ของบลจ.กรุงไทย ที่เน้นลงทุน "หุ้นอินเดีย" เพื่อบรรลุเป้าหมายการเติบโตของเงินทุนระยะยาว ผ่านกองทุนหลัก ‘Invesco India Equity Fund – Class A’ ที่บริหารจัดการโดย Invesco Management S.A.

สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 มี.ค. 25) มีการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) Financials 29.7%, 2) Consumer Discretionary 22.4%, 3) Industrials 17.3%, 4) Information Technology 10.3% และ 5) Health Care 7.0%
“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) HDFC Bank ADR 6.2%, 2) Bharti Airtel 5.6%, 3) ICICI Bank ADR 4.4%, 4) Cholamandalam Investment and Finance 3.6% และ 5) REC 3.5% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘KT-INDIA-A’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -24.74%

"SCBCEH" กระจายลงทุน "หุ้นจีน" H-Share สไตล์ Passive

สลับมาที่ SCBCEH: กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นจีน THB เฮ็ดจ์ ของบลจ.ไทยพาณิชย์ ที่กระจายลงทุน "หุ้นจีน" H-Share เพื่อสร้างผลตอบแทนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ใกล้เคียงหรือเทียบเท่ากับผลตอบแทนจากการลงทุนในดัชนี ‘Hang Seng China Enterprises Index (H-Share Index)’ ให้มากที่สุด ผ่านกองทุนหลัก ‘Hang Seng China Enterprises Index ETF’ ที่บริหารจัดการโดย Hang Seng Investment Management Limited

สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 มี.ค. 25) มีการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) Consumer Discretionary 32.70%, 2) Financials 25.87%, 3) Information Technology 19.67%, 4) Energy 6.41% และ 5) Telecommunications 5.83%
“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) Tencent Holdings 7.95%,2) Alibaba Group Holding-W 7.86%,3) Xiaomi-W 7.64%,4) China Construction Bank 7.60% และ5) Meituan-W 7.59% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘SCBCEH’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -59.26%

"ES-INDAE" เฟ้น "หุ้นอินเดีย" คุณภาพดีสร้างผลตอบแทนสูง

ถัดมาเป็น ES-INDAE: กองทุนเปิดอีสท์สปริง India Active Equity” ของบลจ.อีสท์สปริง ที่เน้นลงทุน "หุ้นอินเดีย" คุณภาพดีเพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนสูงอย่างน้อย 2 ใน 3 ของ NAV ผ่านกองทุนหลัก ‘Goldman Sachs India Equity Portfolio Class I Shares (Acc.)’ ที่บริหารจัดการโดย Goldman Sachs Asset Management Global Services Limited

สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 มี.ค. 25) มีการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) Financials 27.6%, 2) Consumer Discretionary 19.1%, 3) Information Technology 10.8%, 4) Health Care 8.9% และ 5) Industrials 8.2%
“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) ICICI Bank Ltd 6.8%, 2) Infosys Ltd 4.3%, 3) Reliance Industries Ltd 4.2%, 4) Bharti Airtel Ltd 3.3% และ 5) HDFC Bank Ltd 3.2% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘ES-INDAE’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -26.40%

"UCHINA" ลุย "หุ้นจีน" คุณภาพดีทั่วโลก

ปิดท้ายกันด้วย UCHINA: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ออล ไชน่า อิควิตี้ ฟันด์” ของบลจ.ยูโอบี ที่เน้นลงทุนในลงทุน “หุ้นจีน" คุณภาพดีทั่วโลก เพิ่มค่าเงินลงทุน ผ่านกองทุนหลัก UBS (Lux) Equity SICAV - All China (USD) I-A1-acc’ ที่บริหารจัดการโดย UBS Fund Management (Luxembourg) S.A.

สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 มี.ค. 25) พบว่ามีการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) Communication Services 22.90%, 2) Consumer Discretionary 19.64%, 3) Financial Services 17.11%, 4) Consumer Staples 14.44% และ 5) Health Care 11.27%
“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) Tencent Holdings Ltd 10.0%, 2) Kweichow Moutai Co Ltd 9.4%, 3) NetEase Inc 9.2%, 4) China Merchants Bank Co Ltd 5.9% และ 5)Alibaba Group Holding Ltd 5.9% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘UCHINA’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -65.62%
ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและตลาดการเงินโลก จากนโยบายของ “Donald Trump” แต่ยังคงมี 2 ประเทศที่มีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง มีความพร้อมทั้งนโยบายการเงิน-การคลัง ที่จะสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจให้เดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง นั่นก็คือ “อินเดีย-จีน” นั่นเอง ซึ่งถือเป็นอีก 2 ตลาดที่น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์นักลงทุนที่มองภาพในระยะยาวได้เป็นอย่างดี
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...