แอปพลิเคชันเรียกรถ อำนาจในมือผู้โดยสาร
Reporter Journey
อัพเดต 26 พ.ค. 2568 เวลา 17.19 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2568 เวลา 10.19 น. • Reporter Journeyไม่ใช่แค่ไทยที่แท็กซี่ค้านจุดจอดของแอปฯ แท็กซี่สนามบินซิดนีย์เคยหยุดงานประท้วง Uber สุดท้ายรายได้หายเอง Uber เพิ่มรถรับผู้โดยสารแทน
#สรุป การคัดค้านใช้แอปฯ เรียกรถของแท็กซี่ไม่ได้เกิดแค่ในไทย แต่คือการดิ้นเฮือกสุดท้ายก่อนถูก disrupt เมื่อผู้โดยสารรู้สึกควบคุมได้ ราคาชัดเจน ไม่เสี่ยงเจอเรื่องแย่ เช่น แท็กซี่สนามบินซิดนีย์หยุดงานประท้วงจุดจอด Uber แอปเลยเสริมรถจนไม่กระทบผู้ใช้งาน แท็กซี่เจ็บเองต้องเลิกประท้วง
จากกรณีที่กลุ่มผู้ให้บริการรถแท็กซี่รวมตัวกันเรียกร้องให้ยกเลิกจุดจอดรับส่งผู้โดยสารของแอปพลิเคชัน Grab ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เนื่องจากผู้ขับแท็กซี่ร้องเรียนว่ากระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน และกระทบต่อรายได้ที่หายไป เนื่องจากผู้โดยสารเลือกไปใช้บริการของ Grab เป็นจำนวนมาก ซึ่งข้อเรียกร้องหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นการจุดชนวนให้กับสังคมที่เดิมทีก็ไม่ค่อยพอใจการให้บริการรถแท็กซี่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งจากพฤติกรรมที่ไม่สุภาพของผู้ขับขี่ การไม่ซื่อตรงต่อค่าโดยสารตามมิเตอร์ที่ควรจ่ายตามจริง แต่กลับต่อรองเรียกร้องให้จ่ายราคาเหมา รวมไปถึงพฤติกรรมอื่นๆ อีกมากมายที่ทำให้แท็กซี่ไทยเป็นที่โจษขานกันไปทั้งบางทั้งคนไทย และชาวต่างชาติถึง “ชื่อเสีย” ที่กระฉ่อนไปทั่วแว่นแค้วน
แน่นนอนว่าการมาของแอปฯ เรียกรถเหล่านี้ถือว่าเป็นแสงสวรรค์ของผู้โดยสารที่ไม่ต้องกังวลว่าจะเจอกับเรื่องแย่ๆ จากแท็กซี่สาธารณะ และยังสามารถเลือกได้ด้วยว่าจะใช้บริการแบบใด ทั้งรถแท็กซี่ที่ผ่านเกณฑ์คัดเลือกตามมาตรฐานของแพล็ตฟอร์ม หรือรถส่วนบุคคลที่สมัครเข้ามาเป็น “ไดรฟ์เวอร์” ที่ก็ยังเลือกรูปแบบและเกรดของรถได้อีกด้วย รวมทั้งระบบการชำระเงินที่หลากหลาย ราคาที่คำนวนจากต้นทางสู่ปลายทางที่แสดงผลให้เห็นอย่างเสร็จสรรพ และโค้ดส่วนลด โปรโมชันต่างๆ ที่ทำให้ผู้ใช้บริการได้สนุกกับใช้เครื่องมือทางการตลาดเหล่านี้ซึ่งทำให้ยิ่งดึงดูดให้ผู้คนหันมาใช้บริการมากขึ้น
ปัญญาความขัดแย้งเป็นวงจรระหว่างรถแท็กซี่ แอปฯ เรียกรถเอกชน และผู้โดยสาร ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่หลายๆ ประเทศทั่วโลกก็เผชิญเช่นกัน และทั้งหมดคือฝ่ายแท็กซี่จะออกมาเรียกร้อง หรือถึงขั้นประท้วงเพื่อกดดันให้หน่วยงาน หรือรัฐบาลแก้ไขปัญหาที่ทำให้เหล่าบรรดาผู้ขับรถแท็กซี่เสียเปรียบ เพราะไม่อาจแข่งขันกับแอปฯ ของเอกชน หรือความต้องการของประชาชนได้
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2024 กลุ่มผู้ให้บริการถแท็กซี่ที่สนามบินซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ได้หยุดงานประท้วงเนื่องจากทางสนามบินได้อนุญาตให้ “Uber” เข้ามารับผู้โดยสารที่อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ้ และมีการทำจุดรถรถรับ-ส่ง สำหรับ Uber เอาไว้คล้ายๆ กับที่สุวรรณภูมิ
การหยุดงานประท้วงของรถแท็กซี่สนามบินซิดนีย์ก็เพื่อกดดันให้ทางผู้ที่เกี่ยวข้องยกเลิกการอำนวยความสะดวกให้กับ Uber เพราะผู้โดยสารนิยมไปใช้บริการรถของทางแพล็ตฟอร์มมากกว่าจะใช้บริการรถแท็กซี่ เนื่องจากมีราคาที่สมเหตุสมผลกว่า ไม่ถูกชาร์จเพิ่มจากค่าบริการสนามบิน ซึ่งทำให้แท็กซี่มีผู้ใช้บริการลดลงจนกระทบกับรายได้ ดังนั้นการหยุดงานประท้วงก็เพื่อใช้ผู้โดยสารเป็นตัวประกัน หวังจะสร้างความเดือดร้อนและยากลำบากในการเดินทางของโดยสารที่ต้องการเดินทางเข้าเมือง
.
Uber แก้เกม เพิ่มรถรับผู้โดยสารเหมาคนทั้งสนามบิน
กระนั้น Uber เลยปรับกลยุทธ์ใหม่เพื่อรับมือและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน โดยเพิ่มปริมาณรถเข้าไปรับผู้โดยสารที่สนามบินให้มากขึ้นเพียงพอต่อความต้องการ และนำระบบหมายเลข PIN แบบใหม่เข้ามาใช้ ซึ่งผู้โดยสารที่มาถึงอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศจะสามารถเรียกรถโดยกรอก PIN ให้ตรงกับหมายเลขรถที่เลือก หลังจากนั้นรถจะขับมารับที่ประตูทางออกอาคารผูโดยสาร ในระยะการเดินเพียง 20 เมตร
ซึ่งระบบนี้นอกจากจะทำให้ผู้โดยสารมั่นใจแล้วว่า รถที่เลือกไว้จะถูกต้อง ยังช่วยลดความแออัดบริเวณถนนหน้าอาคารผู้โดยสาร ทำให้รถไม่ติด และสามารถคำนวนเวลาได้ว่ารถจะมาถึงในอีกกี่นาทีโดยไม่ต้องสุ่ม
ซึ่งระบบ PIN ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยลดเวลารอของนักเดินทางได้ถึง 50% ช่วยให้สนามบินซิดนีย์บรรเทาความแออัดในช่วงเวลาที่วุ่นวายคับคั่งได้มาก
ส่วนแท็กซี่สนามบินที่ประท้วงหยุดงานกลับกลายเป็นยิ่งได้รับผลกระทบเสียเอง เพราะยิ่งทำให้ Uber โกยลูกค้าได้เพิ่มขึ้นในช่วงที่ไม่วิ่งรับส่งผู้โดยสาร ทำให้ผู้คนมีเวลาในการเรียนรู้การใช้แอปฯ จนกลายเป็นระบบสามัญประจำสมาร์ตโฟนที่ต้องมีติดเครื่องเอาไหว้ สร้างความคุ้นชินให้การใช้งานซึ่งนั่นเป็นจุดที่ทำให้ระบบแท็กซี่สนามบินรถตระหนักรู้แล้วว่า ต่อให้ไม่แท็กซี่ผู้คนก็สามารถเดินทางได้ ไม่ได้รับผลกระทบ แถมยังสะดวกสบายเพียงแค่ปลายนิ้วกดบนหน้าจอ
กระทั่งการหยุดประท้วงที่พยายามใช้ผู้โดยสารเป็นตัวประกันดูท่าจะไม่ได้ผล แถมรายได้หดหาย ผู้โดยสารก็ไม่ได้แคร์อะไร จนแล้วจนรอดก็ต้องหยุดประท้วงแล้วกลับมาให้บริการเหมือนเดิม
.
รัฐบาลออสซี่ไม่โอ๋ สั่งลงดาบคนขับขี้โกง ทำผิดแค่ 2 ครั้ง เพิกถอนใบอนุญาต 10 ปี
อีกข้อมูลที่ผู้เขียนพบคือ แท็กซี่สนามบินในซิดนีย์ก็สร้างปัญหาต่อนักท่องเที่ยวเรื่องการฉ้อโกงค่าโดยสารเช่นกัน จนกลายเป็นกระทู้เตือนผู้โดยสารด้วยกันว่าอย่าใช้บริการ โดยวิธีการโกงค่ามิเตอร์ก็คล้ายๆ กับในไทยคือการทำให้มิเตอร์ไหลอย่างรวดเร็ว ราคาค่าโดยสารเพิ่มขึ้นเร็วอย่างผิดปกติ และเมื่อถูกถามว่าทำไมราคาค่าโดยสารแพงกว่าปกติที่เคยใช้ หรือเคยรับรู้มา คนขับรถก็มักอ้างว่าเป็นค่าผ่านทางบ้าง เป็นอัตราค่าโดยสารใหม่บ้าง ซึ่งชื่อเสียของแท็กซี่สนามบินซิดนีย์ก็เป็นที่รับรู้กัน และเกือบทุกคนแนะนำว่าถ้าจะเดินทางแบบไม่ขึ้นรถสาธารณะให้เรียก Uber จะดีที่สุด
เรื่องนี้ทางรัฐบาลของรัฐนิวเซาท์เวลส์ก็จ้องจะเล่นงานพวกแท็กซี่นิสัยแย่เหล่านี่อยู่แล้ว โดยได้มีการเพิ่บทลงโทษที่เข้มงวดขึ้นสําหรับคนขับแท็กซี่ที่ถูกจับได้ว่าฉ้อโกงผู้โดยสาร โดยตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม 2024 ที่ผ่านมา คนขับแท็กซี่ที่ถูกจับได้ว่ากระทําความผิดเกี่ยวกับค่าโดยสาร 2 ครั้งจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตแท็กซี่ทันที
โจ เฮย์เลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เน้นย้ําว่ากฎหมายเหล่านี้จะถูกใช้เพื่อปราบปราม "ผู้ขับขี่แท็กซี่อันธพาล" มาตรการใหม่นี้จะทําให้มั่นใจได้ว่าผู้ที่ไม่ใช่จะกำจัดถูกออกไปจากระบบ
“ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดซ้ำซากเพียง 2 ครั้งเกี่ยวกับการฉ้อโกงค่าโดยสารจะไม่เพียง่ถูกตัดสิทธิ์จากการอนุญาตให้ขับรถแท็กซี่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงจะถูกขึ้นแบล็กลิสซ์แพล็ตฟอร์มให้บริการเรียกรถของบริษัทเอกชน เช่น Uber และ DiDi อีกด้วย เป็นเวลา 10 ปี”
สำหรับความผิดของผู้ขับรถแท็กซี่ที่จะตัดสิทธิ์ยังรวมไปถึง
การไม่กดมิเตอร์่
การชาร์จเกินที่กำหนด
ปฏิเสธผู้โดยสารสําหรับเส้นทางระยะสั้น ๆ
เรียกร้องหรือต่อรองค่าโดยสารอื่นนอกเหนือจากที่แสดงบนมิเตอร์
การเก็บเงินเพิ่มโดยอ้างว่าเป็นค่าธรรมเนียม
ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีการออกค่าปรับมากกว่า 900 ใบให้กับคนขับแท็กซี่โดยผู้ตรวจการของ Anthony Wing กรรมาธิการการขนส่งแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ และมาตรการใหม่นี้ทำให้คนขับรถไม่กล้ากระทำความผิด เพราะนั่นคือการตัดอนาคตการทำมาหากินระยะยาว
ฉะนั้นในประเทศต่างๆ ให้ความสำคัญกับสิทธิ์ของประชาชนในการเลือกที่จะรับบริการ และรัฐบาลมีหน้าที่อำนวยความสะดวกตามกรอบของกฎหมาย ซึ่งแน่นอนว่าโลกกำลังหมุนไปข้างหน้า แอปฯ เหล่านี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การต่อต้านอย่างรุนแรงใดๆ นอกจากจะไม่เป็นผลแล้ว ยังเป็นการผลักให้ผู้ใช้บริการเลือกสิ่งที่ตัวเองรู้สึกสบายใจ ควบคุมและคาดการณ์ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่แท็กซี่ทั่วไปทำไม่ได้ และถ้าไม่ปรับปรุงการให้บริการ นิสัย หรือแม้แต่วิธีคิดของเหล่ารถแท็กซี่ ก็จะไม่มีผู้โดยสารที่ไหนอยากจะเห็นใจ สนับสนุน เพราะในเมื่อแท็กซี่อ้างว่ามีสิทธิ์ที่จะทำความผิด ผู้โดยสารก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกสิ่งที่ตัวเองคุ้มค่าและสบายใจที่สุดแทนเช่นกัน
Source